ทุกครั้งที่ได้สัมภาษณ์ศิลปินที่เป็นฮีโร่ของเรามาเนิ่นนาน ความตื่นเต้นมักจะมาเยือนอย่างเลี่ยงไม่ได้เสมอ Dinosaur Jr. เป็นหนึ่งในวงที่หลายคนยกให้ขึ้นหิ้งไปแล้วกับซาวด์อัลเทอร์เนทีฟร็อคดิบๆ เสียงร้องที่ได้ยินปั๊ปรู้ทันทีว่าใคร เสียงกีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ ท่วมล้นไปด้วย feedback  และ distortion เรียกได้ว่า Dinosaur Jr. เป็นต้นแบบให้กับวงร็อคที่กล้าแหวกกฎหลายวงทีเดียว

 

ลู บาร์โลว์ มือเบสของวงสละเวลามาให้สัมภาษณ์เราทางโทรศัพท์ ลูมีวิธีพูดด้วยน้ำเสียงของผู้ใหญ่ใจดี ค่อยๆ อธิบายความคิดเห็นของเขา นอกจากเขาจะสร้างชื่อกับวง Dinosaur Jr. แล้ว ตัวลูยังมีผลงานเดี่ยว และในนาม The Folk Implosion และ Sebadoh อีกด้วย ซึ่งผลงานนอกเหนือจาก Dinosaur Jr. ของเขายังถูกนับว่าเป็น cult classic อีกเช่นกัน

IMG_6495_credit Levi Walton

 

Dinosaur Jr. ประกอบด้วย เจ แมสซิส (ร้องนำและกีตาร์) ลู บาร์โลว์ (เบส) และเมิร์ฟ (กลอง) พวกเขาทั้งสามคนก่อตั้ง Dinosaur Jr. ขึ้นมาในปี 1984 แต่ในปี 1989 ลูได้ออกจากวง ส่วนเมิร์ฟตามออกไปตอนปี 1993 เจยังคงวงไว้จนปี 1997 ที่ Dinosaur Jr. ถือว่าหยุดพักไปอย่างจริงจัง จนปี 2005 เขาทั้งสามคนกลับมารวมวงกันใหม่ โดยออกอัลบั้มมาอีก 5 อัลบั้มหลังจากการกลับมาคืนดีกัน รวมสิริทั้งหมดเป็น 11 อัลบั้มแล้ว

 

อัลบั้มล่าสุดของ Dinosaur Jr. พึ่งออกสู่ตลาดปีนี้ในชื่อ Give a Glimpse of What Yer Not

 

BBT: สวัสดีค่ะ

ลู บาร์โลว์: สวัสดีครับ

BBT: คุณบาร์โลเป็นอย่างไรบ้างคะ

ลู บาร์โลว์: สบายดีครับ แล้วคุณเป็นยังไงบ้าง

BBT: ดีค่ะ ต้องบอกก่อนว่าตื่นเต้นมาก เพราะเราเป็นแฟนของคุณมานานแล้ว

เราเพิ่งไปดู Dinosaur Jr. ที่เทศกาล Primavera ที่ บาร์เซโลนา ซึ่งมันเป็นโชว์ที่เยี่ยมมาก แต่คุณรู้ใช่ไหมว่าคุณเล่นเวลาเดียวกันกับ Radiohead เลย มันส่งผลกระทบถึงคุณบ้างไหม หรือจริงๆ คุณก็ไม่ได้แคร์

ลู บาร์โลว์: รู้สิครับ (หัวเราะ) แต่จริงๆ ก็ไม่ได้แคร์นะ ผมว่าก็ไม่ได้ส่งกระทบถึงจำนวนคนดูของเราเท่าไหร่ คนก็มาดูเราเยอะนะ

BBT: ใช่ค่ะ วันนั้นคนเยอะมากอยู่

ลู บาร์โลว์: ใช่ครับ คนเยอะมาก จริงๆ ผมว่าพวกเราก็ประหม่าเหมือนกันที่ได้เล่นเวลาเดียวกับ Radiohead ก็กลัวเหมือนกันว่าจะไม่มีคนมาดู แต่พอเล่นจริงๆ ก็เออ มีคนมาดูเยอะเหมือนกัน เราก็เลยโอเค ไม่ได้กังวลอะไรกับ Radiohead

BBT: ตอนนี้พวกคุณมีทัวร์ตลอดทั้งปีเลย คุณรู้สึกยังไงบ้าง คุณสนุกกับมันรึเปล่า?

