01

จากซ้าย: โทโมยะ, โทรุ, ทากะ และ เรียวตะ

พอทราบข่าวว่าวงร็อคสัญชาติญี่ปุ่น ONE OK ROCK เซ็นสัญญากับค่าย Fueled By Ramen ที่เต็มไปด้วยวงดนตรีแถวหน้าอย่าง Twenty One Pilots, Paramore หรือแม้แต่ Panic! at the Disco เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2016 ที่ผ่านมาก็รู้สึกอดภาคภูมิใจไม่ได้ที่ตัวแทนจากทวีปเอเชียโกอินเตอร์ไปอีก 1 วง แต่เมื่อ 4 ซิงเกิ้ลแรกทยอยปล่อยออกมาให้ฟัง เครื่องหมายคำถามจากชาววันโอคุทั่วโลกต่างลอยเด้งขึ้นมาว่า การก้าวสู่ระดับสากลครั้งนี้ทำให้พวกเขาสูญเสียตัวตน รวมถึงอีกหลายเสียงที่มองว่าพวกเขากลายเป็น ONE OK POP ไปแล้ว!

ทากะ (ร้องนำ), เรียวตะ (เบส), โทรุ (กีตาร์) และ โทโมยะ (กลอง) คือ 4 สมาชิกแห่ง ONE OK ROCK กับตัวตนที่เต็มไปด้วยพลังแห่งมวลสารของดนตรีร็อค ไม่ว่าจะเป็นการฟังจากแผ่นซีดีปกติทั่วไป หรือจะดูการแสดงสดผ่านคลิปในยูทูปก็คงสัมผัสได้ถึงพลังเหล่านั้น ยิ่งใครเคยได้กระโดดสุดตัวจากการไปชมคอนเสิร์ต (พวกเขาเคยมาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทย 2 ครั้งในปี 2013 และ 2016) ก็คงรับรู้ถึงคำว่า ‘มันสุดขั้ว’ เป็นอย่างดี

ความโดดเด่นในพาร์ตดนตรีของ ONE OK ROCK คงหนีไม่พ้นเรื่องซาวนด์อัลเทอร์เนฟทีฟร็อคอันจัดจ้าน มีกลิ่นอายของความเป็นอีโมอยู่เนืองๆ จากบางท่อนบางวรรคที่ ทากะ เพิ่มเติมการว้ากแบบไม่หนักหูมากมายลงไปตั้งแต่สตูดิโออัลบั้มชุดแรกอย่าง Zeitakubyo เมื่อปี 2007 เรื่อยมา และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือความเร่งเร้าและพุ่งทะยานสไตล์เจร็อคที่ฟังแล้วอยากโยกตามชะมัด รวมถึงเนื้อเพลงที่ผสมผสานภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

 

JinseixBoku= สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6 เมื่อปี 2013 คืออัลบั้มที่ทำให้ทั่วโลกเริ่มรู้จักชื่อของ ONE OK ROCK ด้วยซิงเกิ้ล The Beginning เพลงธีมของภาพยนตร์เรื่อง Rurouni Kenshin ที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนเรื่อง ซามูไรพเนจร จากทัวร์คอนเสิร์ตทั่วทวีปเอเชีย กลายเป็น 4 คอนเสิร์ตในยุโรปที่บัตรขายหมดเกลี้ยง ก่อนจะเดินทางต่อไปยังสหรัฐอเมริกาในท้ายที่สุด อีกทั้งพวกเขายังสานต่อความสำเร็จจากอัลบั้ม 35xxxv ในปี 2015 ที่ Deluxe Version เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งนอกจากจะออกทัวร์ในหลายประเทศทั่วโลกมากขึ้น อัลบั้มดังกล่าวยังก้าวเข้าสู่ชาร์ตบิลบอร์ดในหลายๆ ชาร์ตอย่างสง่างามอีกด้วย

