SHINee 5

อาจจะเพราะมันเป็นคอนเสิร์ตรอบสุดท้ายปิดเวิร์ลด์ทัวร์ เพราะความคิดถึงที่ไม่ได้เจอกันนาน เพราะขนาดกำลังดีของสถานที่จัด หรืออาจจะเพราะทุกสิ่งทุกอย่างนี้ที่ทำให้ SHINee CONCERT “SHINee WORLD V in BANGKOK เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่สนุกและประทับใจมากจนเสียดายที่ SHINee ห่างหายจากบ้านเราค่อนข้างนาน และเรามีโอกาสได้ดูคอนเสิร์ตของพวกเขาแค่ไม่กี่ครั้ง

โดยส่วนตัว เชื่อว่าสเกลเวนูมีผลต่อความสนุกของคอนเสิร์ต และธันเดอร์โดมคือสถานที่ที่ชอบที่สุดที่หนึ่ง ความที่ขนาดกำลังดี จะยืนหรือนั่งตรงไหนก็มองเห็นในระยะที่เรียกว่าโอเค โดยเฉพาะกับคอนเกาหลีที่เน้นโปรดักชั่นตื่นตาตื่นใจพอๆ กับการร้อง ถ้ามองเห็นศิลปินตัวเท่ามด ความสนุกและอารมณ์ร่วมก็หดไปเยอะ (ความเห็นส่วนตัว บางคนอาจจะบอกว่าหนูนั่งดอยก็อินค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่คน) ฉะนั้น การดาวน์สเกลจากอิมแพ็คอารีน่าครั้งที่แล้วมาเป็นที่นี่ในครั้งนี้ถือว่าถูกใจ และเมื่อเข้าไปเห็นโปรดักชั่นแสงสีเสียงก็ยิ่งดีใจ เพราะเป็นคอนเสิร์ตที่จัดไฟได้สวยจริงๆ ขนมาทุกเฉดสีบนโลกใบนี้ มีทั้งสาดแสงชมพูหม่นสลัวแล้วเปลี่ยนเป็นเหลืองละมุนนวลตา โทนแสงโดยรวมออกแนวมืดหม่นให้อารมณ์เย็นๆ บวกกับดรายไอซ์ที่เยอะมาก ควันตลบอบอวลจนบางช่วงนึกว่าไฟไหม้ คิดดูว่าถ้าเล่นที่อิมแพ็คจะเห็นอะไร แต่ที่นี่ธันเดอร์โดม แม้จะสลัวรางกลางหมอกควันเราก็เห็นห้าหนุ่มชัดแจ๋ว แล้วมันได้ฟีลจริงๆ นะ

KEY
MINHO
JONGHYUN
ONEW
TAEMIN

 

ในส่วนของการแสดงนั้น เปิดเวทีมาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชวนเต้นกันชุดใหญ่กับเพลงอย่าง Hitchhiking,Married to the Music, Why So Serious?, Juliette ก่อนจะเข้าช่วงทักทายพูดคุยแบบเบาๆ แล้วกลับไปเพอร์ฟอร์มอีกครั้งกับเพลงทั้งเก่าใหม่สลับกันไป รวมทั้งโซโล่สเตจของ แทมิน กับเพลง Goodbye ที่โชว์ท่าเต้นทั้งแข็งแรง ทั้งพลิ้วไหว สวยงามดูเพลินจนไม่อยากให้จบ จงฮยอน กับ อนยู ก็ควงกันมาโชว์น้ำเสียงเพราะๆ ในเพลงบัลลาด Please Don’t Go แต่ความสนุกที่แท้จริงอยู่ในช่วงที่พวกเขาขนเพลงฮิตเพลงดังเพลงเต้นมาต่อกันแบบเน้นๆ ช่วง Ring Ding Dong, Lucifer ที่ห้าหนุ่มออกมาเพอร์ฟอร์มให้ดูกันแบบจะจะที่เวทีหน้าคือจุดระเบิดความสนุก ทำเอาบัตรนั่งลุกขึ้นทั้งร้องทั้งเต้นกันอย่างพร้อมเพรียง

