ย้อนกลับไปสมัยเรียนมัธยมปลาย นอกเหนือไปจากการอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัยตามที่คุณพ่อคุณแม่กำชับไว้ นักเรียนชายที่เต็มไปด้วยฮอร์โมนวัยว้าวุ่นอย่างเราย่อมใช้เวลาแสวงหาทักษะต่างๆ ที่จะโชว์สาวๆ ในโรงเรียน ถ้าใครหน้าตาดีคงไม่ต้องทำอะไรมากมาย ใครเกิดมาตัวสูงใหญ่ก็ไปสมัครนักบาสเท่ๆ จะมีก็แต่ชาวเรา ที่สุขภาพกายก็ไม่ค่อยเอื้ออำนวย – เลยเลือกจบที่การเล่นดนตรี – แหม่ การได้เกากีต้าร์โชว์สาวด้วยเพลง More Than Words นี่มันช่างเท่เสียนี่กะไร ( ไม่ต้องถามว่า “นี่อายุเท่าไหร่ถึงยกตัวอย่างเพลง More Than Words’”เลยนะ // นี่มันเพลงอมตะ เอามาเล่นจีบสาวทุกวันนี้ก็ยังเท่อยู่ เชื่อสิ! // หา อะไรนะ เพลงเก่าเกินไปจนไม่รู้จักแล้วเหรอ? โทษๆ )

 

โดยปกติแล้ว กีต้าร์ตัวแรกของทุกๆ คนเพื่อหัดเล่นก็จะมี 6 สาย เรียงลำดับจากสาย 1 อยู่ล่างสุดไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงถึงสาย 6 บนสุด ผ่านการตั้งเสียงมาตรฐานโลก ได้ดังนี้

สาย 1 เสียง มี หรือ E สายนี้จะมีขนาดเล็กที่สุด ให้เสียงแหลมที่สุด

สาย 2 เสียง ทรี หรือ B หรือคนไทยนิยมเขียนว่า ที เพราะเราชอบออกเสียงว่า ลา-ที-โด๊

สาย 3 เสียง ซอล หรือ G

สาย 4 เสียง เร หรือ D

สาย 5 เสียง ฟา หรือ A

สาย 6 เสียง มี หรือ E สายนี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และให้โน้ต E เหมือนกับสาย 1 แต่เป็นคู่เสียงที่ต่ำลงมา เรียกให้เข้าใจง่ายๆ คือ Eสูง กับ Eต่ำ นั่นแหละ (Eต่ำ นี่คือเสียงตัวโน้ต ไม่ได้เป็นคำด่าใครที่ไหน)

สาย 8 เสียง เอี๊ยดดดด วิ่งขวาตลอด แฮปปี้แลนด์ – สะพานพุทธ เป็นสายที่เล่นเร็วที่สุด (ยัง ยังอีก ยังไม่เลิกเล่นมุกอีก)

 

มาถึงตรงนี้ หลายๆคนที่ชอบคิดนอกกรอบก็อาจจะตั้งคำถามว่า ‘แล้วทำไมกีต้าร์ต้องมีแค่ 6 สายหล่ะ? มีมากกว่านั้นไม่ได้เหรอ?’ มีได้ครับ คุณไม่ใช่คนแรกที่คิดแบบนี้ มีคนคิดและประดิษฐ์กันมาแล้วมากมาย สาธยายได้ดังนี้

 

 

หมายเหตุ

ในการไล่เรียงจำนวนสายกีต้าร์ครั้งนี้ เราจะยึดโครงหลักว่าด้วยกีต้าร์แบบที่นั่งเล่นแนบกับตัวผู้เล่นแบบที่พบเห็นได้ทั่วไป มีคอกีต้าร์ มีเฟร็ตชัดเจน โดยข้ามในส่วนของ

1) steel guitars เป็นกีต้าร์ชนิดหนึ่ง วางนอนราบเวลาเล่นนึกภาพคล้ายๆ กู่เจิ้ง หรือ ขิม

2) ฮาร์ปกีต้าร์ หรือ กีต้าร์ผสมกับพิณ จะยกไปพูดถึงตอนหลังสุดทีเดียว

3) กีต้าร์คลาสสิคสั่งทำพิเศษ หรือ Alto Guitar ที่สั่งทำจำนวนสายที่ไม่แพร่หลาย และไม่มีวางขายโดยทั่วไป

