_N1A6564-1

บทสัมภาษณ์นี้เหมาะกับทุกคน เน้นเป็นพิเศษคือใครที่อาจจะยังค่อนแคะครหาว่า Bedroom Audio ดังเพราะฟลุ้ค เพราะโชคช่วย บุญพาวาสนาส่งอะไรก็ตาม ในฐานะผู้สัมภาษณ์ นี่คือหนึ่งในน้อยครั้งที่รับรู้ได้ถึงความรัก ความอดทน ความมุ่งมั่น การต่อสู้ ความไม่ยอมแพ้ เพื่อทำในสิ่งที่รักและฝัน ถึงขั้นแทบจะได้ยินเสียงโห่ร้องตบมือด้วยความดีใจที่อัลบั้มแรกในชีวิตของพวกเขาสำเร็จออกมาเสียที

หลายวงคงพานพบเรื่องราวคล้ายๆ กัน แต่การบอกเล่าของ แม่น–กวิน ศิรินาวิน (ร้องนำ), จ็อบ–กานต์ สุขอินทร์ (กีตาร์), คิท–ชาคริต เกิดสกุล (กลอง) และ นดล–สุรภาพ ทองพิลา (เบส) มันทรงพลังจริงๆ ความอดทนความมุ่งมั่นการต่อสู้ความไม่ยอมแพ้เพื่อทำในสิ่งที่รักและฝัน เชื่อว่าหลายวงคงพานพบเรื่องราวคล้ายๆ กัน หรือบางทีก็อาจเพราะ “ผมชอบดราม่า” ตามที่แม่นว่าไว้

หลังจากฟังอัลบั้มแรก พี่ๆ สื่อชมเยอะเลยว่าทำเพลงได้ละเอียดมาก ทำไมต้องเนี้ยบกันขนาดนั้น!

แม่น: วันที่เราอยากทำเพลง เราตัดสินใจตั้งค่าย Crispy Sound ขึ้นมาเอง ทั้งที่ไม่มีความรู้ ข้อจำกัดก็เยอะ ตั้งด้วยใจล้วนๆ  ผมทำงานทุกอย่างตั้งแต่บริหารยันพีอาร์ วิ่งไปส่งเพลงที่คลื่นวิทยุก็ไปเอง ยอมเพราะชอบทำเพลงมาก ผมสุขที่เห็นเพลงเติบโต และยิ่งสุขเมื่อล่าสุด มน (วง Room39) ศิลปินแถวหน้าของไทยคนหนึ่งบอกว่าชอบเพลงของเรา หรือมีน้องคนหนึ่งบอกว่าเพลงของเราช่วยเขาได้ เมื่อก่อน ผมก็เป็นคนฟังเพลงคนหนึ่ง เคยฟัง Silly Fools ตอนอกหัก แล้วรู้สึกว่าพี่เขาอยู่ข้างๆ เรา ตอนนี้มีคนฟังเพลงเราแล้วคิดว่าเราอยู่ข้างๆ เขา นี่คือสิ่งที่ผมอยากได้และอยากอยู่กับมันไปนานๆ ซึ่งเราเกเรมาเยอะ ดื้อมากเพื่อสิ่งนี้

มันเลยกลับสู่คำตอบ ทำไมต้องเนี้ยบ เพราะเรารู้ว่าอะไรที่เราทำได้ บางคนอาจจะคิดว่าเนี้ยบไปทำไมวะ เดี๋ยวนี้คนเขาฟังจากหูฟังไอโฟน ไม่ต้องละเอียดมากก็ได้ แต่เพราะเรารักเพลง รักการทำเพลง รักการผลิตซาวนด์ ก็เลยทำแบบส่งๆ ไม่ได้

เพราะแบบนี้หรือเปล่าเลยรอนานมากกว่าจะมีอัลบั้มแรก

แม่น: ผมเจ็บช้ำมากครับกับการทำอัลบั้มนี้ ไม่ใช่แค่ต้องเหยียบย่ำความรู้สึกตัวเองเพื่อเขียนเพลง แต่เจ็บทุกขั้นตอน อย่างตอนโดนโกงตังค์ก็ทำอะไรไม่ได้ อยากออกอัลบั้มมากจนออกทุนเอง ติดต่อคนทำเอง แต่โดนโกงเงินไปหมด ได้แค่ม็อคอัพกับไฟล์ไว้ดูต่างหน้า เส้นทางไม่ได้สวยหรู มันโหดร้ายมาก จริงๆ ค่ายไม่อยากให้พูดนะ (หัวเราะ) เขาชอบว่าผมดราม่า!

