_N1A5133.1-1

 

“นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ร่างกายไม่ได้รู้สึกถึงความพลุ่งพล่านมากขนาดนี้” นี่คือความรู้สึกแรกหลังจากที่ได้ฟังเพลง อำนาจเจริญ จากวงดนตรีที่ชื่อ Bomb at Track พร้อมมิวสิควิดีโอผ่านเว็บไซต์ยูทูป ด้วยซาวนด์ร็อคกลิ่นอายเมทัลกระแทกกระทั้นสาดใส่แบบไม่มียั้ง ทำเอาเราต้องโยกหัวตามแบบไม่รู้ตัว บวกกับการแร็พสุดจัดจ้านที่พูดถึงผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ในสังคมที่ใช้เงินไปในทางที่ผิด และท่อนฮุกทรงพลังที่ว่า ‘สัตว์หน้าคนใช้อำนาจเงินเพื่อปกปิด พวกปรสิตสูบเลือดเนื้อเพื่อคงอยู่’ ที่ร้องซ้ำไปวนมาเพื่อตอกย้ำความเลวร้ายของสังคมที่มีให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือจอโทรทัศน์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หลังจากนั้น เราจึงรอคอยที่จะได้ฟังผลงานเต็มๆ ของ Bomb at Track อย่างใจจดใจจ่อที่สุด และในที่สุด พวกเขาก็ได้ฤกษ์ปล่อยอีพีชุดแรกในชีวิตที่ใช้ชื่อเดียวกับวงออกมา กลายเป็นลูกระเบิดทางเสียงดนตรีที่น่าติดตามสุดๆ ณ ขณะนี้

ก่อนหน้านี้ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ 5 สมาชิกแห่ง Bomb at Track อันประกอบไปด้วย เต้-วงศกร เตมายัง (ร้องนำ), เมษ-ภควรรษ ประเสริฐศักดิ์ (กีตาร์ลีด), ข้น-ศาสตร์ พรมุณีสุนทร (เบส), ปุ้ย-ปราชญานนท์ ยุงกลาง (กีตาร์ริทึ่ม) และ นิล-สิรภพ เลิศชวลิต (กลอง) ถึงเรื่องราวความเป็นมาของวง รวมถึงแนวคิดและมุมมองในการทำเพลงของพวกเขา ประเด็นที่น่าสนใจมากๆ สำหรับวงดนตรีวงนี้ก็คือ พวกเขาทุกคนอายุเพียง 21 ปี และยังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยเพียงเท่านั้น (เต้-ข้น-เมษ-นิล เรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ส่วน ปุ้ย เรียนคณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร) แต่พวกเขากลับมองโลกด้วยวิถีแห่งข้อเท็จจริงว่าสังคมโดยเฉพาะในเมืองไทยนั้นย่ำแย่และเน่าเฟะเพียงใด พวกเขาจึงนำเอาสิ่งที่พวกเขาคิดและรู้สึกมาถ่ายทอดเป็นบทเพลง ผ่านอาวุธที่เรียกว่าเครื่องดนตรี และเนื้อหาในท่อนแร็พแสบๆ คันๆ ไร้ซึ่งความประนีประนอม ไม่อ้อมค้อมแต่อย่างใด แถมทั้ง 5 หนุ่มยังฝันที่จะมีคอนเสิร์ตของตัวเอง ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการส่งสารบางอย่างไปสู่คนฟังอีกด้วย

_N1A7189-1

 

อีพีที่ชื่อ Bomb at Track ที่บรรจุเพลงไว้ทั้งหมด 5 แทร็ค จึงอาจเปรียบเสมือนเป็นระเบิดลูกแรกที่พวกเขาตั้งใจจะโยนเข้าสู่ระบบแห่งสังคมไทย และหวังให้ก่อเกิดเป็นพลังแฝงบางอย่างที่อาจจะสามารถปฏิวัติความคิดของคนเราได้ในอนาคต