4) กีต้าร์ที่มีหลายๆคอในตัวเดียว อันนี้มันไม่ได้มีสายเพิ่มขึ้นมาด้วยจริงๆ ออกแนวเอากีต้าร์หลายๆตัวมาต่อกันมากกว่า

เราจะไม่พูดถึง 1) – 4) ไปก่อน เพราะจะมี variation เยอะมากมายแบบไล่ยังไงก็ไม่หมด

 

เริ่มต้นที่ กีต้าร์ 7 สาย

6 + 1 = 7 ง่ายๆแค่นั้นเลย ก็คือเพิ่มขนาดของคอกีต้าร์มารองรับสายที่ 7 ที่เพิ่มเข้ามา โดยทั่วๆไปแล้วกีต้าร์เจ็ดสาย นิยมเติมสายเสียงต่ำเพิ่มเข้าไปอีกสาย จากเดิม 6 สาย Eต่ำ-A-D-G-B-Eสูง (ซึ่งก่อนจะเป็นสาย Eสูง จะมีสาย B อยู่ ดังนั้นถ้าเราจะเพิ่มสายที่โน้ตต่ำว่า  Eต่ำ มาสักเส้น ก็ต้องเ็นโน้ต B เนี่ยแหละ) เราก็ทำคอกีต้าร์ให้ใหญ่ขึ้นแล้ววางสาย Bต่ำ เข้ามาก่อนสาย Eต่ำ กลายเป็น Bต่ำ-Eต่ำ-A-D-G-B-Eสูง สมใจอยาก บางคนอยากได้ทุ้มลึกกว่านั้นอีก ก็จูนสาย Bต่ำ เป็น Aต่ำ ลงไปอีก หรือถ้าใครไม่ชอบย่านต่ำ แต่กลับอยากได้เสียงพุ่งแหลมยิ่งกว่า Eสูง จะเลือกเติม สาย Aสูงถัดขึ้นไปอีกก็ได้

คนที่ทำให้กีต้าร์ 7 สาย เริ่มเป็นที่รู้จักในบ้านเราเป็นวงกว้าง คงหนีไม่พ้น Munky และ Head สองมือกีต้าร์นูเมทัลผู้บุกเบิกการจูนเสียงต่ำจนแทบจะฟังไม่เป็นโน้ต

กีต้าร์ 8 สาย

หรือตำนาน Fast & Surious แฮปปี้แลนด์ – สะพานพุทธ // เลิกเล่นมุกได้แล้วโว้ยยย // แน่นอนว่าเมื่อ สายที่ 7 ยังเสียงต่ำไม่พอ เราก็ทำคอกีต้าร์ให้ใหญ่ขึ้นกว่า 7 สายอีก แล้วเพิ่มสายต่ำเข้ามาอีก วงเมทัลสมัยใหม่หลายๆ วงเลือกใช้กีต้าร์ 8 สาย เพื่อความโหด อาธิเช่น Fredrik Thordendal และ Mårten Hagström จากวง Meshuggah คู่หูมือกีต้าร์จากวงเมทัลผู้ริเริ่มดนตรีแขนงใหม่ที่เรียกว่า

 

“djent” (เป็นชื่อแนวดนตรีที่ตลกมาก มันมาจากการล้อเลียนเสียงกีต้าร์แนวนี้ว่าทุกวงแม่งเล่นออกมาเสียงดัง จึ่นจึ่นจึ่น เหมือนกันหมดเลย เลยตั้งชื่อแนวนี้ว่า จึ่น หรือ djent เลยละกัน)

นอกจากนั้น ในบรรดามือกีต้าร์ดังๆที่ใช้กีต้าร์ 8 สาย ก็เช่น Dino Cazares จากวงอินดัสเทรียล Fear Factory หรือ Stephen Carpenter จาก Deftones วงที่มาไทยแล้วไม่ได้เล่นเพราะเรื่องไฟ 110v แล้วคนดูอาละวาดนั่นแหละ

 

