_N1A4595-w

คนหนึ่งในรูปคือ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร แน่นอน ส่วนอีกคน ไม่ใช่คุณคนเดียวที่ทำคิ้วขมวด เพราะหลายคนอาจไม่คุ้นหน้า โจชัว จิน ศิลปินฮิปฮอปอาร์แอนด์บีชาวจีนเชื้อชาติเกาหลีคนนี้สักเท่าไหร่ แต่ในประเทศจีน โจชัวดังไม่น้อยจากการเป็น 1 ในผู้เข้ารอบ 12 คนสุดท้ายของรายการ The X-Factor China ปี 2013 (เมนเทอร์ของเขาคือดาราสาวคนดัง-จางซิยี่) หลังจากนั้นเขาก็มีผลงานของตัวเอง โดย Between the Rainbow เพลงที่เขาเป็นผู้แต่งติดอันดับ 1 ติดต่อกันนานถึง 13 สัปดาห์ใน QQ Music Mainland Chart พร้อมยอดวิวกว่า 400 ล้านวิว

I Believe อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของโจชัวออกวางขายในปี 2014 และปีนี้เขากำลังจะมีอัลบั้มใหม่ ที่มาเกี่ยวข้องกับโต๋-ศักดิ์สิทธิ์ก็ตรงนี้ ตรงที่เขานำเพลง สักวันคงได้เจอ ของโต๋ไปร้องในเวอร์ชั่นแมนดาริน ใช้ชื่อเพลงว่า Wait for Love โดยมีโต๋ร่วมร้องและแสดงในมิวสิควิดีโอด้วย

วันที่เรามานั่งคุยกับทั้งสอง เป็นวันที่พวกเขาเข้าห้องอัดเพื่อร้องเพลงด้วยกัน เป็นวันที่พวกเขาเพิ่งเจอกันได้เพียงวันเดียว แต่ดูสนิทสนมคุ้นเคยกันมาก และคนที่เป็นล่ามภาษาจีนให้เราในการพูดคุยครั้งนี้ก็คือโต๋นั่นเอง ไม่ต้องเป็นห่วงสกิลภาษาจีนของศักดิ์สิทธิ์จริงๆ!

โปรเจ็คต์นี้มีที่มาที่ไปยังไง

โจชัว: ผมตั้งใจทำอัลบั้มนี้ด้วยการฟีทเจอริ่งกับศิลปินต่างประเทศ อเมริกา เกาหลี จริงๆ ไม่ได้คิดถึงการฟีทกับศิลปินไทยมาก่อน จนได้ยินเพลงของโต๋ที่โซนี่ย์มิวสิคจีนเปิดให้ฟังแล้วชอบมาก เลยส่งอัลบั้มของผมมาให้โต๋ฟัง พอได้เจอกันก็รู้สึกว่าเรามีอะไรที่คล้ายกัน ต่อกันติดน่ะครับ ผมเลยเอาเพลง สักวันคงได้เจอ ของโต๋มาทำเป็นเวอร์ชั่นภาษาจีนและร้องด้วยกัน ใส่ไว้ในอัลบั้ม

ชอบอะไรในเพลงและในตัวโต๋

โจชัว: ตอนได้ฟังเพลงของโต๋ครั้งแรก ผมฟังแค่ดนตรีเพราะไม่เข้าใจเนื้อเพลง แต่ก็ชอบเลยตั้งแต่ได้ยิน ยิ่รู้เนื้อเพลงก็ยิ่งชอบ ผมรู้สึกว่าเนื้อหามาแนวผมคือให้อารมณ์บวก ไม่ว่าจะทำนองหรือเนื้อเพลง มันเป็นการให้กำลังใจคน ให้พลังในทางบวก ฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น ถึงแม้จะพูดถึงคนที่กำลังเศร้ากำลังเหงา แต่ก็มีการมองโลกในแง่บวก ตัวผมเองก็ชอบอะไรที่ให้พลังในแง่บวกเหมือนกัน

โต๋ล่ะ พอรู้ว่าจะได้ทำโปรเจ็คต์ร่วมกับศิลปินต่างชาติ รู้สึกยังไงบ้าง

โต๋: ตื่นเต้นครับ ดีใจเพราะเพลงชุดนี้เราตั้งใจตั้งแต่ตอนทำแล้วว่าอยากให้เป็นได้ทั้งสองภาษา ผมแต่งทำนองเผื่อในใจไว้เลยว่าให้สามารถทำเป็นภาษาอื่นได้ด้วย พอมีโอกาสได้ทำเวอร์ชั่นภาษาจีนจริงๆ แล้วยังได้ฟีทเจอริ่งกับศิลปินจีนจริงๆ อีกผมยิ่งดีใจ อย่างน้อยเพลงของเราจะได้ออกไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น แล้วก็ในที่สุดก็ได้ใช้ภาษาจีนสักที! (หัวเราะ)

แต่งเพลงโดยตั้งใจให้เป็นภาษาอื่นด้วย ยากกว่าแต่งเพลงปกติไหม

โต๋: ก็ยากกว่านิดหนึ่ง เมโลดี้คนละแบบ ข้อดีคือทำให้เมโลดี้มันไม่ไท้…ไทย มันจะมีความยืดหยุ่น มีความเผื่อไว้ เพราะถ้าเราเจาะจงว่าต้องเป็นเพลงไทย เมโลดี้มันจะเป็นอีกแบบ อย่างเพลง สักวันคงได้เจอ ก็จะมีเมโลดี้หรือลูกเอื้อนบางอย่างที่ปกติเพลงไทยจะไม่มีอะไรแบบนี้

