toplineusmuslim

ในวันที่ 27 มกราคม 2560 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งแบบช็อคโลกกับการห้ามคนจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 90 วัน และจากคำสั่งดังกล่าวก็ได้ค่อยๆ เริ่มส่งผลกระทบต่อวงการดนตรีในอเมริกาที่ต้องมีการทำงานร่วมกันกับเหล่า 7 ประเทศทั้ง อิรัก, ซีเรีย, ลิเบีย, อิหร่าน, โซมาเลีย, ซูดาน และเยเมน จึงนำมาซึ่งเหตุผลที่ทำให้เหล่าค่ายเพลงและผู้จัดการส่วนตัวของศิลปินเริ่มที่จะมองหามาตราการการป้องกันศิลปินที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของตัวเอง ภายใต้มาตรการปกครองประเทศของทรัมป์

งานเทศกาลดนตรีประจำปี South by Southwest หรือ SXSW ที่จะมีขึ้นในเดือนมีนาคม และยังคงอยู่ในช่วงเวลาของคำสั่งดังกล่าว ทางเทศกาลดนตรีก็ไม่รอช้ารีบออกมาประกาศในทันทีว่า “พวกเรากำลังพยายามที่จะทำความเข้าใจว่าคำสั่งห้ามเข้าประเทศนั้นจะส่งผลมากน้อยแค่ไหนกับผู้ที่จะมาร่วมงาน พร้อมกับวิธีที่พวกเราจะใช้เสียงของเราสนับสนุนเหล่าศิลปินที่ได้รับผลกระทบ” เทศกาลดังกล่าวสามารถดึงดูดศิลปินได้มากกว่า 2000 ชีวิต และอีกเกือบ 600 ชีวิตที่เป็นศิลปินต่างชาติ ให้มาที่เมืองออสติน

ทางด้านศิลปินที่มีคิวขึ้นโชว์ในเทศกาลอย่างราม อิมามิ นักดนตรีชาวอิหร่าน แห่งวงร็อค King Raam ก็ได้ประกาศยกเลิกโชว์ของเขาเป็นที่เรียบร้อย “ผมกลัวที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ แล้วโดดกักตัวหรือห้ามเข้าประเทศที่ตม.” เขากล่าวกับบิลบอร์ด

ในกรณีเดียวกันกับเหล่าศิลปินที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นทีเรียบร้อย ก็มีความกังวลว่าถ้าตัวเองเดินทางออกจากประเทศไปแล้วจะไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีก

วงดนตรีสัญชาติอเมริกัน-อิราเนียน Tehranosaurus ที่ 2 สมาชิกในวงเป็นชาวอิหร่านแต่ย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯ จนกระทั่งได้กรีนการ์ดอย่างถูกกฎหมาย แต่ก็ต้องยกเลิกการทัวร์คอนเสิร์ตนอกประเทศด้วยความกังวลที่พวกเขาจะไม่สามารถกลับเข้ามาในประเทศได้อีก หรือแม้กระทั่งปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ณ ตม. และในอนาคตที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

อาซาร์ โบกาน ผู้ก่อตั้ง Enigma Management กล่าวว่า “ในวงการดนตรีมีคนเยอะแยะมากมายที่จะได้รับผลกระทบในครั้งนี้ เราไม่รู้ว่าพวกเราจะสามารถเดินทางกันอย่างไรในเมื่อทุกคนในทีมของเรา ไม่ว่าจะเป็นศิลปินเองหรือผู้จัดการแม้กระทั่งสื่อมวลชน จะต้องมีใครสักคนที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งห้ามเข้าประเทศ” เธอเองนั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเธอจะเกิดที่อิหร่านและย้ายมาอยู่ที่แคนาดาตั้งแต่ปี 1989 จนได้สัญชาติแคนาดาแล้วก็ตาม “ฉันได้รับแนะนำจากองค์กรที่ดูแลเรื่องพวกนี้ (CUNY Clear) ว่าไม่ควรออกนอกประเทศถึงแม้ว่าฉันจะมีกรีนการ์ด”