จ็อบ: อัลบั้มนี้ต้องออกปีที่แล้ว แต่โดนเลื่อนมา แต่ก่อนจะเลื่อนเราก็ทำงานกันนานจริงๆ สู้กันมาเยอะมากครับ จนวันที่ให้ฟังแบบเอ็กซ์คลูซีฟทางแอปเปิ้ลมิวสิค ผมแบบ… มีวันนี้จนได้นะชีวิตเรา ถึงซะทีนะชีวิต ตอนนั้นอยู่บ้านที่กาญจนบุรี นั่งฟังเหมือนเป็นคนฟังคนหนึ่ง แล้วก็ปลื้มอยู่คนเดียว กอดแม่ไปด้วยว่าลูกทำสำเร็จแล้ว

_N1A6571-1

เริ่มจริงจังกับดนตรีกันยังไงตอนไหนถึงได้มีแพสชั่นหนักหน่วงขนาดนี้!

แม่น: ผมเขียนเพลงแรกในห้องน้ำโดยไม่รู้ทฤษฎีดนตรีอะไรเลย มาจากสายภาษา ประกวดภาษาไทยของโรงเรียนตั้งแต่เด็ก ถ้าเอาแต่เนื้อเพลงมาอ่าน จะเห็นว่าผมเขียนด้วยภาษาโบราณมาก “หรือไร” “ โอ้เอยหัวใจ” “เช่นไร” พ.ศ.นี้เขาไม่ใช้กันแล้ว แต่ผมชอบและภูมิใจ เพราะเรียนที่จิตรลดาด้วยครับ ให้ความสำคัญกับภาษาไทย โตมากับเพลงไทยเดิม วรรณกรรมไทย ทุกวันนี้ใครพิมพ์ภาษาไทยผิดมาในไลน์กลุ่ม ผมยังแก้ให้เลย สมัยม.ต้นเป็นเด็กเนิร์ดที่เดินคุยกับเพื่อนด้วยกลอนแปด จนขึ้นม.ปลายถึงเบนมาสายศิลปะ

แล้วก็ชอบเล่นดนตรีด้วย โตมากับเพลงไทยเดิม ที่จิตรลดาดนตรีไทยเป็นวิชาบังคับ ม.ปลายผมเรียนศิลปะซึ่งอยู่ตึกเดียวกับดนตรีไทย ครูสอนศิลปะก็สอนดนตรีไทยด้วย เรียนวาดรูปไป ครูก็สีซอดีดจะเข้ไป เราเลยซึมซับมาตลอด ผมประกวดร้องเพลงไทยเดิม ตีโทนรำมะนาตั้งแต่ป. 1 แต่พอม.ปลายอยากจะเป็น Moderndog กับเขาบ้าง เลยเปลี่ยนมาเล่นดนตรีสากล เริ่มเล่นเบสตอนมัธยม แล้วก็ประกวดฮอตเวฟ ถือเป็นจุดเริ่มความฝันทางดนตรี

นดล: ตอนประถมผมก็เรียนโรงเรียนพระเทพฯ เป่าขลุ่ย ประกวดมารยาทดีด้วย (หัวเราะ) เห็นเพื่อนเล่นกีตาร์ เราก็เล่นบ้าง แต่คนเล่นกีตาร์เยอะ เลยเปลี่ยนมาเล่นเบส โชคดีที่พ่อผมก็เป็นนักดนตรี เล่นคีย์บอร์ดในวงสามสมอของกองทัพเรือ พ่อเลยสนับสนุน แล้วก็เข้าประกวด จนมาเจอคิทกับจ๊อบ

คิท: ผมก็โตมาในครอบครัวนักดนตรี พ่อเป็นนักดนตรีอาชีพเล่นตามผับบาร์ เลยซึมซับแต่เด็ก เห็นรูปตัวเองตอนเด็กมากๆ ตีกลองในห้องซ้อม พ่อเล่าว่าผมชอบอะไรที่มีจังหวะ รูปนั้นก็งอแงมาก ลูกค้าจะมาใช้ห้องซ้อม แต่ผมไม่ยอมออก พ่อต้องไปอุ้มออกมา โตมาก็ตามไปดูพ่อตลอด จริงๆ พ่อไม่อยากให้เป็นนักดนตรีครับ เพราะมันยากจน แต่เห็นผมชอบ เลยสอนให้หมดทั้งกลอง กีตาร์ คีย์บอร์ด จนม.1 ก็เล่นในวง เดินสายประกวดจนมาเจอจ๊อบตอนเล่น Silverback แล้วก็อยู่กันมาตลอด