ลู บาร์โลว์: ทัวร์ที่เราทำ จริงๆ แล้วเรายกเลิกทัวร์ไปประมาณสองในสามของทริปเลย เพราะเจเหนื่อยมาก เจเพิ่งอัดทำเพิ่งเพลงเดี่ยวไปเมื่อไม่นานมานี้ เขาไม่ได้หยุดอัดเพลง และหยุดโชว์มาเป็นปีๆแล้ว ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดเลยคือผมอยากแน่ใจว่าเจได้พักผ่อน ผมคิดว่าเราจะเริ่มทัวร์จริงๆ ประมาณเดือนกันยายน ตอนนี้ก็อยากให้เจได้พัก และเราจะพร้อมเริ่มทัวร์อีกทีประมาณกันยายน

BBT: งั้นแบบนี้ทัวร์ที่ญี่ปุ่นก็ยกเลิกด้วยใช่ไหม?  เพราะดูจากตารางแล้วคุณต้องไปทัวร์ที่นั่นเดือนสิงหาคม

ลู บาร์โลว์: เรามีแวะไปนะ เราไปที่ Hostess Club All Nighter

BBT: เวลาเล่นคอนเสิร์ตที่ของตัวเองกับไปเล่นที่งานเทศกาลดนตรีมันแตกต่างกันไหม?

ลู บาร์โลว์: จริงๆ ก็ควรรู้สึกต่างนะ (หัวเราะ) มันควรที่จะต่าง แต่สำหรับผมตอนนี้มันไม่ต่างแล้ว ผมว่าเวลาไปเล่นกับ Dinosaur Jr. ผมว่าดนตรีมัน … ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน แต่คือเวลาเล่นกับ เจ และ เมิร์ฟ มันจะมีความรู้สึกพิเศษบางอย่าง ผมรู้สึกว่าผมจะเล่นในห้องเล็กๆ ก็ได้ ในตู้เสื้อผ้าก็ได้ หรือ อาจจะเล่นให้คนดูซัก 3 หมื่นคนก็รู้สึกพิเศษเหมือนๆ กัน ผมเองก็มีเล่นโซโล่ มีเล่นกับวงอื่น แต่มันไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เวลาผมไปเล่นในเทศกาลดนตรีผมไม่อยากเล่นกับวงอื่นเลย จริงๆ แล้วผมไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องเล่นต่อหน้าคนเยอะๆ แต่พอถ้าเป็นการเล่นกับ Dinosaur Jr. ด้วยซาวนด์ดนตรีที่มันเข้มข้นด้วย และด้วยวิธีการเล่นของวงที่เป็นเอกลักษณ์ และมีพลังแล้ว มันเลยทำให้ผมรู้สึกว่าเวลามาเล่นกับ Dinosaur Jr. มันไม่สำคัญเลยว่าคุณจะเล่นให้คนกี่คนดู

612JfC57BLL

 

BBT: เล่าถึงอัลบั้มล่าสุดให้เราฟังหน่อย มีเพลงที่คุณร้องถึง 2 เพลง 

ลู บาร์โลว์:  ในอัลบั้มต่อไปก็จะมี 11 เพลง ส่วนวิธีการทำก็คล้ายๆ เดิม เหมือนที่เราเคยทำมาตลอด หรืออย่างน้อยก็เหมือนตอนที่ผมอยู่ในวง ผมอยู่ในวง 3 อัลบั้มแรก แล้วก็ 4 อัลบั้มสุดท้ายของวง ตอนนี้วงมีประมาณ 11 อัลบั้ม ผมทำไป 7 ผมต้องบอกว่าแต่ละอัลบั้มที่ทำก็มีวิธีทำที่คล้ายกัน แบบว่า เจเป็นคนแต่งเพลง เขาส่งโครงต่อให้เมิร์ฟและผมในเวอร์ชั่นง่ายๆ ก่อน แล้วจากนั้นเมิร์ฟกับผมก็เอามันมาทำให้เป็นเวอร์ชั่นปรับแล้ว แล้วเราก็ลองอัดกัน แล้วเจก็อัดไลน์เบสกับกลองแล้วค่อยใส่เสียงร้องกับกีตาร์ลงไป แล้วก็กลายเป็นอัลบั้ม ทุกอัลบั้มที่ทำวิธีทำก็จะประมาณนี้ คล้ายๆ กัน

BBT:  เวลาทำงานด้วยกันมีการประนีประนอมกันบ้างหรือเปล่า? 

