sam-smith-oscars-carpet-2016-billboard-650-b

 

ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกแล้ว เมื่อ แซม สมิธ ขึ้นรับรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยม บนเวทีอคาเดมีอวอร์ดส์เมื่อวานนี้ พร้อมกล่าวเล็กๆ น้อยๆ ว่าตนเคยอ่านที่ดาราชาย เอียน แม็คเคลเลน บอกไว้ว่า “ยังไม่เคยมีใครที่เป็นเกย์แบบเปิดเผยแล้วได้รางวัลออสการ์” แซมบอกว่าไม่รู้ว่าผลตัดสินในอดีตนั้นเป็นเพราะอคติหรือเป็นเรื่องบังเอิญ แถมยังบอกอีกว่าขอมอบรางวัลนี้เพื่อสนับสนุน LGBT ทั่วโลกอีกด้วย

เรื่องราวเกือบจะสงบดีแล้วเชียว..ถ้าไม่มีใครออกมาพูดซะก่อน ว่าสิ่งที่แซม สมิธพูดน่ะผิดเต็มประตู ล่าสุดนักเขียนบทชื่อดัง ดัสติน แลนซ์ แบล็ก เกิดอาการไม่ปลื้ม จึงออกมาตำหนิผ่านทวิตเตอร์ว่าแซม สมิธช่างไม่รู้จริงเอาซะเลย เพราะเขานี่แหละที่เคยรับรางวัล Best Screenplay จากเรื่อง Milk เมื่อปี 2009 แปลว่าแซม สมิธยังไม่รู้ข่าวที่เขาคบกับนักกระโดดน้ำเหรียญทองโอลิมปิกอย่าง ทอม เดลีย์ อีกด้วย! หยามกันไปหน่อยรึเปล่า?

เพื่อความกระจ่าง เราจะเล่าให้ฟังว่าเคยมีดารา LGBT ที่ได้รางวัลออสการ์มาแล้ว ซึ่งมีดังนี้

เซอร์ จอห์น กิลกูด (1981) Best Supporting Actor จากเรื่อง Arthur
ท่านคือที่สุดแห่งนักแสดงของศตวรรษที่ 20 เรียกว่าเป็นเพียงไม่กี่คนบนโลกที่วงการเรียกว่า EGOT (คว้ารางวัลมาหมดแล้วจากเวที Emmy, Grammy, Oscar และ Tony) เซอร์จอห์นเป็นนักแสดงชายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นเกย์อย่างเปิดเผยและได้รางวัลออสการ์ แถมมีหลักฐานบอกด้วยว่าท่านเคยได้รับจดหมายขู่ฆ่าในช่วงปี 1950s เหตุเพราะเป็นเกย์

จอห์น สเลสซิงเจอร์ (1970) Best Director จากเรื่อง Midnight Cowboy
ผู้กำกับท่านนี้กล้าถ่ายทำหนังที่มีฉากล่อแหลมระหว่างนักแสดงชายสองคนในเรื่อง ซึ่งตอนนั้นปลุกกระแสรักร่วมเพศให้ลุกโชนได้มาก และเป็นใบเบิกทางให้ผู้กำกับคนอื่นๆ กล้านำประเด็นนี้มาทำภาพยนตร์ตามไปด้วย เรื่องนี้คว้าไปอีก 2 รางวัล คือ Best Picture และ Best Adapted Screenplay

เมลิสซ่า เอเธอริช (2007) Best Original Song : I Need To Wake Up จากเรื่อง An Inconvenient Truth
เมลิสซ่าเปิดเผยว่าชอบเพศเดียวกันมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่ก่อนร่วมงานกับอัลกอร์ ก่อนที่เขาจะเริ่มทำภาพยนตร์สารคดีภาวะโลกร้อนเรื่อง An Inconvenient Truth ก่อนที่จะให้เธอเป็นคนร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้เสียอีก!