ทิ้งช่วงไม่นานนักจากซิงเกิ้ล อำนาจเจริญ ที่เด่นตระหง่านเป็นแทร็คแรกของอีพีชุดนี้ Bomb at Track ก็ปล่อยซิงเกิ้ลที่ 2 ออกมาตอกย้ำตัวตนในถนนสายดนตรีอีกครั้งกับ ฆาตกรคีย์บอร์ด กับเรื่องราวของพวกนักเลงคีย์บอร์ดที่มักจะพิมพ์อะไรออกมาโดยขาดการยั้งคิด ซึ่งนั่นอาจส่งผลถึงชีวิตของใครบางคนก็เป็นได้ ดนตรียังคงความหนักแน่นด้วยจังหวะจะโคนที่ฟังแล้วโยกหัวตามได้สบาย ไลน์กีตาร์หน่วงๆ ในท่อนเวิร์สนำพาไปสู่การจัดเต็มในท่อนฮุก กับประโยคซึ่งกลายเป็นที่จดจำอย่าง ‘เพราะความคิดคนมันห่วย สังคมเลยห่วยแตก’ และพวกเขาก็มาปลดปล่อยอย่างเต็มเหนี่ยวอีกครั้งในฮุกสุดท้าย หลังจากมีท่อนที่ผ่อนดนตรีให้เบาลงไป และค่อยๆ ไต่ระดับความเดือดขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดพีคที่สุดของเพลงกับริฟฟ์กีตาร์ที่จะทำให้คุณกระโดดสุดตัวแน่ๆ

 

และใครที่คิดว่า Bomb at Track ได้เผยหมัดเด็ดไปหมดแล้ว ซึ่งยอมรับตามตรงว่า ตอนแรกเราก็แอบรู้สึกห่วงในจุดนี้อยู่เช่นกัน แต่บอกเลยว่าคุณคิดผิดถนัด เพราะอีก 3 แทร็คที่เหลือกลับเหลือร้ายพอตัวไม่ต่างจาก 2 ซิงเกิ้ลแรกแม้แต่น้อย

เดนมนุษย์ กับการลดทอนจังหวะลงมาเล็กน้อย แต่กับเสียงสแลปเบสสุดเร่งเร้าที่สอดประสานกับริฟฟ์กีตาร์หน่วงหนักบิดเบี้ยวในท่อนอินโทรทำให้เรานึกไปถึงอีกหนึ่งตัวพ่อแห่งวงการนูเมทัลอย่าง Korn กับเนื้อหาแรงๆ ที่พวกเขาเปรียบพวกฆาตกรฆ่าข่มขืนว่าเป็นเหมือนเศษเดนมนุษย์ที่สมควรตาย เพลงนี้มีท่อนให้ฟร้อนต์แมนอย่าง เต้ ได้ว้ากอย่างเป็นจริงเป็นจัง ฟังแล้วสะใจสะอารมณ์ดีแท้ อีกทั้งยังถือเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอันหม่นมืดและดาร์คที่สุดในอัลบั้มก็ว่าได้

ใครจะเชื่อว่าสันติภาพมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ก็เชื่อไป แต่ Bomb at Track ไม่คิดเช่นนั้น เพราะพวกเขายังเห็นข่าวคนฆ่ากันตายอยู่ทุกวี่ทุกวัน สันติภาพ เริ่มต้นเพลงด้วยฟุตเทจเสียงที่น่าจะนำมาจากการชุมนุมที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ที่เกิดเสียงปืนดังขึ้น ก่อนจะตอกหน้าพวกโลกสวยฉาดใหญ่ด้วยท่อน ‘คำว่าสันติภาพนั้นไม่มีวัน!’ เมโลดี้กึ่งพูดกึ่งร้องของ เต้ ในท่อนเวิร์ส ลากยาวไปถึงซาวนด์ในท่อนฮุกที่ใส่กันเต็มทุกเม็ด รวมถึงช่วงที่ดนตรีหยุด ก่อนจะสาดความมันไปกับริฟฟ์อันหนักหน่วงในท่อนถัดไปอันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ในบทเพลงของพวกเขาก็ยังคงมีเช่นเคย แถมยังปิดเพลงด้วยฟุตเทจเสียงที่มีคนกล่าวว่า ‘อย่าทำร้ายกัน ไม่มีประโยชน์อะไร เราคนไทยด้วยกัน’ ได้อย่างแสบสันต์สุดๆ