_N1A4619-w

แล้วการร้องภาษาจีนล่ะ เตรียมตัวยังไงบ้าง

โต๋: เราได้ภาษาจีนอยู่แล้ว แต่พอต้องร้องจริงจังและต้องร้องกับเขาด้วยก็ใช้เวลาปรับตัวนิดหน่อย มีโปรดิวเซอร์มาช่วย มาคุมการร้อง…

โจชัว: ตอนแรกผมคิดไว้ว่าภาษาจีนของโต๋คงประมาณหนึ่ง แต่พอมาเจอกันแล้วแบบ… เฮ้ย ยูพูดได้ขนาดนี้ ร้องได้แบบนี้เลยเหรอ! น่าจะไปจีนบ่อยกว่านี้ ผมเชื่อว่าโต๋จะมีแฟนเพลงจีนแน่ๆ มาเริ่มด้วยโปรเจ็คต์นี้เถอะ! (หัวเราะ)

โต๋: เพลงนี้จะเป็นซิงเกิ้ลที่ 3 ของอัลบั้มใหม่ของโจชัว ซึ่งน่าจะปล่อยประมาณเดือนกรกฎาคม แล้วเขาก็บอกว่าไม่ว่าจะเป็นการเปิดอัลบั้มหรืองานอะไร เขาก็อยากเชิญผมไปด้วย เพราะว่าผมไม่ใช่แค่ฟีทในฐานะนักร้องแต่ผมเป็นคนแต่งเพลงนี้ แล้วอายุเราก็เท่าๆ กัน ทำงานด้วยกันสนุกดี

เล่าความประทับใจตอนเจอกันครั้งแรกให้ฟังหน่อย

โจชัว: ผมประทับใจความมีมารยาทของโต๋ ความถ่อมตัวและให้เกียรติคนอื่นด้วยครับ ตอนเจอกันผมมีความเกรงใจเขานิดๆ เพราะเพลงนี้เป็นเพลงของโต๋ เจ้าของเพลงมาเอง เราก็เกรงๆ หน่อย แต่โต๋ให้เกียรติผมมาก ทำงานด้วยกันง่าย คราวหน้าอยากให้โต๋เอาเพลงของผมมาทำเป็นภาษาไทยบ้าง ผมจะมาร้องด้วย อยากร้องเพลงไทยครับ!

โต๋: เพิ่งเจอกันเมื่อวานเองนะ แต่เคยวีแชทกันแล้วก่อนเขาจะมา นี่ผมก็เพิ่งรู้นะว่าเขามองผมแบบนี้ (หัวเราะ) แต่ก็บอกเขาไปว่าไม่ใช่แค่ผมหรอก นี่เป็นแคแรกเตอร์ของคนไทย คนไทยเป็นแบบนี้แหละ ตอนเจอเขาครั้งแรกก็รู้สึกเหมือนเจอเพื่อนศิลปินน่ะครับ คุยกันรู้เรื่อง พูดภาษาเดียวกัน

มาไทยครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง

โจชัว: อากาศร้อนมากครับ แต่อาหารอร่อย ผมชอบกินแกงกะหรี่ แล้วข้าวเมืองไทยอร่อยมาก…

โต๋: ผมก็เพิ่งรู้จากเขาว่าข้าวเมืองไทยไม่เหมือนข้าวที่จีน เขาบอกว่าข้าวบ้านเราเม็ดยาวกว่า น่าจะเป็นข้าวหอมมะลิใช่ไหมครับ มันจะนุ่มๆ และเนื้อละเอียดกว่า

ทั้งสองคนคาดหวังอะไรกับเพลง Wait for Love

โจชัว: ผมหวังว่าเพลงนี้จะช่วยปลอบประโลมคนที่กำลังเหงา คนที่กำลังรอใครคนนั้น และหวังว่าสักวันหนึ่งคุณจะได้เจอคนที่รอ เพลง สักวันคงได้เจอ ทำหน้าที่นี้ให้กับคนไทยแล้ว ผมก็หวังว่า Wait for Love จะทำหน้าที่เดียวกันให้กับคนจีนด้วย โดยส่วนตัวผมหวังให้เพลงนี้ทำให้โต๋มีโอกาสได้ไปทำงานที่จีนมากขึ้น ให้แฟนเพลงชาวจีนของโต๋มีเยอะขึ้น

โต๋: ผมก็หวังว่าเพลงนี้จะทำให้แฟนเพลงของโจชัวในไทยมีมากขึ้น แฟนของเราสองคนบวกกันแล้วจะได้ยิ่งมีเยอะๆ (หัวเราะ) ดีใจครับที่ได้ร่วมทำเพลงนี้กับโจชัวและโซนี่ย์มิวสิคจีน ผมมองว่ามันเป็นก้าวแรกของการได้ทำอะไรแบบจริงจังในประเทศจีน เป็นการทำในสิ่งที่เราชอบและได้ทำในฐานะศิลปินไทยด้วย ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ

Story by: Srivigar S.

Photos by: Purin A.