ลู บาร์โลว์: ไม่นะ อย่างน้อยผมก็ไม่ พอผมมาอยู่กับ Dinosaur Jr. ผมว่า เจเป็นคนนำวงนี้ เขาคือคนที่เลือกเพลงส่วนใหญ่ เขาเป็นหลักของวง ตอนที่วงเรายังไม่โต เขาเป็นคนเข้าหาค่ายเพลง เพื่อที่จะส่งเดโม่เราออกไป เจก็เลยเป็นคนนำของวง ตอนที่ผมเข้ามาในวง ผมอยากทำในสิ่งที่เจอยากให้ผมทำในฐานะมือเบส คนส่วนใหญ่ที่ฟังเพลงยกเว้นแต่คนที่เป็นนักดนตรีอยู่แล้วนะ เขาไม่รู้หรอกว่าจริงๆ แล้วคนเล่นเบสเป็นใคร เสียงเบสเป็นยังไง ส่วนใหญ่คนจะนึกถึงแต่นักร้องนำ และมือกีตาร์ ผมก็เป็นแค่บทบาทเล็กๆ ของวง เพราะฉะนั้นการประนีประนอมกันก็คงไม่ สำหรับผมก็เป็นส่วนนึงที่จะช่วยพัฒนาโครงสร้างของตัวเพลงมากกว่า

BBT: คุณแยกออกจากวงในช่วงปลายยุค 80 แล้วก็กลับมารวมตัวกันในปี 2005 ซึ่งตอนนี้ก็กลับมารวมตัวกันนานแล้วเหมือนกัน อะไรที่ทำให้พวกคุณยังอยู่กันได้?

ลู บาร์โลว์: ผมว่าตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่าเสียงดนตรีคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าบางทีตอนที่เรายังเด็ก บางครั้งมันก็มีเรื่องส่วนตัวต่างๆ เข้ามา ตอนเด็กๆ คุณจะคิดมากเรื่องคนรอบตัวจะชอบคุณไหม? และดูเหมือนว่าทุกคนที่คุณขลุกด้วยบ่อยๆ ควรจะเป็นเพื่อนรักของคุณ พอคุณโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นคุณจะรู้ว่ามันมีสิ่งที่คุณต้องทำให้เสร็จ และบางครั้งเพื่อที่จะทำมันให้เสร็จคุณต้องทำงานกับคนที่คุณไม่เข้าใจเขา หรือกับคนที่ไม่ชอบคุณนัก  แต่คุณก็ต้องทำงานกับเขาให้งานมันเสร็จไป พอคิดอย่างงี้แล้วมันก็ทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นเยอะ คุณก็แค่ยอมรับว่าคุณทำงานให้มันเสร็จ มันง่ายกว่า

BBT: คุณเพิ่งฉลองครบรอบ 30 ปี อัลบั้มแรกของ Dinosaur Jr. ไปเมื่อปีที่แล้ว เคยคิดไหมว่า เฮ้ย เราทำเพลงมา 30 ปีแล้วนะ

ลู บาร์โลว์: ผมคิดว่าคนที่อายุเท่าๆ ผม หรือโตกว่า คือเราโตมาโดยเชื่อว่าเดี๋ยวมันจะมีสงครามนิวเคลียร์ แล้วเราก็คงจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงตอนนี้ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้น ผมคิดว่ามันก็มีเวลาที่เราก็คิดเหมือนกันว่า เออ เราก็อายุเยอะแล้วนะ อายุ 50 กันแล้ว แต่สำหรับผม มันก็ไม่ได้วิเศษอะไรนักมั้ง เพราะในโลกนี้ก็มีนักดนตรีที่โตกว่า ยิ่งผมเป็นคนรักดนตรี ถ้าคุณเริ่มชอบดนตรีแล้ว มันก็เป็นศิลปะแขนงหนึ่ง คุณจะรู้ว่าคนที่ทำเพลงดี ก็จะทำเพลงดีไปจนตาย เหมือนกันกับบางคนที่ ชอบเขียน ชอบการวาดรูประบายสี เขาก็จะทำอะไรของเขาไปจนกว่าจะอายุ 90 นั่นแหละ เพราะฉะนั้น การเป็นคนอายุ 50 ปีที่เล่นเพลงร็อคก็ไม่ได้พิเศษอะไร

