TheRockPub06

 

หากคุณเป็นคอร็อคตัวจริง คงจะคุ้นเคยกับชื่อเสียงเรียงนามของ The Rock Pub อย่างแน่นอน 29 ปีเต็มที่ตำนานผับร็อคแห่งสยามประเทศแห่งนี้สร้างความหฤหรรษ์แด่คอดนตรีที่หลงใหลกับซาวนด์อันหนักแน่น ดุดัน พร้อมจะทำให้คุณโยกหัวและชูสัญลักษณ์แห่งชาวร็อคได้ตั้งแต่อินโทรเพลงขึ้น แต่ก็อย่างที่ทุกคนทราบ ความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้เกิดขึ้นทุกวินาที จากจุดสูงสุดที่ The Rock Pub เคยยืนอยู่อย่างสง่าผ่าเผย ก็ร่วงลงสู่จุดตกต่ำจนน่าใจหาย บิลบอร์ด ไทยแลนด์ มุ่งหน้าสู่ตึก Hollywood Street รถไฟฟ้าบีทีเอสราชเทวี ตั้งแต่ช่วงเย็นก่อนร้านเปิด เพื่อพูดคุยเรื่องราวของ The Rock Pub กับคุณเต๋า – นนทเดช บูรณะสิทธิพร ทายาทสืบทอดตำแหน่งเจ้าของร้านรุ่นปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา

บริเวณด้านล่างของตึกสีอิฐขนาดใหญ่โต มีร้านขนาดเล็กที่ป้ายด้านหน้าเขียนว่า “เดอะร็อคผับ” ตั้งอยู่ บรรยากาศภายในอาจไม่แตกต่างจากร้านเหล้าทั่วไปร้านอื่นๆ บาร์ โซฟา เก้าอี้ อยู่ในโทนสีดำทะมึน เวทีสำหรับร็อคเกอร์ตั้งตระหง่านอยู่ด้านในสุด ตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยรูปของบรรดาร็อคสตาร์จากทั่วโลกที่ติดอยู่บนผนังรอบร้าน

“พอดีคุณพ่อติดงานด่วนน่ะครับ เลยมาไม่ได้” เต๋าบอกกับเรา ด้วยความคิดในตอนแรกที่อยากจะสนทนากับผู้ก่อตั้งร้านตั้งแต่พุทธศักราช 2528 อย่างคุณตุ่ม – วันนพ บูรณะสิทธิพร แต่เราเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ลูกชายผู้ให้กำเนิดที่สุดแห่งผับร็อคในเมืองไทยซึ่งใช้ชีวิตผูกพันกับสถานที่แห่งนี้จากจุดเริ่มมาจนถึงวินาทีที่บทสนทนาเริ่มต้น ก็สามารถเล่าทุกสิ่งทุกอย่างได้ไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อ

เต๋าเล่าย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่เขาอายุได้ 3 ขวบ พ่อของเขาเป็นผู้จัดการวง คาไลโดสโคป แต่ครั้นจะพาวงไปเล่นที่ไหนก็ไม่มีร้านที่เป็นแนวร็อคจริงๆ สักร้าน ก็เลยปิ๊งไอเดียเปิดผับดนตรีร็อคไปเลยดีกว่า “คุณพ่อเปิด The Rock Pub เพราะใจรักล้วนๆ” เขาสรุปสิ่งที่เล่าออกมาเป็นประโยคดังกล่าว

TheRockPub08_1
TheRockPub07_1

 

แน่นอนว่า ณ ตอนนั้นไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่า The Rock Pub จะประสบความสำเร็จ แต่ 10 ปีนับจากที่ร้านเปิดวันแรก ภาพที่เต๋าจดจำได้อย่างแม่นยำก็คือ คนแน่นร้านทุกวัน! “ผมจำได้ว่าบางวันต้องมีการต่อคิวเข้าร้าน เพราะด้านในมันแน่นจนเข้าไม่ได้แล้ว” เต๋าเล่าย้อนกลับไป ซึ่งวงดนตรีประจำ The Rock Pub ในยุคบุกเบิกก็มีทั้ง คาไลโดสโคป, แหลม มอร์ริสัน, กิตติ กีตาร์ปืน, โอฬาร พรหมใจ, เอกมันต์ โพธิ์พันธุ์ทอง เล่นเพลงร็อคยุค 70s เสียเป็นส่วนใหญ่ ก่อนจะมาพีคสุดๆ ในยุคที่ดนตรีร็อคครองโลก นำทัพมาโดย Gun N’ Roses รวมถึง Nirvana ซึ่งก็ทำให้คนฟังเริ่มรู้จัก Hi-Rock และ Young Blood ซึ่งเป็นวงประจำของที่ร้าน