กีต้าร์  9 สาย

แน่นอน นี่คือความต้องการเอาชนะขีดจำกัดของมนุษย์ “พวกเอ็งเล่นแปดสายเรอะ มาดูข้านี่ ข้าเก้าสายเว้ยยยย” และ ผลลัพธ์คือ มันก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ เพราะคอกีต้าร์ใหญ่เกิน หนักก็หนัก ยืนเล่นจริงในคอนเสิร์ตก็ลำบาก

3A. 9ht

 

นอกเสียจากว่าจะเพิ่มสายที่ 7 8 9 มาเป็นคู่สาย เหมือนที่ Big Joe Williams มือกีต้าร์บลูส์ (1903 – 1982) ได้สร้างชื่อเสียงไว้ กรณีนี้ให้นึกภาพว่ามันมาจากกีต้าร์ 12 สาย ที่ถูกถอดสายทิ้งไป 3 สาย มากกว่ากีต้าร์ 6 สายแล้วเพิ่มมาอีก 3 กล่าวคือ คอกีต้าร์ใหญ่เท่ากีต้าร์ 6 สายเดิมๆ แต่เพิ่มสายวางคู่กันเข้าไปให้บางสาย ถ้าไม่เข้าใจไม่เป็นไร อ่านไปถึงกีต้าร์ 12 สายก็จะเห็นภาพได้ง่ายขึ้น

t5_11th_alto
3B. 9th-artist

 

กีต้าร์ 10 สาย

พอเป็น 10 สาย ปุ๊บ จะเริ่มมีความยุ่งยากในการจัดอันดับเข้ามาเพราะว่าจะมีเครื่องดนตรีจำพวกฮาร์ป-กีต้าร์เข้ามาเกี่ยวข้อง (ซึ่งจะข้ามไปก่อนและสัญญาว่าจะพูดถึงในตอนหลังๆ) ดังนั้น ถ้ากล่าวถึงกีต้าร์ 10 สายจริงๆ จะเป็นกีต้าร์คลาสสิคที่รู้จักกันในชื่อ ‘Yepes guitar’ เสียมากกว่า เรื่องมันเริ่มมากจากว่า คุณ Narciso Yepes (1927 – 1997) ไปสั่งกีต้าร์พิเศษจากคุณ José Ramírez III (1922–1995) มาใช้ในการแสดงสดเมื่อปี 1964 แล้วติดใจใช้ต่อเรื่อยๆ จนสิ้นชีวิต ซึ่งอันนี้คือ 10 สายจริงๆ คอกีต้าร์กว้างจนนึกภาพไม่ออกว่าจะเล่นยังไง และ ปัจจุบันก็เหลือคนผลิตอยู่แค่ 2-3 เจ้าในโลก โดยนี่นับรวมบริษัท Ramírez Guitars เข้าไปแล้วด้วยนะ

กีต้าร์ 11 สาย และ กีต้าร์ 13 สาย

สาเหตุที่ข้ามมาพูดถึงกีต้าร์ 13 สายก่อนเพราะว่ามันจัดในหมวดเดียวกับ 11 สาย ซึ่งมีชื่อเรียกแปลกออกไปว่า alto guitar เริ่มใช้โดยมือกีต้าร์คลาสสิกชื่อ Georg Bolin ในช่วงปี 1960 เพื่อนำมาเล่นเพลงคลาสสิกของ Bach หรือ Weiss โดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อเป็นกีต้าร์คลาสสิกที่สั่งทำพิเศษ custom made แบบนี้ มันก็แล้วแต่เลยว่าจะสั่งทำกี่สาย และย่อยละเอียดลงไปได้อีกมากมาย เช่น Georg Bolin เจ้าของ 11 สายนี้ ก็สั่งทำ 13 สายไว้ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นต่อจากนี้ ข้ามหมวดหมู่ alto guitar แบบสั่งทำพิเศษนี้ไปเลยแล้วกันนะ

