03-logic-beat-bb11-2017-558o-billboard-a-1548

 

บ้านหลังใหญ่ในแคลิฟอเนียร์ของ โลจิค (ชื่อจริงคือ เซอร์โรเบิร์ต ไบรสัน ฮอล ที่สอง) แร็ปเพอร์หนุ่มวัย 27 ปี ซึ่งเป็นที่มาของประโยคหนึ่งในเพลง Super Mario World ในปี 2016 กับใจความที่ว่า “Drop 2 million on my new crib, now nobody but God can stop us”  มองจากภายนอก บ้านหลังนี้มีขนาดใหญ่พอๆ กับสนามกอล์ฟ แถมยังมีสนามบาสเก็ตบอล สระว่ายน้ำ และอ่างน้ำร้อนอีกด้วย โลจิคบอกว่า “ผมเสียภาษีเป็นล้านจากเงินที่หาได้ในปีนั้น คือมีเงินใช้มันก็ดีนะ แต่นั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ผมทุกข์ที่สุดในชีวิตเลย”

 

ภายในเวลา 6 ปี กับ 6 โปรเจกต์ของเจ้าตัว โลจิคสร้างยอดขายจากอัลบั้มฮิตอย่าง The Incredible True Story ได้มากกว่า 5 แสนชุด ไหนจะออกทัวร์กับ G-Eazy ซึ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักในวงการฮิปฮอปในฐานะศิลปินที่มาพร้อมกับการนำเสนอเนื้อหาเชิงตลกขบขัน แต่ความสำเร็จเหล่านี้ก็แลกมาด้วยภาวะโรควิตกกังวลและความห่างเหินกับภรรยานักร้องสาว เจสสิก้า แอนเดร ซึ่งทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2015 แม้ว่าจะเจอมรสุมชีวิต เจ้าตัวก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานกับอัลบั้ม The Incredible True Story  อย่างไม่หยุดหย่อน แต่ถึงอย่างนั้นชีวิตของโลจิคก็มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อต้องเลือกระหว่างเซ็นสัญญาครั้งที่สามกับค่ายเพลงใหญ่ เพื่อจะได้มีโอกาสสร้างสรรค์อัลบั้มต่อไป หรือเผชิญหน้ากับปัญหาชีวิตส่วนตัว?

the incredible

ภาพปกอัลบั้ม The Incredible True Story

โลจิคปล่อยอัลบั้มสตูดิโอชุดที่สามในชื่อ Everybody ออกมาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่เนื้อหาของเพลงส่วนใหญ่กล่าวถึงทัศนคติทางการเมือง, การเป็นโฮโมเซ็กชวลของศิลปิน รวมไปถึงความเจ็บปวดในช่วงชีวิตวัยเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับพ่อและแม่ซึ่งติดยาเสพติดทั้งคู่

อัลบั้ม Everybody นำเสนอเรื่องราวแนว sci-fi เกี่ยวกับผู้ชายชื่อ อะตอม (ให้เสียงโดย บิ๊ก วอน) ซึ่งตายและได้ไปพบกับพระเจ้า (นำแสดงโดยนักดาราศาสตร์ชื่อดัง เนล ดีแกรส ไทสัน) โดยอะตอมจะได้เรียนรู้ว่าเขาจะต้องไปเกิดใหม่กลายเป็นบุคคลอื่นเสียก่อน จึงจะสามารถสัมผัสชีวิตหลังความตายได้

 

แม้ว่าอัลบั้มชุดนี้จะมีความเป็นนวนิยายพอสมควร โลจิคก็ยังถ่ายทอดเพลงที่มีเนื้อหาลึกซึ้งไปด้วยเช่นกัน อย่างเพลง AfriAryaN กล่าวถึงตัวตนและเชื้อชาติของเขาที่ถูกพิจารณาและตัดสินจากโซเชียลมีเดีย ส่วนเพลง Take It Back มีการพูดถึงเนื้อหาเกี่ยวกับแม่ของเขา ซึ่งไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยนับตั้งแต่วันเกิดครบรอบ 21 ปีของเจ้าตัวตอนเด็กๆ บางทีผมก็สับสนนะ โลจิคกล่าวเพราะบางทีแม่ก็สวดมนต์สรรเสริญพระเจ้าอยู่ดีๆ อีกแป๊ปนึงก็หันมาสบถใส่ผมซะงั้น