นั้นจึงทำให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากพ้นกำหนด 90 วันของคำสั่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ และทำให้การวางแผนทัวร์คอนเสิร์ตของศิลปินที่อาจจะได้รับผลกระทบเปรียบเสมือนการเล่นเกมปริศนา “สิ่งที่ศิลปินทั้งหลายกลัวมากที่สุดก็คือการที่ต้องไปติดอยู่ที่ใดที่หนึ่งและไม่สามารถเดินทางต่อได้จนต้องแคนเซิลทัวร์ในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่ามันจะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับศิลปินเอง” แมทธิว โควีแห่ง CoveyLaw กล่าว และบริษัทของเขาเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการอำนวยความสะดวกแก่เหล่าศิลปินในการดำเนินการเรื่องวีซ่าสำหรับการเดินทางมายังสหรัฐฯ เพื่อทำการแสดง “มันจะต้องมีผลกระทบที่สืบเนื่องมาจากความกลัวและไม่มั่นใจ ที่จะทำทัวร์คอนเสิร์ตกับเหล่าศิลปินที่มาจากทั้ง 7 ประเทศนั้นในอนาคตอย่างแน่นอน” เขากล่าวเสริม

นอกจากนี้ความกังวลดังกล่าวสำหรับศิลปินที่มาจากทั้ง 7 ประเทศนั้นยังรวมไปถึงแม้กระทั่งการทัวร์ภายในประเทศด้วย อย่างเช่นในกรณีของวง The Nile Project ที่มีสมาชิกวงที่มาจากประเทศซูดาน ที่พวกเขาเดินทางมาถึงสหรัฐฯ เพื่อการออกทัวร์ ในวันที่ 18 มกราคมเพียงไม่กี่วันก่อนหน้าที่จะมีคำสั่งมา “ไม่มีใครรู้เลยว่าใครบ้างที่เข้าข่ายกับคำสั่งดังกล่าวหรือมีใครบ้างที่ได้รับการยกเว้น” มินา เกอกิส จากวงกล่าว “มันมีแต่ความกังวลวิตกเต็มไปหมด พวกเราไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้างและจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเราขึ้นเครื่องบิน จะมีคนมาบอกให้พวกเรากลับบ้าน? หรือพวกเราจะถูกปฏิเสธ?

เชอรี่ อามาร์แห่งวง Massive Scar Era คู่หุดูโอ้เฮฟวี่เมเทิลจากอียิปต์กล่าวว่าเธอมีความกังวลว่าคำสั่งห้ามเข้าประเทศนั้นจะขยายเพิ่มเติมไปมากกว่า 7 ประเทศในตอนแรก “ฉันคิดว่าพวกเอเจนซี่และค่ายเพลงคงไม่กล้าที่จะเสี่ยงลงทุนกับวงดนตรี ที่มีโอกาสจะถูกห้ามเข้าประเทศสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ และนำมาซึ่งการยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ต”

และจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้วงดนตรีหลายๆ เกิดอาการเคว้งและไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ อย่างเช่นวงดนตรี Angband จากประเทศอิหร่าน ที่มีการวางแผนตอนแรกว่าจะอัดอัลบั้มใหม่ในปีนี้พร้อมการร่วมงานกับนักร้องชาวอเมริกา แต่แผนดังกล่าวก็ต้องถูกยกเลิกไป “พวกเราไม่สามารถที่จะเล่นคอนเสิร์ตได้ในสหรัฐฯ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่น่าตลกดี” มาฮียร์ ดีนสมาชิกของวงกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ทางวงเองก็โดนแบนในเรื่องของดนตรีตะวันตกในประเทศบ้านเกิดของพวกเขา “และพวกเราก็ไม่สามารถเล่นคอนเสิร์ตหรือขายซีดีเพลงในอิหร่านด้วยเช่นกัน แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน”

 

Story by Mary Von Aue

Translated by Aekkachai S.