ปิดท้ายด้วยจังหวะคึกคักเร้าอารมณ์ที่ฟังแล้วอยากออกไปกระโดดแท็กคนให้ทั่วฮอลล์คอนเสิร์ตเสียให้รู้แล้วรู้รอดในแทร็คที่มีชื่อว่า โจรในเครื่องแบบ ซึ่งพูดถึงบุคคลในเครื่องแบบอาชีพหนึ่งที่คุณก็รู้ว่าใคร การแร็พอันดุเดือดของเต้ผสมผสานดนตรีเร่งเร้าหนักๆ ที่ถ้าหากเปิด My Generation ของ Limp Bizkit ต่อเนื่องคงต้องมีให้ออกซิเจนกันบ้าง โซโล่กีตาร์ของ เมษ กับการสร้างซาวนด์ให้คล้ายเสียงหวอนั้นทำได้สะใจมาก เป็นการส่งท้ายอีพีอัลบั้มที่ทำให้เราแทบลืมหายใจ

_N1A5060.1-1

 

‘ความกล้า’ คือจุดเด่นของลูกระเบิดลูกนี้ที่น่าปรบมือให้ เต้ นักร้องนำที่รับหน้าที่หลักในการแต่งเนื้อเพลง ซึ่งหมายรวมถึงท่อนแร็พด้วยเคยบอกกับเราว่า เขาเป็นนักแต่งเพลงที่ไม่ค่อยมีชั้นเชิงสักเท่าไหร่ แต่ความตรงไปตรงมาอันหาญกล้าที่เขานำเสนอผ่านเนื้อเพลงนี่ล่ะที่กลับเป็นสิ่งที่กระแทกใจคนฟังอย่างจัง เต้ มีชุดคำที่น่าสนใจ สะใจ โดนใจ และเมื่อเขาร้องย้ำๆ มันก็กลายเป็น ‘ท่อนจำ’ ได้อย่างง่ายดาย นอกจาก 2 ซิงเกิ้ลแรกอย่าง อำนาจเจริญ และ ฆาตกรคีย์บอร์ด ที่คุ้นเคยกันแล้ว ก็ยังมี ‘ถามหาสันติภาพ มันเป็นได้เพียงความฝัน เพราะว่าในความจริง กูยังเห็นคนฆ่ากัน’ ในเพลง สันติภาพ หรือแม้แต่ชุดคำสวยๆ แต่แรงใช่ย่อยในเพลง เดนมนุษย์ อย่าง ‘การให้โอกาสคนเคยทำผิดมันเป็นสิ่งน่านับถือ แต่คำขอโทษที่ออกจากปากนั้นมันรู้สึกจริงๆ หรือ’ เป็นต้น แม้ว่าบางวรรคบางท่อนอาจฟังยากอยู่สักหน่อย แต่ก็เป็นธรรมดาของวิถีแห่งแร็พที่คงต้องใช้ความตั้งใจฟังอยู่พอควร รวมถึงหากใครมองว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เอนเอียงไปทางหยาบคาย ลองสังเกตให้ดีว่า พวกเขาเลือกที่จะนำคำหยาบเพียงไม่กี่คำมาใช้ และคำเหล่านั้นก็เป็นถ้อยคำที่ปุถุชนทั่วไปพูดกันเป็นปกติธรรมดากันอยู่แล้วต่างหาก

แต่หากจะดีแค่เนื้อเพลงอย่างเดียวก็คงไม่ใช่เรื่อง เรามองว่า Bomb at Track ใช้ซาวนด์ในการสร้างบรรยากาศของเพลง เพื่อขับเน้นสิ่งที่ฟร้อนต์แมนของวงจะเล่าให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก แน่นอนว่าหลักๆ พวกเขาใช้ลูกเล่นของริฟฟ์กีตาร์ในสไตล์เมทัลที่ทั้งหนักหน่วงและดุดัน มาสอดประสานกับท่อนแร็พเดือดๆ ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ลองนึกภาพเนื้อเพลงสักท่อนที่กระแทกความรู้สึกของเรามากๆ ภาคดนตรีก็ไปถึงจุดนั้นได้ในท่อนเดียวกัน จากทีมเวิร์กของ ข้น และ นิล ในตำแหน่งมือเบสและมือกลองที่เข้าคู่คอยคุมจังหวะได้หนักแน่นเอาการ และมือกีตาร์คู่อย่าง เมษ และ ปุ้ย ที่คนแรกก็แพรวพราวไปด้วยเทคนิคในการลีดกีตาร์ อาทิ การกัดปิ๊กที่สร้างเสียงบาดๆ จี๊ดๆ เข้าไปถึงขั้วหัวใจ กับคนหลังที่คอยซัพพอร์ตในส่วนของริทึ่มซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้เช่นกัน