 

Everybody ก็ไม่ได้กล่าวถึงชีวประวัติของเจ้าตัวซะทีเดียว ยังมีบางส่วนที่โลจิคมองว่าเป็นเรื่องซีเรียสที่ควรจะพูดถึงด้วย เจ้าตัววิจารณ์ถึงการกระทำของ คานเย่ เวสต์ ที่มีต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่า “การประท้วงของเขามันออกจะเงียบๆไปซักหน่อย” โลจิคนั้นนับถือคานเย่ว่าเป็นเหมือนฮีโร่ของเขาด้วยซ้ำ “ผมจะยืนหยัดเพื่อสู้ในสิ่งที่ผมต้องการ เราไม่จำเป็นต้องทำตามวัฒนธรรมเหมือนคนอื่นๆ” รวมไปถึงบทเพลง 1-800-273-8255  ซึ่งเป็นเบอร์สายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตาย เพลงนี้ร่วมฟีทเจอริ่งกับ อะเลสเซีย คาร่าและคาลิดด้วยเขาผ่านอะไรมาเยอะนะ อะเลสเซียกล่าวถึงโลจิคแต่เขาก็เติบโตและเรียนรู้จากมัน ตอนนี้เขามองโลกในแง่บวกและเต็มไปด้วยความรักมากขึ้น เขาไม่ปล่อยให้โลกภายนอกมาปิดกั้นความคิดทางดนตรี และฉันก็ดีใจที่เขาทำแบบนั้น

โลจิคมองว่า Everybody คือการเฉลิมฉลองให้กับความหลากหลายที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวเขา ในซิงเกิ้ลหลัก Black Spiderman เปิดตัวในอันดับที่ 87 ของบิลบอร์ด Hot 100 เจ้าตัวกล่าวถึงส่วนสำคัญตอนหนึ่งจากเนื้อเพลงว่า “Do what you love, and don’t wonder what it could be.”  ก็คือสาระสำคัญที่เขาตั้งใจถ่ายทอดผ่านบทเพลงนั่นเอง

มันถ่ายทอดการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันของทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เด็กและผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะสีผิวไหน หรือเป็นเพศใดๆ ก็ตาม โลจิคพูดถึงมุมมองทางการเมืองผ่านดนตรีของตัวเองถ้าคุณไม่ชอบมันนะ คุณก็เป็นคนที่โคตรแย่เลยว่ะ

 

โลจิคดูผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้อยู่กับบ้าน ล่าสุดเจ้าตัวพึ่งไปสักมา โดยรอยสักใหม่บนฝ่ามือได้แก่ประโยคที่ว่า “Happy wife, happy life” และ “Balance yourself” นอกจากนี้เจ้าตัวยังเข้าพบนักบำบัดอยู่บ่อยๆ เมื่อไม่ได้เดินสายทัวร์ โลจิคได้เรียนรู้ว่า การเลี้ยงดูที่ไม่ดีของพ่อแม่เมื่อตอนเด็กนั้น ส่งผลมหาศาลอย่างไรต่อเขาในวัยผู้ใหญ่ เขายังคงดื่มบ้างประปราย แล้วแต่โอกาส ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวขอโฟกัสไปที่ภรรยาและการวางแผนอนาคตร่วมกัน รวมถึงสร้างสรรค์ผลงานเพลงเพื่อช่วยเหลือคนฟังให้ก้าวพ้นปัญหาต่างๆ ในชีวิต เหมือนที่เขาเคยเผชิญมาผมอยากเล่าเรื่องแทนคนที่ไม่มีเสียงในสังคม ผมรู้สึกว่ามันจำเป็นที่เราจะต้องพูดถึงเรื่องนี้ ผมภูมิใจในตัวเองนะ แล้วก็ภูมิใจในที่ที่ผมจากมาด้วย แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงใหญ่เกินตัวผมไปมากโลจิคกล่าวทิ้งท้าย

 

Story by: Steven J. Horowitz
Photos: Cara Robbins
Translated by: Promthida R.