จ็อบ: ผมเป็นเด็กกาญจนบุรี เห็นพี่ที่ร้านโทรศัพท์ข้างบ้านเขาเล่นกีตาร์กัน ก็ไปให้เขาสอน จนพ่อซื้อกีตาร์มาให้ วันหนึ่งไม่อยากเล่นกีตาร์โปร่งละ อยากลีด ขอแม่นั่งรถเข้ากรุงเทพฯ มาซื้อกีตาร์ที่หลังกระทรวง ทีนี้อยากได้แอมป์กับเอฟเฟ็คต์ด้วย แม่เลยให้พิสูจน์ว่าจะเอาจริงทางนี้แค่ไหน ส่งเราไปเรียนดนตรีกับครูเข้มๆ ถ้าอาจารย์ให้ผ่านถึงจะให้เล่น เรียนจนจบ แม่เลยยอมเก็บเงินซื้อเอฟเฟ็คต์กับแอมป์ให้ แล้วผมก็ขอแม่มาเรียนกีตาร์ที่ปราชญ์มิวสิคในกรุงเทพฯ ทุกศุกร์ต้องนั่งรถตู้เข้ากรุงเทพฯ เสาร์นอนบ้านยาย อาทิตย์กลับ แล้วก็มีวงของเราเองด้วย ทำแบบนี้เกือบปีก็รู้จักคำว่าซาวนด์เอนจิเนียร์ ต้องอัด ทำเดโม มีผลงานตัวเอง ก็ขอแม่อีก (หัวเราะ) บ้านผมไม่ได้รวย ทุกอย่างที่ขอ แม่ต้องเก็บเงิน ก็ได้เรียนโปรแกรม

พอเรียนโปรแกรมจบ อยากเรียนเจนเอ็กซ์อีกแล้ว เพราะมันได้ใช้เครื่องจริงนะ คอร์สละสามหมื่นเก้า บ้านผมค้าขาย ปกติจะได้กินอาหารพิเศษอาทิตย์ละมื้อคือ KFC ชอบมาก ติด KFC ตั้งแต่เด็ก แม่บอกงั้นอดกินไก่กับแม่ 2 เดือนมั้ย เราก็ยอมเพราะอยากเรียน พอเงินพร้อมก็ไปเรียน เรียนศุกร์เย็น-ดึก ต้องลาคาบสุดท้ายเพื่อนั่งรถตู้เข้ากรุงเทพฯ ศุกร์เรียนซาวนด์ เสาร์เรียนกีตาร์ แล้วมารู้จักพี่ที่เปิดห้องอัดอีก กลายเป็นศุกร์เย็นเรียนซาวนด์เอ็นฯ เลิกสี่ทุ่ม เสาร์เรียนกีตาร์ อาทิตย์ฝึกงานที่ห้องอัด นั่งรถตู้กลับบ้านตอนสี่ทุ่ม ใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ 6 เดือน เป็นช่วงที่เข้มข้นมาก จนได้เจอคิทที่ห้องอัด

แม่น: มันพีคตรงจ๊อบจบมัธยมฯ แล้วไม่เรียนต่อมหา’ลัย เด็กม. 6 ที่โตมาอย่างลำบากบอกที่บ้านว่าไม่เรียนแล้ว จะเข้ากรุงเทพฯ ไปเล่นดนตรี เหมือนผมเห็นภาพตอนดูหนังของคาราบาว เด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งแบกกีตาร์เข้ากรุงเทพฯ เฮ้ย วงเราก็มี มันเหมือน… นักเลงลูกทุ่ง ในหัวผมคิดคำอื่นไม่ออก มันบอกไม่อยากเดินทางอ้อม แล้วทางตรงสุดคือลุยไปข้างหน้า จะเป็นป่าเป็นพงอะไรก็ต้องไป ผมยังเลือกทางอ้อม ทำงานก่อนค่อยกลับมาทำเพลง แต่ไอ้นี่ลุยเลย…

จ็อบ: ขนาดเลือกทางตรงแบบนี้ยังต้องรอ 10 ปีกว่าจะมีอัลบั้มแรก (หัวเราะ)

