soundbox-dnce_012

น่าจะเป็นการไปถึงเวนูเร็วเป็นประวัติการณ์ เปล่า ไม่ได้ตื่นเต้นรีบมาจองที่ใดๆ แต่เพราะมีนัดสัมภาษณ์ศิลปินก่อนขึ้นเวที Soundbox วันนี้ถึง 2 วง คนแรกคือ Gnash ดีเจและโปรดิวเซอร์หนุ่มมาแรงจากอเมริกา คุยกันเสร็จ ศิลปินร่ำลาบอกว่า “เดี๋ยวเจอกันในคอนเสิร์ตนะ มาสนุกกัน” เราก็ไปหาข้าวปลารับประทาน เพื่อจะกลับขึ้นมาที่หน้า GMM Live House รอสัมภาษณ์อีกวงคือ DNCE ทีนี้ความที่ตารางเวลามันแน่นมาก กลายเป็นว่าช่วงที่ Gnash ขึ้นเวทีนั้น สื่อหลายชีวิตได้แต่ยืนฟังเสียงอยู่ด้านหน้าเพราะต้องแสตนด์บายรอสัมภาษณ์ เป็นความทรมานเบาๆ โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเพลง I Hate You, I Love You สุดฮิตสุดดังกับเสียงเฮของเหล่าคนดู อันนี้ต้องบอกเพราะไม่สามารถเล่าให้ฟังได้จริงๆ ว่า Gnash เล่นดีไหม มีไฮไลต์อะไรบ้าง แต่เท่าที่ฟังจากเสียงก็ถือว่าเซ็ตเพลงที่เลือกมาเล่นมีความสมูธ ให้อารมณ์ต่อเนื่องกันไปแบบฟังเพลินๆ โยกตัวตามได้เบาๆ ก่อนจะถึงช่วงพีคกับเพลงดังที่สื่อทั้งหลายหูผึ่ง เด้งตัวมามองหน้ากันแล้วบอกว่า “อยากดู” โดยมิได้นัดหมาย ก็หวังว่าจะได้ดู Gnash ในโอกาสหน้า

soundbox-gnash-_006
soundbox-gnash-_007

สัมภาษณ์ DNCE แบบเร่งด่วนจบก็พอดีเป็นช่วงขึ้นเวทีของ Sekai No Owari วงญี่ปุ่นหนึ่งเดียวของงานและเป็นวงที่โดยส่วนตัวแล้วอยากมาดูที่สุด หลังหลงเข้าไปฟังเพลงและสะดุดหูอย่างจังกับน้ำเสียงใสๆ หวานๆ ฟังแล้วให้อารมณ์มุ้งมิ้งกุ๊งกิ๊งของ ฟุกะเสะ กับซาวนด์ดนตรีที่ต้องขอใช้คำว่า ’เวียร์ด’ คือมีการใส่ทั้งเอฟเฟ็คต์ ออโต้ทูนส์ มิกซ์ บางเพลงก็สวยหวานด้วยเปียโน บางเพลงก็เหมือนหลงเข้าไปโลกแฟนตาซี บางทีก็เหมือนนั่งม้าหมุนอยู่ในสวนสนุก จะนิยามว่าเพลงเป็นแบบไหนก็บอกไม่ถูก เพราะมีหลายแนวมากๆ ซึ่งทางวงก็ยืนยันว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ (บทสัมภาษณ์แบบเต็มๆ รออ่านได้ในไม่ช้า) ทั้งสี่เปิดเซ็ตด้วย Stargazer เพลงที่เราคิดว่าบ่งบอกความเป็น Sekai ได้ดีที่สุดเพลงหนึ่ง เปียโนหวานใสของ ซาโอริ กับเอฟเฟ็คต์โดย ดีเจเลิฟ ให้อารมณ์เหมือนนอนมองท้องฟ้าพร่างดาวก่อนจะเจอพายุฝนดาวตก ต่อด้วย One More Night เพลงภาษาอังกฤษแนวป๊อปซินธ์สดใสน่ารัก แล้วอัพบีตขึ้นอีกด้วย Monsoon Night อยู่ๆ ก็เหมือนหลงเข้าไปในคณะละครสัตว์เพราะมาครบทั้งแจ๊ซ ฟั้งค์ โซล บนท่วงทำนองครึกครื้นรื่นเริงที่ทำเอาคนดูตบมือตามจังหวะกันอย่างสนุกสนาน

soundbox-end-of-the-world-sekai-no-owari_007
soundbox-end-of-the-world-sekai-no-owari_004
soundbox-end-of-the-world-sekai-no-owari_006
soundbox-end-of-the-world-sekai-no-owari_005