ก่อนจะเข้าสู่ช่วงพีค 4 เพลงฮิต View, Ready or Not, SAVIOR, Everybody บอกเลยว่าไม่มีใครนั่งเฉยได้ ธันเดอร์โดมกลายเป็นคลับแดนซ์อย่างแท้จริง ทั้งด้วยพลังของการเพอร์ฟอร์ม พลังตอบรับของชยาวอลที่มาพร้อมโปรเจ็คต์สร้างสรรค์ทั้งแปรอักษรกล่องไฟ แท่งไฟหลากสี และลูกโป่ง รวมกับแสงสีเสียงพลุไฟเลเซอร์ เนรมิตบรรยากาศให้กลายเป็นทะเลสีรุ้งส่งผลต่อเลเวลการเต้นให้สนั่นฟลอร์ขึ้นไปอีก ดูคอนของ SHINee มาก็หลายครั้ง (ทุกครั้งนั่นแหละ) ทั้งคอนรวมคอนเดี่ยว ไม่เคยจะเต้นจริงจังขนาดนี้มาก่อน มันสนุกมากจริงๆ

SHINee 4
SHINee 1

ช่วงสุดท้ายลดกีกรีความฮอตให้เบาลงกับเพลงอย่าง 1 Of 1, Dream Girl, So Amazing แต่เสียงกรี๊ดหาได้เบาไม่ เพราะห้าหนุ่มลงรถวิ่งวนไปรอบธันเดอร์โดมเพื่อให้แฟนๆ ได้เห็นกันอย่างใกล้ชิด ช่วงพูดคุยก็เศร้าซึ้งไปอีก เพราะทุกคนรำลึกความหลังว่า “ยังจำได้ว่าช่วงแรกที่เดบิวต์ พวกเรามาเมืองไทยบ่อยมาก” “แต่ช่วงหลังไม่ค่อยมีโอกาสได้มาเลย” “อยากกลับมาบ่อยๆ” “เราถ่ายเอ็มวีเพลง View ที่ไทยนะครับ เป็นเอ็มวีต่างประเทศเพลงแรกของวง” ก็เหมือนที่เคยบอก พูดว่ารัก ใครๆ ก็พูดได้ พูดตามสคริปต์ ใครๆ ก็พูดได้ แต่บางทีมันก็จะมีความ ‘จริง’ ในคำพูดและความรู้สึก ที่ถ้าได้ฟังเคไอดอลบอกรักมาแล้วร้อยวงอย่างเรา ก็พอจะแยกออกว่าอันไหนพูดโดยมีอารมณ์ร่วมจริง หรืออันไหนพูดไปตามบท ซึ่งการพูดตามบทก็ไม่ได้แปลว่าแย่นะ แค่บางวงอาจจะยังไม่ได้ผูกพันกับแฟนไทยมากขนาดนั้น มันก็เลยเป็นความน่ารัก ขำๆ ไป แต่กับวงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านอะไรๆ กันมา การพูดมันจะให้ความรู้สึกลึกซึ้ง SHINee วันนี้ก็เป็นแบบนั้น ฟังห้าหนุ่มพูดแล้วมีความแน่นๆ หนักๆ ในใจ เพราะรับรู้ได้ว่าอะไรก็ไม่ยั่งยืน ไม่ว่าเราจะอยากหรือเขาจะอยากแค่ไหน บางทีปัจจัยและอะไรหลายอย่างมันก็ไม่เอื้ออำนวย ฉะนั้น รักใครชอบใคร กรุณาสนับสนุนคนที่คุณรักในวันที่ยังมีโอกาส อย่ามัวคิดว่าคอนหน้าค่อยไป ครั้งหน้าแล้วกัน เพราะครั้งหน้าอาจต้องรออีก 3 ปี 5 ปีหรืออาจไม่มีแล้วก็เป็นได้

ขึ้นต้นก็สนุกดี ลงท้ายดราม่าซะงั้น!

Story by: Srivigar S.

Photos by: SM True