_N1A6580-1
_N1A6592 -1

ตอนรวมวงกันตั้งความหวังความฝันอะไรไว้

จ็อบ: ผมแค่อยากให้คนยอมรับ มองใกล้ๆ ไม่ได้มองไปถึงอยากเป็น Bodyslam แค่อยากให้คนรักจากเพลง จากการเจอตอนเล่นสด ตอนออกรายการ สัมภาษณ์ ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหนก็ค่อยดูที่ผลงาน

นดล: อยากเล่นดนตรีให้มีความสุข เพราะการจะก้าวไปถึงจุดสูงได้ มันต้องมีสิ่งนี้ แล้วคนถึงจะเชื่อ สำคัญสุดคือให้เพลงของเรามีโอกาสให้คนอื่นได้ฟังได้ร้องด้วย ไม่จำเป็นต้องไปให้ถึงจุดสูงสุด แค่ทำให้ดีที่สุด

ตอนที่ซีรี่ส์ Hormones มาขอ ไม่บอกเธอ ไปเป็นเพลงประกอบ คิดไหมว่าจะฮิตระดับ 70 ล้านวิวขนาดนี้

จ็อบ: เอาจริงมีเพลงที่ผมคิดน่าจะโอเคกว่าเพลงนี้ แต่ความที่ศรัทธาผู้กำกับ แล้วมีความใหม่เหมือนกันทั้งเขาทั้งเรา คิดแค่ดีกว่าจะเก็บเพลงไว้เฉยๆ ซึ่งผมมามั่นใจว่า ไม่บอกเธอ เปลี่ยนชีวิตแน่ๆ คือตอนดูซีรี่ส์ จำไม่ได้ว่าเพลงตัวเองโดนใช้ตอนไหน เลยดูตั้งแต่ตอนแรก แล้วก็ติด จนอาทิตย์ที่พูดถึงเพลงเรา แต่ขนาดทำใจแล้วก็ยังตกใจ แรกๆ แสนวิว แป๊บเดียวขึ้นไปเป็นล้าน

ชีวิตเปลี่ยนไปยังไง

แม่น: ผมว่าชีวิตบัดซบกว่าเดิมนะ มีความกดดัน (หัวเราะ) เคยเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ก็ไม่ได้ละ เคยพูดจาหยาบคายตามประสาผู้ชาย ก็มีคนเอาไปด่าเฉย มันทำให้เรานอยด์แดกมากขึ้น แต่ข้อดีคือมันทำให้ผมทำบ้านให้มีทุกอย่างที่ต้องการ ไม่ต้องออกไปเจอใคร ทำให้เราจมอยู่กับเพลงได้ทุกเวลา รักบ้านมากขึ้น

จ็อบ: เรารู้ว่ามันคือสิ่งที่รอแหละ แต่ไม่ได้คิดถึงไซด์เอฟเฟ็คต์ ไม่ทันคิดว่าสิ่งที่ฝันถึงพอมาแล้วมาพร้อมอะไรบ้าง เพิ่งรู้ตอนนี้ว่ามันไม่ได้ง่ายหลังได้มาแล้ว ทั้งการตัดสินใจ การจะไปทางไหน จากสุขสันต์ ปาร์ตี้ทุกวัน ชีวิตคิดน้อย เรื่อยเปื่อยไปวันๆ กลายเป็นยืนเฉยๆ ก็โดนด่า ผมเคยเซนซิทีฟจนเลิกเล่นเฟสไปพักหนึ่ง

คิท: ผมชอบอยู่คนเดียว แต่การทัวร์ต้องนอนกับรูมเมท ตื่นมา ขึ้นรถตู้ก็เจอกัน กินข้าวก็เจอ ขนาดเข้าห้องน้ำยังมีเพื่อนรออยู่ข้างนอก หลังจบทัวร์ ผมกลับบ้านไปนั่งปลายเตียงตั้งแต่บ่ายสองถึงห้าทุ่ม ไม่เปิดไฟ ไม่เปิดทีวี นอนสลับนั่ง หยิบมือถือบ้าง  อยู่กับตัวเอง กับแมวอีกตัว คิดเรื่อยเปื่อย

แม่น: หนักทั้งร่างกายและจิตใจ เข่าผมพังไปข้างหนึ่ง เพราะการกระโดดลงเวทีนี่แหละ แล้วข้อมือซ้ายกำลังจะตามไป แต่ถามว่าเสียใจมั้ยถ้าอายุจะสั้นลง ก็ไม่ เพราะเรื่องพวกนี้ต่อให้ตายอีกสามครั้งก็ไม่รู้จะได้เห็นอีกหรือเปล่า