สองเพลงที่เราชอบที่สุดคือ Mr. Heartache ที่ทางวงทำร่วมกับศิลปินโปรดอีกคนอย่าง Owl City เพลงจังหวะน่ารักกับการร้องแบบออโตทูนส์ ซึ่งน่าเสียดายไม่น้อยที่ระบบเสียงวันนี้ค่อนข้างมีปัญหากับเอฟเฟ็คต์และซินธ์ ฟังแล้วมีความแตกพร่าเกินพอดีไปมาก กับเพลงที่เพราะถึงตายอย่าง SOS ซึ่งน่าจะเป็นเพลงที่ระบบเสียงเข้าที่เข้าทางที่สุดแล้วสำหรับโชว์ของ Sekai ในวันนี้ แต่ก็ยังแอบมีความเดี๋ยวดังเดี๋ยวเบาสลับกันไป ช่วงที่ดีงามที่สุดคือโซโล่เปียโนสุดสวยของซาโอริแล้วต่อด้วยเสียงหวานใสกิ๊งของฟุกาเสะ สวยสะกดใจจริงๆ และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะได้กลับมาเล่นคอนเสิร์ตเดี่ยวในบ้านเราอีก ยินดีเสียเงินซื้อบัตรดูเป็นคนแรกๆ แน่นอน

soundbox-dnce_001
soundbox-dnce_002

DNCE ขึ้นเวทีเป็นวงสุดท้าย แต่คึกคักตั้งแต่ต้นด้วยการเดินโบกธงผืนใหญ่สองผืนมาปักเป็นพร็อพไว้กลางเวที ตามด้วยสี่สมาชิกที่สวมหน้ากากขึ้นมาทักทายด้วยลีลาสนุกสนานก่อนจะออกลีลาเต็มที่ไม่มีกั๊กกันเลยตั้งแต่เพลงแรก Naked ยกเว้น แจ็ค ลอว์เลส ที่ขยับไปไหนไม่ได้เพราะต้องนั่งอยู่หลังกลอง สามสมาชิกทั้ง โจ โจนาส, โคล วิทเทิล และสาว จินจู วาดลวดลายเต็มที่แบบไม่มีใครยอมใคร เพลงแรกๆ เป็นช่วงโชว์ของโคล ทั้งเต้นทั้งตีลังกาทั้งล้มกลิ้งล้มหงายทั้งนอนเล่นเบส ศัพท์สวิงสวายแบบบ้านเราก็ต้องบอกว่าจ้างร้อยเล่นล้าน รวมกับขบวนเพลงที่จัดเต็มความแดนซ์ GMM Live House เลยกลายเป็นปาร์ตี้ย่อยๆ ให้เหล่าสาวน้อยหนุ่มน้อย (แฟนเพลงผู้ชายเยอะมาก) ได้ชูแก้วเบียร์กระโดดโลดเต้นร้องเพลงตามกันอย่างครึกครื้น

ยิ่งคอนเสิร์ตดำเนินไปดีกรีความสนุกสนานก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้งด้วยเซ็ตลิสต์ที่จัดมาดีมากๆ ด้วยเพลงของ DNCE เองที่อาจจะมีดีเทลแตกต่างกันไปบ้าง แต่พื้นฐานคือเพลงแดนซ์ ไม่ว่าจะจัดเพลงอะไรมาตั้งแต่ DNCE, Body Moves, Zoom ก็เต้นได้ทุกเพลง รวมกับช่วงโซโล่ที่จัดมาอย่างฉลาด สลับกันไประหว่างเบสของโคลกับกีตาร์ของสาวจินจู ที่แม้จะเป็นผู้หญิงคนเดียวในวงแต่เปรี้ยวซ่าก๋ากั่นทั้งท่าลีดกีตาร์ทั้งการกระโดดโลดเต้นทั้งการเล่นกับคนดู โจยิ่งไม่ต้องพูดถึง ขนาดสองสมาชิกเด่นจัดแบบนั้น แต่นักร้องนำก็ยังโดดเด่นกว่าได้อีก ร้องเพลงดีมากทั้งเพลงเร็วเพลงช้า เอนเตอร์เทนคนดูก็ยอดเยี่ยม ตลอดทั้งชั่วโมงครึ่งนั้นแทบไม่เห็นเขายืนอยู่กับที่เลย ร้องไปเดินไปทั้งซ้ายทั้งขวาของเวที ทั้งเล่นกับเพื่อน ทั้งหยิบมือถือมาเดินถ่ายคนดูและสมาชิกในวง