สตีเฟน ซอนด์เฮม (1991) Best Original Song : Sooner Or Later (I Always Get My Man) จากเรื่อง Dick Tracy
สตีเฟนกวาดรางวัลแกรมมี่และโทนี่บ่อยจนเป็นเรื่องปกติ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่เขาได้ออสการ์นะ

โฮเวิร์ด แอชแมน (1990 และ 1992) Best Original Song : Under The Sea จากเรื่อง The Little Mermaid และ Best Original Song :Beauty and The Beast จากเรื่อง Beauty and The Beast
โฮเวิร์ดร่วมจับปากกากับนักแต่งเพลงคู่ใจอย่าง อลัน เมนเคน เขียนเพลงประกอบการ์ตูนดิสนีย์ซึ่งได้รางวัลออสการ์ทั้ง 2 เรื่อง แต่โฮเวิร์ดไม่ทันได้ขึ้นรับรางวัลครั้งที่ 2 เพราะเสียชีวิตไปก่อน

บิล คอนดอน (1999) Best Adapted Screenplay จากเรื่อง Gods & Monsters
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่บิล คอนดอนได้รางวัลออสการ์ เป็นอีกคนที่ไม่เคยปิดบังว่าเป็นเกย์และคบกับโปรดิวเซอร์ แจ็ค มอริสซี่ แบบเปิดเผยอีกด้วย

ดัสติน แลนซ์ แบล็ก (2009) Best Original Screenplay จากเรื่อง Milk
หลังจากเรื่องนี้แล้ว ดัสติน แลนซ์ แบล็ก เขียนบทละครเรื่อง 8 ด้วย ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนรักร่วมเพศในแคลิฟอร์เนียสามารถแต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมาย และอย่างที่บอกไปว่าเขาคบกับนักกระโดดน้ำ ทอม เดลีย์ ทั้งคู่เพิ่งหมั้นกันเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

เอลตัน จอห์น (1995) Best Original Song : Can You Feel The Love Tonight จากเรื่อง The Lion King
เอลตันก็เกือบจะเป็น EGOT แล้ว ขาดแค่รางวัลเอ็มมี่เท่านั้นเอง ช่วงปี 70s ท่านเซอร์เคยออกมาให้ข่าวกับทาง Rolling Stone ว่าเป็นไบ แล้วค่อยเปิดเผยว่าเป็นเกย์เต็มตัวในอีกสิบปีถัดมา ท่านเซอร์แต่งงานแล้วกับเดวิด เฟอร์นิชเมื่อปี 2014 อยู่กันเป็นครอบครัวพร้อมลูก 2 คนด้วย

จอห์น คอริกลิอาโน่ (1999) Best Original Score จากเรื่อง The Red Violin
เพลงสกอร์แนวนีโอคลาสสิคนี้นำตุ๊กตาออสการ์มาให้เขาเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่เคยได้จากเรื่อง Altered States มาแล้วในปี 1980

อลัน บอลล์ (2000) Best Original Screenplay จากเรื่อง American Beauty
ปีนั้นผู้กำกับแซม เมนเดส หน้าบานเพราะคว้าออสการ์ไป 5 รางวัลจากภาพยนตร์เรื่องนี้ คนเขียนบทอย่างอลันก็เป็นปลื้มไปด้วย นอกจากเขียนบทเรื่องนี้แล้วเขายังเป็นคนสร้างตัวละครชื่อเดวิด ฟิชเชอร์ ซึ่งเป็นตัวละครเกย์ในเรื่อง Six Feet Under หนึ่งในตัวละครที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ฉายทางช่อง HBO

สก็อตต์ รูดิน (2008) Best Motion Picture จากเรื่อง No Country For Old Men
โปรดิวเซอร์ท่านนี้คว้ารางวัลออสการ์กลับบ้านพร้อมกับพี่น้องผู้กำกับ โจแอล และ อีธาน โคเอน ปีนั้นเรื่อง There Will Be Blood ที่สก็อตต์โปรดิวซ์ให้ก็เข้าชิงรางวัล Best Picture ด้วย

 

 

Story by: Rolling Stone
Translated by: Sutthimas R.
Photo by: Billboard