<> at HMV Hammersmith Apollo on June 24, 2012 in London, United Kingdom.

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมาสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐอเมริกาออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิบัตรจดใหม่ของ Apple ทั้งหมด 44 ใบและหนึ่งในนั้นคือระบบล็อค iPhone ไม่ให้ถ่ายคลิประหว่างที่ศิลปินกำลังเล่นคอนเสิร์ตอยู่ – เอาละ! เราจะเล่าสรุปเรื่องนี้แบบย่อหน้าเดียวจบสำหรับคนที่ขี้เกียจอ่าน

 

สรุป: เทคโนโลยีใหม่ของAppleที่เพิ่งผ่านสิทธิบัตรนี้ iPhone ทุกเครื่องสามารถถูกสั่งล็อคไม่ให้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะที่ศิลปินกำลังเล่นคอนเสิร์ตอยู่ได้และหลังจากคอนเสิร์ตเลิก iPhone คุณก็จะกลับมาทำงานตามปกติ ณ ตอนนี้ก็ยังไม่มีการระบุว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้งานเมื่อไหร่? ใช้กับเครื่องรุ่นไหน? ใครจะเป็นคนถือสิทธิ์ในการสั่งล็อคเครื่องของคนอื่น? หรือจะประยุกต์ไปใช้กับกรณีอื่นใดอีกบ้างจบ

1

— สำหรับคนที่อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเราลากยาวเจาะลึกเรื่องนี้แบบเนิร์ดๆให้ต่อจากนี้นะ —

 

ชื่อหัวข้อเทคโนโลยีที่ Apple ยื่นกับสำนักงานสิทธิบัตรคือวิธีการรับข้อมูลจากสัญญาณอินฟราเรดผ่านทางกล้องมือถือโดยการตรวจจับภาพจากแสงในช่วงความถี่ที่ตามองเห็นได้เทคโนโลยีที่ว่านี่คือ… // โอ้วพระเจ้า! อันนี้หัวข้อสิทธิบัตรหรือข้อสอบไล่วิชาฟิสิกส์๑๐๑ // เอางี้ลองแปลไทยเป็นไทยอีกรอบ

 

เทคโนโลยีที่ว่านี่คือ iPhone/iPad มันมีกล้องใช่ไหมครับ แล้วกล้องเนี่ยมันถ่ายภาพด้วยหลักการง่ายๆ คือแสงผ่านรูชัตเตอร์มาตกกระทบกับเซ็นเซอร์CCDของกล้อง แล้วก็ประมวลผลมาเป็นภาพถ่ายที่ปรากฏบนหน้าจอนั่นแหละ แต่เซ็นเซอร์รับภาพของกล้องมันรับข้อมูลเข้ามามากกว่าแสงสว่างในช่วงที่ตาเรามองเห็นไง มันก็มีคลื่นความถี่อื่นๆ ที่ตามองไม่เห็นเข้ามาด้วย กรณีนี้คือสัญญาณที่มีความถี่ในช่วงรังสีอินฟราเรด Apple ก็เลยบอกว่าเนี่ยไหนๆ เซ็นเซอร์มันก็รับข้อมูลเหล่านี้เข้ามาได้ งั้นเราน่าจะใช้ประโยชน์จากช่วงความถี่อินฟราเรดตรงนี้นะ เช่นเราก็สามารถส่งสัญญาณโค้ดลับให้กับมือถือที่หันกล้องมาทางนี้ได้นี่นา – เราร่างเทคโนโลยีนี้แล้วยื่นจดสิทธิบัตรเลยดีกว่า ถ้าผ่านแล้วค่อยว่ากัน

2

 

ใช่ครับย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 Apple ยื่นจดสิทธิบัตรของเทคโนโลยีนี้มาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว (และมันเพิ่งจะผ่านเมื่อ 28 มิถุนายน 2016) และก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจะบังคับอัพเดตไปพร้อมกับ iOS รุ่นไหน? เมื่อไหร่? รวมไปถึงว่าใครจะเป็นคนขายเครื่องส่งสัญญาณอินฟราเรดที่ว่านั่น? แต่คิดว่าคงไม่เกิดขึ้นแบบประกาศแล้วใช้เลย ฮูเร่!! เพราะให้ลองจินตนาการเล่นๆถึงความวุ่นวายหลายๆอย่างอาจจะเกิดขึ้นก็แบบว่าเอ๊ะทำไมมือถือ Andriod ถ่ายได้แต่  iPhone ถ่ายไม่ได้” “เอ๊ะฉันอยากจะถ่ายรูปโจรกำลังกระทำความผิดแต่โจรดันมีเครื่องปล่อยสัญญาณนี้” ไปจนถึง เอ๊ะ selfie กับเพื่อนที่มาบุญครองอยู่ดีๆ iPhone โดนแฮ็กซะงั้น

3

 

ครับ  ด้านความวุ่นวายก็มีแต่ด้านดีก็เยอะในส่วนภาพประกอบสิทธิบัตรนอกจากการห้ามถ่ายคลิปคอนเสิร์ตแล้วก็ยังมีการนำไปประยุกต์ใช้งานในพิพิธภัณฑ์ต่างๆเช่น เมื่อคุณยก iPhone มาส่องภาพวาดที่โมนาลิซ่ามันก็จะขึ้นรายละเอียดต่างๆของภาพเล่าเรื่องราวให้ฟัง อาจจะชักชวนมาให้คะแนนว่ารูปนี้ได้กี่คะแนน พิมพ์ข้อความไว้ให้คนต่อไปอ่านได้ด้วย อะไรแบบนั้นก็เป็นไปได้

4

 

ให้สรุปแบบเนิร์ดๆ อีกรอบเราคิดว่านี่คือเทคโนโลยีที่ดี เป็นนวัตกรรม เป็นอะไรที่ต่อยอดได้เยอะมาก แต่ก็นั่นแหละทุกเทคโนโลยีดีๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ก็มักจะมีคนฉลาด (แกมโกง) บางกลุ่มที่นิยมหาผลประโยชน์จากความไม่รู้ของคนอื่นๆ อยู่เสมอซึ่งเราแบ่งความรับผิดชอบต่อเรื่องแบบนี้ให้ครึ่ง-ครึ่ง ระหว่าง Apple เองก็ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอและ ตัวเราเองก็ควรจะรู้จักกับเทคโนโลยีที่เราใช้อยู่พอประมาณที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของคนนิสัยไม่ดีนะจ๊ะ

Story by: เอม ธิติพันธุ์ อนะวัชพงษ์ (มือกลอง Slur)

Credits:

http://www.patentlyapple.com/patently-apple/2011/06/apple-working-on-a-sophisticated-infrared-system-for-ios-cameras.html
http://www.patentlyapple.com/patently-apple/2016/06/apple-wins-a-patent-for-an-infrared-camera-system-that-originally-caused-some-controversy.html
http://9to5mac.com/2016/06/28/apple-patent-infra-red-block-photos/
http://pdfpiw.uspto.gov/.piw?docid=09380225&PageNum=1&IDKey=CD401750D444&HomeUrl=http://patft.uspto.gov/netacgi/nph-Parser?Sect1=PTO2%2526Sect2=HITOFF%2526p=1%2526u=%25252Fnetahtml%25252FPTO%25252Fsearch-bool.html%2526r=1%2526f=G%2526l=50%2526co1=AND%2526d=PTXT%2526s1=9,380,225%2526OS=9,380,225%2526RS=9,380,225
http://fantasticpixcool.com/concert+audience+evolution
http://smashd.co/wp-content/uploads/2015/03/146981801.jpg