crowd-at-fabric-nightclub-bb24-topline-2016-billboard-1548

เมื่อไนท์คลับชื่อดังในลอนดอนที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง Fabric โดนยึดใบอนุญาตประกอบการจาก Islington Council (สภาเมืองอิสลิงตันในลอนดอน) ในวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องมาจากการเสียชีวิตของวัยรุ่นอายุ 18 ปีเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง คลับนี้เปิดครั้งแรกเมื่อปี 1999 ซึ่งคลับนี้เป็นจุดเริ่มต้นอาชีพของศิลปินหลายๆ คนด้วยเช่น Disclosure, Skrillex, คาลวิล แฮร์ริส และอีกมากมาย

“สำหรับประเทศอย่างประเทศอังกฤษที่มีอิทธิพลต่อดนตรีแด๊นซ์ไปรอบโลก การปิดครั้งนี้ต้องทำลายอิทธิพลนั้นไปแน่ๆ” มาเร็น บรูมบาสผู้จัดการของ DJ ซาช่ากล่าว และความรู้สึกนี้ก็เป็นเสียงสะท้อนจากกลุ่มคนในวงการเพลงแด๊นซ์อย่าง Fatboy Slim, Chemical Brother และ พีท ตอง ที่ไม่พอใจกับการตัดสินใจนี้นัก

Skrillex ทวีตเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “Fabric เปลี่ยนชีวิตของผม มีเพลงหลายเพลงมากที่ผมคงไม่ได้ทำขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เพราะจะมาเล่นที่ไนท์คลับแห่งนี้”

ในขณะที่มีรายชื่อกว่า 160,000 คนลงชื่อคัดค้านการปิดตัวของไนท์คลับนี้ คาเมรอน เลสลี่ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ดูแลบอกว่าเขาจะสู้เรื่องนี้ให้ถึงที่สุด “ถ้าเหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นกับ Fabric ซึ่งเป็นไนท์คลับที่ไม่ว่าจะผ่านสภาพเศรษฐกิจแบบไหนก็ไม่เคยทำอะไรที่นี่ได้ งั้นมันก็สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้” คาเมรอนบอกกับบิลบอร์ด เขาคัดค้านคำตัดสินของสภาที่ว่า “มีการใช้ยาเสพติดซึ่งผู้บริหารและผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยของไนท์คลับไม่สามารถควบคุมได้”

Fabric เป็นไนท์คลับที่มีศิลปินเพลงแด๊นซ์มากที่สุดในโลก และเป็นไนท์คลับที่คอยต้อนรับแขกกว่า 7,000 คนทุกๆ วันหยุดสุดสัปดาห์ การปิดตัวลงของไนท์คลับได้มาถึงเมื่อตอนที่ผู้ประกอบการได้รับแรงกดดันมาจากข้อจำกัดในการขอใบอนุญาต, ค่าใช้จ่ายที่ผันผวน และ ภาษีส่วนท้องถิ่น

ใน 10 ปีที่ผ่านมาจำนวนไนท์คลับของประเทศอังกฤษตกลงจาก 3,144 สู่ 1,733 แห่งโดยไนท์คลับดังๆ ที่เป็นที่น่าจับตามองและโดนปิดตัวก็มีมากมายเช่น Cable, Dance Tunnel, Madame Jojos และ Plastic People และเช่นเดียวกันกับร้านดนตรีสดก็มีรายงานว่าจำนวนของร้านลดลงจาก 136  ถึง 88 แห่งตั้งแต่ปี 2007

fabric-nightclub-2016-billboard-1548

คาเมรอนบอกว่ากฎการขอใบอนุญาตที่ดูออกจะเกินไปหน่อยนี้ก็อาจจะเป็นเพราะสภาพเศรษฐกิจของการเที่ยวกลางคืนที่ซบเซาลงกว่าแต่ก่อน และข้อกฎหมายที่คาเมรอนเองก็บอกว่าต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายไม่อยากเปิดธุรกิจแบบนี้อีกต่อไป ทั้งนี้การปิดไนท์คลับดังๆ ที่มีใบรับอนุญาตอย่างถูกต้องยังน่ากลัวจะทำให้บทบาทของเพลงแด๊นซ์ในประเทศอังกฤษเข้าสู่ตลาดใต้ดินมากขึ้น เพราะมันบังคับให้คนที่อยากฟังเพลงต้องไปเข้าไนท์คลับที่ไม่มีใบอนุญาตซึ่งปลอดภัยไม่เท่ากับไนท์คลับอย่าง Fabric และที่ Ministry of Sound เองก็เช่นกัน ที่นี่สามารถจุคนได้กว่า 1,600 คนและมีเจ้าหน้าที่ได้รับการอบรมในด้านการแพทย์พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอยู่ด้วย

นอกจากนี้คาเมรอนยังบอกอีกว่าการปิดตัวลงของ Fabric ทำให้เกิดความเสียหายไปแล้วกว่า 500,000 ปอนด์ หรือประมาณ 23 ล้านบาท และยังมีพนักงานจำนวน 250 คนที่ต้องตกงาน

เพื่อต่อสู้กับข้อตัดสินของทางสภา ทางไนท์คลับได้จัดระดมทุนซึ่งได้รับผลตอบรับจากอุตสากหรรมดนตรีอย่างมากมาย “มันจะต้องใช้กลยุทธ์การวิ่งเต้น และการเจรจาต่อรองเพื่อที่จะเปลี่ยนความคิด” เบน เทอร์เนอร์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมเพลงแด๊นซ์กล่าว และนอกจากนี้เขายังบอกอีกด้วยว่าการต่อสู้ในตอนนี้คือการที่จะทำให้ Fabric กลับมาเปิดตัวขึ้นอีกครั้ง จากนั้นเปลี่ยนกฎหมายเพื่อที่เจ้าของประกอบการจะได้รับความคุ้มครองที่ดีขึ้น

Story by Richard Smirke 

Translated by Pensagow S. 

Photo by Billboard