soundbox-dnce_006
soundbox-dnce_009
soundbox-dnce_003
soundbox-dnce_010

สำหรับใครที่ไม่ได้สนใจติดตามวงฝั่งเอเชีย เชื่อว่าจะต้องแปลกใจและอาจจะติดใจการเอนเตอร์เทนแนวนี้ที่ไม่ค่อยได้พบเห็นในวงดนตรีฝั่งตะวันตกเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้ววิธีการเล่นไลฟ์ผสมเอนเตอร์เทนทั้งพร็อพ (มีการเตรียมตุ๊กตาและผ้ามาโยนให้คนดูเป็นระยะๆ) ทั้งแสงสีพลุควันที่ก็มาเป็นจังหวะๆ ตลอดทั้งโชว์ ก็คือรูปแบบการโชว์ของเคป๊อปนั่นเอง ไม่แน่ใจว่าคอนเส็ปต์และอิทธิพลนี้มาจากสาวเกาหลีในวงหรือเปล่า เพราะตอนสัมภาษณ์รวมมีเวลาน้อยนิดแถมสื่อก็มากมาย เลยไม่มีโอกาสได้ถาม แต่ทันถามไปว่าพวกเขาตั้งเป้าหมายยังไงเอาไว้สำหรับการเป็น DNCE ซึ่งโคลตอบว่าขอแค่ให้มีความสุขและสนุก ทั้งตัวพวกเขาเองที่มีความสุข สนุกกับการทำเพลงและการเล่นสด รวมถึงอยากให้แฟนๆ มีความสุขและสนุกกับการฟังและมาดูพวกเขาด้วยเช่นกัน

เท่าที่เห็นวันนี้ก็น่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ เพราะคนบนเวทีก็สนุกมาก คนข้างล่างยิ่งสนุกมากกว่าเข้าไปอีก หันมองรอบตัวไม่มีใครยืนเฉยเลยสักคน ทุกคนกระโดดโลดเต้นร้องเพลงด้วยสีหน้าแฮปปี้ ขนาดมีกระทบกระทั่งเต้นโดนกันบ้าง มือฟาดหัวกันบ้าง ก็มีการขอโทษขอโพยยิ้มแย้มทั้งคนฟาดคนโดนฟาด เป็นภาพเกือบๆ จะมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นได้เพราะพลังของดนตรี เห็นแล้วก็มีความสุขและได้รับพลังบวกไปด้วย มันเป็นบรรยากาศที่ดีมากจนต้องมาเขียนเล่าให้ฟัง นอกเหนือไปจากความดีของการแสดงสดและเซ็ตลิสต์ที่ยังเล่าไม่จบ

soundbox-dnce_004
soundbox-dnce_005

ไม่ใช่แค่เพลงของ DNCE จะเหมาะกับปาร์ตี้มากๆ พวกเขายังมีการคัฟเวอร์เพลงฮิตของหลากหลายศิลปินตั้งแต่ Let’s Dance ของเดวิด โบวี่ไปจนถึง Wannabe ของ Spice Girls และ Oops! I Did It Again ของบริทนีย์ สเปียร์ส มีการอินโทรเอ๊าท์โทรที่ดีไซน์มาอย่างลงตัวเพื่อนำเข้าและออกจากเพลง สร้างความต่อเนื่องของอารมณ์ แล้วยังมีช่วงอคูสติกโชว์เสียงร้องดีเยี่ยมของโจในเพลง Truthfully และ Jinx ซึ่งก่อนนี้ด้วยความที่เพลงมาแนวแดนซ์เลยไม่ค่อยได้โฟกัสเสียงร้องมากนัก แต่สองเพลงนี้แหละที่เป็นช่วงโชว์ของโจจริงๆ ร้องเพลงดีมาก คม ชัด มีพลัง ฟังเพลินจนอยากให้ร้องมากกว่า 2 เพลง

แล้วก็จบโชว์ไปแบบพลังงานมาเต็มกับเพลงมหาฮิต Cake by the Ocean สามคนบนเวที (ยกเว้นมือกลอง ออกมาไม่ได้) ปล่อยลวดลายเต็มที่ทั้งวิ่งทั้งกระโดดทั้งเต้นทั้งเล่นกับคนดู ท่ามกลางบรรยากาศปาร์ตี้สุดสนุก พลุ และคอนเฟตติโปรยปราย พร้อมการโบกธงชาติไทยของโจที่เดินขอบคุณไปทั่วเวที

เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่กลับบ้านพร้อมความสุข ความสนุก และพลังบวกมากมาย

Story by: Srivigar S.

Photos by: BEC-Tero