เพราะฉะนั้น อัลบั้มภาษาอังกฤษชุดแรกอย่างเป็นทางการอย่าง Ambitions จึงกลายเป็นที่จับตามองทั้งจากวงการดนตรีโลก รวมถึงชาววันโอคุจากดินแดนบ้านเกิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Print

 

อันที่จริงแล้ว Ambitions มีทั้งเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ แต่แน่นอนว่าการโปรโมตก็จะเน้นหนักไปทางเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษแทบทั้งหมด 4 ซิงเกิ้ลแรกที่พวกเขาปล่อยออกมาก่อนหน้านี้สร้างเซอร์ไพรส์ให้คนฟังได้ไม่น้อย โดยเฉพาะ Bedroom Warfare ที่นึกว่า Paramore (ในยุคหลังๆ) มาเอง กับเมโลดี้ป๊อปจัดๆ เสียงสังเคราะห์ที่แทบจะกลายเป็นพระเอก หลงเหลือซาวนด์ร็อคไว้ไม่มากนักซึ่งกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง แต่ทว่ากับซิงเกิ้ลเปิดตัวอย่าง Taking Off หรือ I Was King ก็ยังคงมาตรฐานความหนักแน่นสไตล์ ONE OK ROCK เอาไว้ รวมถึงซิงเกิ้ลล่าสุดที่ท็อปฟอร์มใช้ได้อย่าง We Are ที่พาคนฟังพุ่งทะยานออกไปอย่างเต็มที่ หา Kings and Queens ของ Thirty Seconds to Mars มาฟังต่อนี่เต็มอิ่มในอารมณ์แบบสุดๆ

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดจากอัลบั้ม Ambitions คงเป็นเรื่องของเสียงสังเคราะห์ที่ยกระดับจากการเป็นเพียงตัวประกอบที่คอยสร้างสีสันมาเป็นเพื่อนพระเอกที่มีบทบาทในเส้นเรื่องมากยิ่งขึ้น ส่วนใครที่กังวลว่าจะไม่ได้ฟังซาวนด์ร็อคชวนโยกสไตล์ ONE OK ROCK ก็หายห่วงกันได้ แทร็คอย่าง Bombs Away หรือ Bon Voyage นี่เน้นมันเข้าว่า เสียงซินธ์จี๊ดๆ ทำให้เรานึกถึง Bring Me the Horizon อยู่บ้าง เปิดต่อกันคงโยกกันจนปวดคอกันไปข้าง

 

แต่ใช่ว่า ONE OK ROCK จะร็อคกันอย่างเดียว พวกเขามีเพลงจังหวะช้าถึงกลางมาให้คนฟังพักเหนื่อยเช่นเดียวกัน Hard to Love มาพร้อมความเป็นอะคูสติกที่เพราะเลยล่ะ ในขณะที่ One Way Ticket ที่เหมือนจะเดินตามรอยวงอย่าง Maroon 5 ก็ป๊อปสุดๆ แปลกหูอยู่มากทีเดียว รวมถึง Listen ซึ่งในอัลบั้มเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นได้ เอวริล ลาวีน มาร่วมแจมก็โยกตามกันได้เบาๆ

อีกหนึ่งความน่าสนใจในอัลบั้มนี้ก็คือ หลายเพลงมีส่วนผสมของดนตรีป๊อปพังค์ค่อนข้างชัดเจนทีเดียว เพลงจังหวะกลางๆ อย่าง American Girls ที่เล่าเรื่องหนุ่มโตเกียวซึ่งดันไปตกหลุมรักสาวอเมริกันนั้นฟังสนุกมาก ส่วน Start Again ก็พลุ่งพล่านใช้ได้ ฟังแล้วนึกถึงรุ่นพี่ในวงการอย่าง Green Day หรือแม้แต่ Fall Out Boy ตามลำดับอยู่ไม่น้อย รวมถึง 2 เพลงที่ได้แขกรับเชิญพิเศษมาร่วมฟีทเจอริ่งไม่ว่าจะเป็น อเล็กซ์ แกสคาร์ธ นักร้องนำแห่ง All Time Low ในเพลง Jaded รวมถึงวงป๊อปพังค์หน้าใหม่ไฟแรงอย่าง 5 Seconds of Summer ที่มาแจมในแทร็คสุดท้ายของอัลบั้มที่เมโลดี้เท่มากๆ อย่าง Take What You Want