_N1A6584 -1
_N1A6587-1

จำเป็นไหมที่นับจากนี้ ต้องทำเพลงฮิต

แม่น: โชคดีที่ผมไม่เก่งขนาดนั้น ผมไม่สามารถเขียนตามโจทย์ฮิตได้ หรือไม่ก็ต้องใช้เวลาเยอะ ทุกวันนี้ยังใช้วิธีเดิมคือแต่งไว้เยอะๆ ให้น้องเอาไปคัด

จ็อบ: ตอนนี้ทำอัลบั้มสองกันแล้วครับ น่าจะออกปีนี้แหละ คิดว่าจะกลมกล่อมขึ้น อัลบั้มแรกความเนี้ยบกับอารมณ์ยังไม่กลมกล่อมนัก เพราะเราทำกัน 3 ปี มีบางช่วงที่อยากเนี้ยบ บางช่วงก็เน้นฟีลลิ่ง เลยค่อนข้างคละ แต่งานหน้าจะชั่งน้ำหนักให้ดีขึ้น

คิท: ศิลปะการทำเพลงเป็นคำที่น่ากลัว มันมีเส้นบางๆ ระหว่างความเซอร์ ความสด กับความชุ่ย

แม่น: ซึ่งเราแก้ปัญหาเรื่องพวกนี้ด้วยวิธีที่ง่ายมาก จากประสบการณ์ 5 ปี คือสร้างห้องอัดเอง… อีกแล้ว (หัวเราะ) แต่มันช่วยได้จริงๆ

คิท: เวลาไปเช่าห้องอัด มันจะมีความกดดัน ตีพลาดไม่ได้นะ หมดเวลา แต่พอมีห้องอัดที่บ้าน พลาดก็นอนก่อน ตื่นมาค่อยอัด เหนื่อยก็พักไปเล่นเกม แล้วค่อยมาอัด กินนอนทำงานอยู่ที่เดียวกัน ทุกคนไปอยู่บ้านพี่แม่นมากกว่าบ้านตัวเอง

แม่น: ผมถึงอยากให้มาถ่ายรูปที่นี่เพราะอยากให้น้องๆ ที่ฝันอยากเป็นนักดนตรีได้เห็น ตอนเด็กผมฝันอยากมีห้องอัดแบบนี้ที่บ้าน และที่เราเป็น Bedroom Audio ก็เพราะทุกคนในวงมีโต๊ะทำงานที่เป็นสตูดิโอแบบนี้ที่ห้องนอนมาตั้งแต่ต้น ชื่อวงเราอาจจะดูกะโหลกกะลาแต่มันคือความจริง

เรียนรู้อะไรจากการล้มคลุกคลานมา 10 ปี

แม่น: คนที่อยากเล่นดนตรีต้องสู้มาก ถ้ามีลูกจะบอกเลยว่าอย่าเล่นดนตรี หรือไม่ก็ไปทำอย่างอื่น แล้วเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก แต่ถามว่าเสียใจมั้ย ไม่ แค่คุณไปทะเลาะกับตัวเองให้จบ ให้ชัวร์ว่ารักจริงถึงขั้นยอมสู้ขนาดนั้นมั้ย ยุคนี้ไม่ใช่ยุคที่นักดนตรีสบาย ต้องใช้เวลาเยอะ เสียชีวิตด้านอื่นเยอะมาก และยังจะมีนิสัยประหลาด นอยด์แดก อีโมชั่นประหลาดติดมาด้วย

ผมเข้าใจเลยเรื่องนิสัยพี่เมื่อย (วง Scrubb) ที่บอกว่าบางปีแกอารมณ์ดีมาก บางปีก็ไม่ดีมาก ตอนนี้ผมอยากอยู่บ้าน อยากใช้ชีวิตผ่านนอมินี อยากเขียนเพลงอัลบั้มสอง ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเอง เพิ่งจะมีแฟนจริงจังครั้งแรก แต่ต้องเขียนเพลงเศร้าในขณะที่ชีวิตแฮปปี้กับแฟน ต้องทำยังไงวะ ต้องทำตัวเป็นไบโพลาร์เหรอ ชีวิตนักดนตรีลำบากกว่าที่คิด ด้านสวยงามมันน้อย แต่ถ้าคุณรักและพร้อมจะลำบากก็อยากชวนให้มาลำบากด้วยกัน

Story by Srivigar S.

Photo by Purin A.