แต่หากพอจะจำกันได้ มีช่วงหนึ่งที่เศรษฐกิจบ้านเราเกิดภาวะฟองสบู่แตก ทุกอย่างในบ้านเมืองย่ำแย่ The Rock Pub ก็จำต้องเผชิญกับช่วงเวลาอันเลวร้ายเช่นกัน อีกทั้งเทรนด์เพลงของโลกก็เริ่มเปลี่ยน ยุคเฟื่องฟูของดนตรีร็อคเริ่มจางหาย เต๋าบอกกับเราว่า “เป็นจุดตกต่ำที่สุดก็ว่าได้ คนมาร้านน้อยมาก บางวันไม่มีเลย เป็นยุคมืดที่เราเองก็หาทางไปไม่ได้เหมือนกัน”

เจ้าของร้านรุ่นสองยังคงไล่เรียงสถานการณ์ของ The Rock Pub ให้เราฟังอย่างต่อเนื่อง “หลังจากผ่านจุดที่ย่ำแย่ที่สุดมาได้ ดนตรีร็อคก็กลับมาพร้อมกับยุคที่นูเมทัลครองเมือง และ The Rock Pub ก็กลับมาคนแน่นเหมือนเดิม แต่ก็ยังไม่เท่ายุคแรกนะ ซึ่งตอนนั้นผมเข้ามามีบทบาทกับร้านอย่างเต็มตัวแล้ว” ซึ่งยุคที่เขากล่าวถึงก็จะครองวงการโดยวงดนตรีอย่าง Limp Bizkit, Korn หรือแม้แต่ Linkin Park นั่นเอง แต่ผ่านไปไม่กี่ปี นูเมทัลก็หายไปจากสารบบร็อค และ The Rock Pub ก็กลับเข้าสู่สถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนักอีกครั้ง

3_resize

 

“จนถึงทุกวันนี้ ดนตรีร็อคยังไม่กลับมาเลย” นี่อาจเป็นคำกล่าวที่น่าเศร้าใจมากเป็นลำดับต้นๆ ของชายผู้บ้าดนตรีร็อคแบบเข้าขั้น แต่ใช่ว่าเขาจะดื้อรั้นจนไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรเลย เขาเคยคิดแม้กระทั่งว่า จะเอาวงร็อคที่มีชื่อเสียงมาเล่นที่ร้าน ควรมีเพลงร็อคตลาดมากขึ้น หรือแม้แต่เอาวงร็อคแบบอะคูสติกมาเล่น แต่นั่นคงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ฉาบฉวยเกินไปสำหรับเขา

“99% ของคนที่มา The Rock Pub เขามาฟังดนตรี มาดูวงดนตรีจริงๆ ผมจึงย้อนกลับไปสู่จุดแข็งของร้านที่คุณพ่อทำมาตั้งแต่แรก วงดนตรีที่ร้านตอนนี้ถือเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งผมพยายามให้มันครอบคลุมทุกยุคของดนตรีร็อค” หลังจากนั้นเต๋าก็ไล่เรียงวงประจำที่ร้านให้ฟังซึ่งมีทั้งพังค์จ๋าๆ, แฮร์แบนด์, ฮาร์ดร็อค, นูเมทัล, กรันจ์, คลาสสิคร็อค และอีกเพียบ ใครชอบแนวไหนก็สามารถเช็คได้ทางแฟนเพจของ The Rock Pub ซึ่งขาประจำที่มาร้าน ครึ่งหนึ่งจะเป็นชาวต่างชาติ บวกกับชาวร็อควัย 35 อัพที่แวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย และเริ่มที่จะมีนักฟังดนตรีที่อายุน้อยกว่า 30 ปี รวมถึงวัยรุ่นที่เริ่มรู้จักมักคุ้นกับ The Rock Pub บ้างแล้ว