_N1A5103-1

 

นั่นส่งผลก่อให้เกิดเป็น 5 แทร็คที่มีความแตกต่างในรายละเอียดปลีกย่อยทางดนตรีอย่างเห็นได้ชัด และในแต่ละเพลงก็มีจุดพีคในตัวของมัน ซึ่งต้องชื่นชมทั้งการเรียบเรียงเพลงที่พวกเขาทั้ง 5 รู้ว่าท่อนไหนควรใช้ซาวนด์อย่างไร ควรหยุดหรือใส่กันหมดแม็กซ์ต่อเนื่อง รวมถึงการมิกซ์และมาสเตอริ่งโดย เจ-มณฑล ดิลกชวนิศ ก็ทำได้ดีเอามากๆ

สำหรับประเด็นที่หลายคนยกให้ Bomb at Track คือ Rage Against the Machine ของเมืองไทย เรามองว่าเป็นความคล้ายคลึงทางสไตล์ดนตรีที่ผสมผสานการแร็พกับดนตรีเมทัล รวมถึงความเหมือนในเรื่องเนื้อหาที่เสียดสีสังคมอย่างเถรตรงมากกว่า และหากจะว่ากันตามจริง วงดนตรีอย่าง Korn, Limp Bizkit หรือแม้แต่ Slipknot ก็มีส่วนผสมดังกล่าวเช่นเดียวกันมากน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งใครที่ฟังครบทุกแทร็คในอีพี Bomb at Track แล้วก็คงจะสัมผัสถึงยุครุ่งเรืองแห่งนูเมทัลได้ไม่มากก็น้อยเลยล่ะ

อันที่จริงวงอันเดอร์กราวนด์ในเมืองไทยที่นำเสนอแนวดนตรีร็อคหนักๆ รวมถึงเนื้อหาเพลงที่สะท้อนสังคมก็มีอยู่ไม่น้อย หลายคนอาจมองว่า Bomb at Track เข้ามาถูกจังหวะ… จังหวะที่วงการร็อคในบ้านเราค่อนข้างซบเซาและขาดแคลนความแปลกใหม่ แต่หากวงไร้ซึ่งความสามารถ พวกเขาคงไม่มาถึงจุดนี้ จุดที่ทั่วทั้งวงการเพลงกำลังจับตามองก้าวต่อไปของพวกเขาที่เสมือนยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างบนดินและใต้ดิน ในแง่หนึ่งก็สามารถเสพเพลงของพวกเขาได้ไม่ยาก แต่ท่วงทำนองก็อาจหนักหูเกินไปสำหรับใครบางคน แต่การที่พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขา ‘เอาจริง’ ในทุกขั้นตอน (ล่าสุดก่อนหน้านี้กับการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กกับการพ่นสีสเปรย์บนปกซีดีจำนวน 1,000 แผ่นด้วยมือของพวกเขาเอง) คือสิ่งที่จะทำให้ Bomb at Track กลายเป็นวงในดวงใจของใครหลายคนได้ไม่ยาก

ระเบิดลูกแรกเปิดฉากได้อย่างเร้าใจ อีพีชุดนี้คือความตื่นเต้นที่เราไม่อยากให้คอดนตรีโดยเฉพาะผู้ที่หลงใหลในดนตรีร็อคพลาดด้วยประการทั้งปวง อีกทั้งนี่คือการจุดชนวนแห่งการรอคอยอัลบั้มเต็ม และได้เห็นพัฒนาการของ Bomb at Track ที่จะก้าวไปอีกขั้นอย่างใจจดใจจ่ออีกครั้ง

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Purin A.