ss-thexx-marcus-32cover

ไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นแฟนเพลง The xx ขั้นไหน เพราะถึงปัจจุบันนี้ที่วงมีอัลบั้มเต็มมาสามชุดและมีชื่อเสียงกว้างขวางระดับโลกแล้ว ยังคิดถึงตอนที่ไปเจอ Crystalised ยอดวิวระดับหลักพันอยู่ ตอนนั้นยอมรับว่าไม่คิดว่า The xx จะเดินทางมาได้ขนาดนี้ แม้เพลงของพวกเขามันช่างถูกจริตและเพราะเสียเหลือเกิน

ความโชคดีคือได้ดู The xx มาตั้งแต่เล่นเป็นวงเปิดให้วงอะไรไม่รู้ เพราะตอนนั้นตั้งใจไปดู The xx อย่างเดียว วงหลักเล่นก็ลุกกลับบ้าน ช่วงนั้นวงยังมีสี่คนอยู่ และยังไม่มีลูกเล่นทางการแสดงมากมายเหมือนทุกวันนี้ แน่ๆ ยังไม่มีเสื้อผ้าจากแบรนด์ระดับแบบ Gucci  หรือ Dior Homme มาประดับร่างกายแบบที่เห็นกันอยู่ ถ้าใครอยู่แถว East London สามารถพบเจอสมาชิกวงได้บนรถเมล์หรือผับบาร์แถวนั้นอีกต่างหาก และครั้งที่สองที่ได้ดู The xx คือเมื่อพวกเขาทัวร์อัลบั้มที่สอง จำได้ว่าทึ่งเหลือเกินกับการก้าวกระโดดทางการแสดงและโปรดักชั่นของโชว์

เมื่อเห็นว่า The xx เปิดการแสดงสดที่สิงคโปร์เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ตอนแรกลังเลงใจว่าจะลงทุนไปดูดีหรือไม่ เพราะก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแฟนขนาดที่ต้องเดินทางไปเลยหรือเปล่า ถึงแม้ว่าจะหลงรักอัลบั้มทั้งสามอัลบั้มของพวกเขาอย่างหัวปักหัวปำ พร้อมยังคาดเดาว่า The xx ต้องมาเมืองไทยในเร็วๆ วันนี้เป็นแน่ มีกระแสมาหลายครั้งแล้ว แต่ในที่สุดมีเหตุผลส่วนตัวที่จัดการจองตั๋วทุกอย่างภายในนาทีสุดท้าย คิดเสียว่าอย่างน้อยได้ไปกินลูกชิ้นปลา และดู Sampha ที่มาเล่นเปิดก็ยังดี

สถานที่จัดงานคือ Singapore Indoor Stadium ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร จุคนได้เป็นหมื่น ในตอนแรกแอบห่วงว่าจะเต็มฮอลล์หรือเปล่า ถึงแม้ทราบว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่คนนิยมออกจากบ้านมาดูคอนเสิร์ต โดยไม่บ่นว่าบัตรแพงหรืออะไรทั้งสิ้น ทำให้มีคอนเสิร์ตให้ดูต่อเนื่องทั้งปีต่างสเกลกันไป บริเวณจัดงานอยู่ติดกับสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ และวันเดียวกันนั้นมีบาเยิร์น มิวนิค มาแข่งกับเชลซี เดินไปทางไหนเจอแต่แฟนบอลและเสียงโห่เชียร์บอลดังลั่น แถมยังมีการกั้นทางวุ่นวายไปหมด จนคิดว่าจะมีคนมาดูคอนเสิร์ตเหรอเนี่ย

ss-thexx-marcus-10
ss-thexx-marcus-4
ss-thexx-marcus-12

คณะเราเดินทางถึงงานค่อนข้างเร็วเพราะอยากดู Sampha แน่นอนว่าคอนเสิร์ตที่สิงคโปร์มักจะตรงเวลาเสมอเนื่องจากคนส่วนมากเดินทางมาโดย MRT อันแสนสะดวกเพราะจอดแทบจะในสนามบอลและสเตเดี้ยมอยู่แล้ว ดังนั้นการเลทเยอะๆ จะทำให้หลายคนตกรถไฟรอบสุดท้ายไปได้ ตอน Sampha เริ่มแสดงคนยังไม่เต็มฮอลล์ แอบคิดว่าคงมีคนเท่านี้แหละ ที่ใหญ่ไปหน่อยหรือเปล่า

Sampha จัดเต็มกับเซ็ตที่เรียงร้อยอารมณ์ได้สวยงาม เรียกว่ายกอัลบั้ม Process ที่อยากฟังทุกเพลงมากล่อมคนดูเคลิ้มตาม ไม่ว่าจะเป็น Blood on Me, (No One Knows Me) Like the Piano, Plastic 100°C หรือ Timmy’s Prayer ยังหันไปบอกเพื่อนร่วมทางว่าเอาจริงๆ แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้วนะ