อีกหนึ่งการปรับตัวของตำนานผับแห่งนี้ก็คือการจัดอีเวนต์อย่างน้อยเดือนละครั้ง ซึ่งเต๋าก็ยังคงยืนยันว่าไม่มีการใช้ชื่อเสียงของวงดนตรีมาเป็นจุดขาย และรับประกันด้วยเกียรติว่า ถ้าคุณรักดนตรีร็อค ไม่มีทางผิดหวังแน่นอน ซึ่งกลยุทธ์นี้เต๋าก็ยอมรับว่า มันอาจไม่เห็นผลแบบทันตาเห็น แต่มันได้ผลขึ้นเรื่อยๆ จากที่คนอายุ 30 ต้นไล่ลงมาแทบไม่รู้จักว่า The Rock Pub คืออะไร แต่เมื่อกลุ่มคนเหล่านั้นได้มาเห็นด้วยสองตาของตัวเอง ความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีก็เริ่มเกิดขึ้น

TheRockPub04

“ทุกวันนี้เทรนด์มันไม่ใช่ร็อค ผมจึงต้องทำตัวนอกเทรนด์ให้มากที่สุด พยายามไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในเทรนด์ ฟังดูอาจเป็นอะไรที่… จะรอดได้ยังไงวะ แต่ทำอย่างนี้แล้วผมรอด” ประโยคข้างต้นของเต๋าเปรียบเสมือนอุดมการณ์ที่ The Rock Pub ยึดมั่นมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน “ผมจะบอกทุกวงที่เข้ามาเล่นที่ร้านว่า เพลงตลาดไม่ต้องเล่น แต่ถ้าลูกค้าขอ… ค่อยเล่น” และประโยคนี้ก็เป็นตัวแทนของการยืดหยุ่นและปรับตัวเล็กๆ น้อยๆ ให้เข้ากับยุคสมัย ให้อยู่รอด โดยไม่สูญเสียตัวตนไป

เต๋าบอกกับเราต่อว่า เขาพยายามจะเอาตัวเองตั้งเป็นโจทย์แทนลูกค้าเสมอ เช่น ถ้าผมไม่ใช่เจ้าของ The Rock Pub ผมจะมาร้านนี้ไหม? ถ้าผมจัดงานแบบนี้ ผมจะมาไหม? ผมกำลังดูวงนี้อยู่แล้วรู้สึกเบื่อไหม? หากความรู้สึกมันเริ่มไม่ใช่ ก็พยายามหาทางแก้ไขและปรับเปลี่ยน รวมถึงการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย ในการสื่อสารกับลูกค้าว่าพวกเขาคิดเห็นอย่างไรกัน

มีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่เรารู้สึกประทับใจ และเหมือนเป็นการตอกย้ำกับผู้ดูแลทุกสิ่งทุกอย่างในร้านอย่าง เต๋า ว่า ยังมีคนต้องการอะไรแบบนี้อยู่… ยังมีชาวร็อคตัวจริงที่ต้องการ The Rock Pub อยู่ เขาเล่าว่า “จะมีน้องผู้หญิงคนหนึ่งชอบมานั่งที่บาร์คนเดียว แต่งตัวเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป ดูเรียบร้อยมาก ผมก็เข้าไปถามว่า อยากฟังเพลงอะไรไหมครับ ในใจก็คิดว่าทรงนี้คงขอเพลงประมาณ Coldplay แน่ๆ รู้ไหมว่าน้องเขาขอเพลงของใคร… Mudvayne, Korn, Slipknot คนแบบนี้น่ะมีอยู่เยอะ”

TheRockPub03

 

หลายคนคงทราบดีว่า นอกจาก เต๋า จะเป็นเจ้าของ The Rock Pub เป็นมือเบสวง Outro เขายังมีอีกหนึ่งบทบาทในการเป็นโปรโมเตอร์คอนเสิร์ตในนาม Rock Entertainment ผู้ซึ่งเคยพา Paramore, Sum 41 หรือแม้แต่ Deftones มาเล่นสดที่เมืองไทยมาแล้ว เช่นเดียวกัน… มันเกิดจากหัวใจที่รักดนตรีร็อคล้วนๆ และการเป็นโปรโมเตอร์ก็ไม่ได้มีส่วนมาเกื้อหนุนจุนเจือ The Rock Pub แต่อย่างใด มิหนำซ้ำในบางคอนเสิร์ต (อาจหมายรวมถึงส่วนใหญ่เลยด้วยซ้ำ) ก็เจ็บตัวกันพอสมควร ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม เขาก็ได้โยกย้ายไอเดียในการจัดคอนเสิร์ตของวงต่างประเทศมาที่ The Rock Pub แทน และเลือกที่จะลดสเกลงานลง แต่ความมันยังระอุเช่นเดิม ส่วนใครอยากเห็นชื่อของวงระดับโลกที่ Rock Entertainment จะนำเข้ามาในอนาคตคงต้องอดใจรอสักหน่อย เพราะหลังจากนี้ เต๋า คงจะต้องพิถีพิถันในการเลือกแบบสุดๆ นั่นเอง