กีต้าร์ 12 สาย

สูงสุดคืนสู่สามัญ กีต้าร์ 12 สายได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง อันที่จริงแล้วมันแทบจะเหมือนกีต้าร์ 6 สาย ทั้งในแง่ขนาดคอกีต้าร์ ลำตัว วิธีการเล่น วิธีการจับคอร์ด อันที่จริงแล้วกีต้าร์ 12 สายก็คือกี้ตาร์ 6 สายที่แต่ละสายมีสายพิเศษวางพาดคู่กันไปทุกเส้น เวลาจะกดช่องไหนก็เอานิ้วกดพร้อมกันสองสายไปเลย โดยสายที่เพิ่มเข้าไป อาจจะเป็นเสียงเดียวกันเป๊ะ หรือ เป็นคู่เสียง Dต่ำ-Dสูง ก็ได้ ซึ่งก็ส่งผลให้เวลาดีดออกมาเสียงก็จะเต็มกว่า มีคู่เสียงเพิ่มเข้ามาระยิบระยับกว่าเดิม

ในอีกแง่หนึ่ง คือเรียกได้ว่า ถ้าเราถอดสายกีต้าร์ที่เพิ่มเข้ามาพิเศษในกีต้าร์ 12 สาย เราก็จะได้กีต้าร์ 6 สายปกติมาเล่นเลยตัวหนึ่งทันที

6A. 12th
6B. 12th - full

 

กีต้าร์ 14 สาย และ กีต้าร์ 16 สาย

ถ้าหากกีต้าร์ 6 สายดับเบิ้ลเป็น 12 ได้ฉันใด กีต้าร์ 7 สายจะดับเบิ้ลเป็น 14 ได้ฉันนั้น รวมถึง กีต้าร์ 8 สายจะดับเบิ้ลเป็น 16 ได้เช่นกัน แต่ยังไม่เคยเห็นเจ้าไหนทำออกมาขายแบบจริงจังนะ

8. 18th
7. 14th

 

กีต้าร์ 18 สาย

ที่มาเหมือนกีต้าร์ 12 สายนั่นแหละ คือเอากีต้าร์ 6 สายมาหนึ่งตัว แล้วแทนที่จะเพิ่มสายพิเศษ 1 สาย ก็อัดเพิ่มเข้าไปเป็น 2 สาย ก็จะได้เป็น 6 x 3 = 18 สาย เหมือนว่าปัจจุบันไม่มีผลิตแล้ว

เท่าที่ค้นเจอ ยังพอเห็นเบส 18 สายอยู่บ้าง นานๆที ล่าสุดก็ในงาน NAMM ในปี 2013

 

ฮาร์ปกีต้าร์ 20 สาย 24 สาย และอีกมากมาย

เกริ่นไว้ตอนแรกว่าขอข้ามเครื่องจำพวกฮาร์ป-กีต้าร์ไปก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะฮาร์ป-กีต้าร์เนี่ย มี configuration จำนวนสายให้เลือกเยอะแยะมากมาย จนรู้สึกว่าถ้าเอามาจัดอัดดับด้วยแล้วก็จะงง ฮาร์ป-กีต้าร์ คือ กีต้าร์ที่มีสายเปล่าเพิ่มขึ้นมา (ลอยๆเปล่าบนอากาศ ไม่มีคอหรือเฟรตซัพพอร์ต) แล้วทีนี้จะเพิ่มกี่สาย หรือ จะเพิ่มมุมไหน ขนานกัน ทะแยงล่าง ไขว้บน สลับซ้าย กันนี้ ก็แล้วแต่จะออกแบบกันเลยปีเดียว

 

ไว้ตอนหน้าจะมาต่อในความมินิมอลของกีต้าร์กันบ้าง ว่า ถ้าน้อยกว่า 6 สาย แล้วเนี่ย กีต้าร์มีกี่สายได้บ้าง รับรองว่าข้อมูลที่ได้จะทำให้คุณต้องตะลึง!

 

คลิปแถม Pat Metheny และ กีต้าร์ 42 สายของเขา

10. 42nd

Story by: เอม – ธิติพันธุ์ อนะวัชพงษ์ มือกลองวง Slur

Photos by: 

http://headbangorgtfo.com/wp-content/uploads/2012/08/stephen-carpenter.jpg
http://images3.mtv.com/uri/mgid:uma:artist:mtv.com:500443?width=1200&height=900
http://www.veojam.com/photoart/narciso-yepes/1.jpg
https://gemr.com/blog/wp-content/uploads/2015/11/Mus9.jpg