ในระหว่าง 30 นาทีของการเซ็ตอัพของ The xx เกิดสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจขึ้นมาคือคนเริ่มทยอยมาจนเต็มฮอลล์หลังจากคิดว่าโชว์นี้น่าจะว่างๆ เสียดายแทนคนที่จะไม่ได้ดูอีกหนึ่งวงที่เล่นคอนเสิร์ตได้จริงใจที่สุด และเมื่อเซ็ตอัพของ The xx เริ่มปรากฎโฉม ความตื่นเต้นยิ่งทวีคูณ เพราะแค่ของที่เอามาวางไม่ว่าจะเป็นแท่นไฟหลายชิ้น หรือแท่นคอนโทรล หรือที่ปล่อยยานแม่ของ Jamie Smith อลังการงานสร้าง แต่ยังคุมโทนความนิ่งๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของวงไว้ได้อย่างสวยงาม

เมื่อ Intro กระหึ่มดังลั่นฮอลล์ บรรยากาศเริ่มเปี่ยมไปด้วยพลัง และทางวงเลือกจะกระหน่ำต่อด้วย Crystalised และ Say Something Loving ทันที แต่เอาจริงๆ ทั้งลิสต์ของ The xx เต็มไปด้วยเพลงที่ทุกคนร้องตามได้ และรู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากทางวงผลิตเพลง “ฮิต” ออกมาได้ทั้งสามอัลบั้ม ดังนั้นทัวร์ “I See You” นี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังหรือมีช่วงน่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย มีแต่ว่าเพลงไหนคนดูร้องตามดังเสียจนกลบเสียง Romy Madley Croft  และ Oliver Sim ไปในบางครั้ง แต่ต้องยกเครดิตในการเรียงเพลงให้กับ The xx ที่ให้จังหวะอารมณ์ขึ้นลงอย่างเหมาะเจาะ ช่วงเวลาหม่นก็ดิ่งลงลึกไปกับ Performance และ A Violent Noise และเพลงโปรดของผู้ชมอย่าง VCR  หรือ Islands สร้างรอยยิ้มให้ได้หลายคน โอลิเวอร์มอบเพลง Fiction ให้แก่คนโสดทั้งหลาย พร้อมทั้งประกาศตัวซ้ำๆ ว่ายังโสด เพลงจากอัลบั้มเดี่ยวของเจมี่ Loud Places ได้ถูกนำมาสร้างสีสันกับจังหวะสนุกสนาน

ss-thexx-marcus-20
ss-thexx-marcus-22
ss-thexx-marcus-31
ss-thexx-marcus-43
ss-thexx-marcus-28

เสียงร้องของโรมี่และโอลิเวอร์สะกดจิต และเพราะเหมือนที่เราได้ยินออกจากลำโพงอยู่บ่อยๆ ไลน์กีตาร์ของโรมี่หนักแน่นและกรีดลึก ในขณะที่เจมี่เป็นพ่อมดผลิตบีทผู้นำส่วนผสมทั้งหมดของ The xx มาจัดเสิร์ฟอย่างไม่มีหลุด

The xx ในปัจจุบันนี้ไม่ใช่แก๊งเด็กเพื่อนสนิทที่กล้าๆ กลัวๆ จะเป็นซูเปอร์สตาร์อีกต่อไปแล้ว ความมั่นใจกับความเจนเวทีของพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากทัวร์อัลบั้มที่แล้ว ทัวร์ที่แสงสีและอาร์ตไดเรกชั่นมาเต็มและสวยงามกระทบอารมณ์ด้านดาร์กเป็นอย่างดี ประกอบกับความอึมครึมของวงที่บางทีดูเหมือนสื่อสารกันเองเท่านั้น ซึ่งก็เป็นเสน่ห์ไปอีกแบบของ The xx แต่ในวันนี้ The xx  แทบจะไม่เหลือความโศกอีกต่อไปแล้ว ในวันนี้ ปีนี้ พวกเขาคือศิลปินที่เลือกจะเอนเตอร์เทนและสื่อสารกับคนดู เป็นศิลปินที่สามารถกะเทาะเปลือกตัวเองออก และยอมรับแสงสว่างที่เข้ามาในชีวิตอย่างไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมากมาย ไม่มีความสับสนและงงงวยกับชื่อเสียงที่ถาโถมเข้ามาอีกต่อไป

อย่างที่โรมี่ได้บอกคนดูว่า “We see you, and we love you.” ในค่ำคืนนั้น แน่นอนว่าพวกเราทุกคนเห็น The xx  อย่างชัดเจน และสะท้อนความรักกลับไปด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง

 

Story by Onsiri P.

Photos by Courtesy of Love Da Records