เต๋าตอบคำถามของเราที่ว่า คิดว่าอะไรทำให้ผับร็อคแห่งนี้อยู่ยงคงกระพันมายาวนานถึง 29 ปี เขาตอบทันทีว่า “The Rock Pub เป็นผับที่เล่นเพลงร็อคร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ และไม่เคยเปลี่ยน ความหมายของผมก็คือ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ถ้าคุณเดินเข้ามาในร้าน ไม่เคยมีเพลงที่ไม่ใช่เพลงร็อคเปิด วงดนตรี การตกแต่ง มันไม่เคยไม่ร็อค ไม่เคยเลยสักครั้ง เด็กเสิร์ฟมันยังร็อคเลย ทุกอย่างคือจิตวิญญาณของดนตรีร็อค นี่คือจุดยืนของเรา”

คิดอยู่นานว่าจะถามดีไหม… สุดท้ายเราตัดสินใจถามเต๋าตรงๆ ว่า ถ้าวันหนึ่ง The Rock Pub จำเป็นต้องปิดตัวลงจริงๆ ล่ะ… และนี่คือคำตอบของลูกผู้ชายที่คลั่งเพลงร็อคสุดหัวใจ “มันมีสิทธิ์ปิดได้ทุกเมื่อแหละครับ ถ้าเปิดศุกร์เสาร์แล้วมีโต๊ะเดียวผมก็ต้องปิด แต่ผมก็เชื่อว่ามันยังไม่ถึงจุดนั้น ก่อนจะถึงจุดที่ผมจะบอกว่าปิด ผมจะลองทุกหนทางแน่นอน เราเคยผ่านจุดที่ร้านแย่มากๆ มาแล้ว วันที่ผมท้อ ลูกค้าบางคนก็เดินมาบอกว่า พี่อย่าเลิกทำนะ รุ่นพี่ผมก็บอกว่า เอ็งอย่าเลิกทำนะเว่ย มันมีอยู่ที่เดียว ในแง่ธุรกิจเราก็ต้องทำให้มันอยู่รอดให้ได้”

1_resize

 

“สำหรับผม The Rock Pub เป็นยิ่งกว่าร้านๆ หนึ่ง ผมเชื่อนะว่าหลายคนก็รู้สึกเหมือนผม The Rock Pub เหมือนเป็นสถาบันแห่งหนึ่งสำหรับชาวร็อคในเมืองไทย ถ้ามันไม่มี แล้วร็อคจะอยู่ที่ไหน ผมรู้จัก The Rock Pub มาตั้งแต่ 3 ขวบ ถ้ามันจะไม่มี… มันไม่ได้… ผมแทบจะพูดอะไรไม่ออก ร้านมีสิทธิ์ปิด แต่คงไม่ถึงวันนั้น เพราะผมจะลุยกับมันร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนเดิม” ด้วยความสัตย์จริง ท่ามกลางเสียงอันหนักแน่น มีความสั่นเครืออยู่ในนั้น ด้วยความรักที่มีต่อดนตรีร็อค ด้วยความผูกพันต่อสถานที่แห่งนี้

สรรพเสียงแห่งความมันดังแว่วมาจากในร้าน ถึงเวลาเปิดทำการอีกครั้งของ The Rock Pub ตำนานผับร็อคในเมืองไทยที่ยังคงมีลมหายใจ และพร้อมที่จะยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง ดังเช่นดนตรีร็อคที่ยังคงหนักแน่นในตัวตนและจิตวิญญาณ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

The Rock Pub
Venue : ตึก Hollywood Street (รถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีราชเทวี)
Opening Hours : จันทร์ – เสาร์ 19.00 – 01.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
www.facebook.com/therockpub

 

Story by: Chanon B.
Photos by : Pisut S. / AWLF Photographer / The Rock Pub