BBT: คุณได้ย้อนกลับไปฟังเก่าๆ บ้างไหม หรือไม่ฟังมันอีกเลย

ลู บาร์โลว์: ผมว่าตอนเราอัดเพลง อย่างครั้งล่าสุดเราก็กลับไปฟัง 3 เพลงสุดท้ายที่เราอัดนะ เพื่อที่จะสร้างแรงผลักดันสำหรับสิ่งที่เรากำลังจะอัด ซึ่งมันดีกับการเขียนเพลงด้วยนะ เพราะว่าเราเขียนเพลงที่มันเอื้อต่อกัน ผมชอบนะที่จะฟังเพลงที่อัดไปแล้ว เพื่อที่จะได้ไอเดียเอาไปเขียนเพลงต่อในอัลบั้มถัดไป ก็ ใช่ครับ ผมก็กลับไปฟังเพลงเก่าๆ นะ สนุกดี

BBT: ย้อนไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน คุณทำซาวนด์แทร็กให้ภาพยนตร์เรื่อง Kids (1995) อะไรทำให้คุณร่วมโปรเจ็กท์นี้?

ลู บาร์โลว์: ผมติดต่อกับฮาร์โมนี่ คอไรน์ เขาเป็นผู้กำกับและคนเขียนบทของเรื่องนี้ เขาดูเรื่องเสียงด้วย ผมเลยได้เข้าไปช่วยตั้งแต่เริ่มๆ เลยไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่กระบวนการเริ่มของหนังเรื่องนี้เลย ไอเดียต่างๆด้วย ฮาร์โมนี่ย์เป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองมาก มีความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ มันเป็นโปรเจ็กท์ที่น่าสนใจมาก ฮาร์โมนีย์มาชวน ผมก็ ‘เออเอาสิ อยากให้ผมทำอะไรล่ะ’ เลยได้เข้าไปทำ 

 

BBT: คุณอยากทำซาวนด์แทร็กภาพยนตร์อีกไหม?  ทำซาวนด์แทร็กทั้งเรื่องเลยอะไรแบบนี้ แล้วถ้าอยากทำอยากทำให้ภาพยนตร์ประเภทไหน? 

ลู บาร์โลว์: อยากทำสิครับ ภาพยนตร์อะไรก็ได้ ยิ่งถ้าเหมือนเรื่อง Kids ที่ผมได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น คือตอนนั้นผมได้อ่านบทก่อนที่เขาจะถ่าย แล้วก็ได้คุยกันว่าผมอยากจะทำซาวนด์แทร็กให้มันออกมาเป็นยังไง อยากให้เพลงมันออกมารู้สึกแบบไหน ผมก็อยากทำอีกนะ

BBT: จริงๆ แล้วคุณเป็นแฟนภาพยนตร์เลยหรือเปล่า?

ลู บาร์โลว์: ไม่นะ จริงๆ ผมก็ชอบภาพยนตร์นะ แต่ไม่ถึงกับเป็นนักสะสมหรืออะไรขนาดนั้น กับดนตรีก็เหมือนกัน ผมหมกมุ่นกับมัน ผมรักดนตรีนะ ผมชอบสิ่งที่ผมชอบ ผมชอบพูดเรื่องสิ่งที่ผมชอบ แต่ก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น

BBT: คำถามสุดท้าย คุณอยากจะเป็นที่จดจำแบบไหน? ลู บาร์โลว์ จาก Dinosaur Jr., The Folk Implosion หรือ Sebadoh หรือในฐานะศิลปินเดี่ยว

ลู บาร์โลว์: อืม … ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมไม่ได้แคร์ว่าจะถูกจดจำยังไง (หัวเราะ) มันแค่พยายามทำสิ่งที่ผมทำทุกวัน ผมอยากเป็นที่จดจำในตอนนี้มากกว่า คนมาขอให้ผมทำนู่นทำนี่ ผมว่าคนแคร์สิ่งที่ผมทำในตอนนี้มากกว่า

 

 

Story by: Onsiri P.
Photo by: Levi Walton