 

โดยรวมอัลบั้ม Ambitions หนุ่มๆ ONE OK ROCK ยกระดับทั้งในเรื่องเมโลดี้และซาวนด์ของตัวเองสู่ความเป็นสากลจาก 2 อัลบั้มก่อนอยู่พอสมควร เสียงสังเคราะห์เข้ามามีบทบาทแทบจะทั้งอัลบั้ม รวมถึงกลิ่นอายป๊อปพังค์ในหลายๆ แทร็ค ซึ่งต้องยอมรับว่า การเปิดตัวในระดับสากลครั้งนี้พวกเขาทำได้ดีทีเดียว หลายๆ เพลงเมื่อนึกภาพบนเวทีคอนเสิร์ต ก็คงยังได้เห็นลีลาการหมุนตัว 360 องศาของเรียวตะและโทรุ การฟาดสแนร์แบบสุดตัวของโทโมยะ รวมถึงการกระโดดโลดเต้นของทากะอยู่เหมือนเดิมแน่นอน

นับตั้งแต่อัลบั้ม JinseixBoku= มาจนถึง 35xxxv (ที่ได้ จอห์น เฟลด์มานน์ ซึ่งเคยร่วมงานกับ 5 Seconds to Summer และ The Used มาเป็นโปรดิวเซอร์) แฟนเพลงบางส่วนมองว่า ONE OK ROCK ได้โบกมือลาซาวนด์ดิบๆ จากยุคแรกๆ และต้อนรับความเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วสู่บทเพลงของพวกเขาอย่างเป็นทางการ และ Ambitions ก็ไม่ต่างไปจากความรู้สึกนั้นสักเท่าไหร่นัก ใครที่เป็นสาวกเดนตายของพวกเขาอาจรับไม่ได้เลยด้วยซ้ำกับแทร็คอย่าง One Way Ticket หรือ American Girls ที่ป๊อปเหลือเกิน แต่สำหรับแฟนเพลงที่เพิ่งมาติดตามในยุคหลังน่าจะชอบอัลบั้มนี้ได้ไม่ยาก

02

 

จุดสำคัญคือการที่ ONE OK ROCK เดินตามรอยวงร็อครุ่นพี่ในวงการหลากหลายวง โดยเฉพาะในค่าย Fueled By Ramen กับจังหวะแบบ Paramore รวมถึงซินธิไซเซอร์ในแบบ Twenty One Pilots มองในแง่หนึ่งอาจเป็นการ ‘เพลย์เซฟ’ หรืออาจเป็นความหาญกล้าแห่งการเติบโตที่พวกเขาต้องการฉีกจากอะไรเดิมๆ และก้าวไปสู่การเป็นวงร็อคระดับโลกในอนาคต ซึ่งคำถามนี้อาจยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์เพื่อหาคำตอบต่อไป

แต่กระนั้นหากมองในแง่ของดนตรี อัลบั้ม Ambitions ไม่ได้เป็นอัลบั้มที่น่าผิดหวังอย่างที่หลายคนคิดไว้ก่อนหน้านี้ และนับเป็นการเปิดศักราชการโกอินเตอร์ของพวกเขาได้ดี เสียดายอย่างเดียวที่เราแทบจะไม่ได้ยินเสียงร้องแผดๆ ของ ทากะ ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างของ ONE OK ROCK ในอัลบั้มนี้เลยน่ะสิ

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Warner Music Thailand