ในช่วงเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องชาติพันธุ์แอฟริกันอเมริกันได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่บียอนเซ่เปิดตัวเพลง Formation ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสถานะของคนผิวสี มิวสิควิดีโอถูกปล่อยออกมาเพียงแค่หนึ่งวันก่อนงานที่ยิ่งใหญ่อย่าง Super Bowl 2016 และแน่นอนว่าการเปิดตัวเพลงที่มีเนื้อหาวิพากษ์สังคมรุนแรงเช่นนี้ ย่อมต้องโดนกระแสโจมตีเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และจากปฏิกิริยาของผู้คนผิวขาวบางส่วนทำให้เราเห็นได้เลยว่า มีคนกำลังหวาดกลัวอำนาจของผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอมีพลังมากพอที่จะขับเคลื่อนและเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวผิวสีได้ โดยเฉพาะเพศหญิง

 

คงจะผิดถนัดหากกล่าวว่า Formation คือการก้าวสู่ความเป็นผู้หญิงอย่างเต็มตัวของบียอนเซ่ เพราะเธอได้ผ่านจุดนั้นมาตั้งนานแล้ว เธอเป็นทั้งแม่ ภรรยา และที่เป็นมานานกว่านั้นคือ การเป็นตัวแม่แห่งวงการเพลง Formation ถือว่าเป็นการก้าวออกมาจากตัวเธอเองและออกมาสู่โลกกว้าง เมื่ออัลบั้มที่แล้ว หลายเพลงบ่งบอกเรื่องราวที่ค่อนข้างเป็นตัวเธอ

ทั้ง Flawless, Partition และ Drunk in Love ต่างพูดถึงเซ็กส์, ความเย้ายวน, ความหลงใหลในตัวตน, ความรักในแบบภรรยาและความเป็นผู้ใหญ่ของเธอทั้งนั้น แต่ Formation คือเพลงจากแม่คนหนึ่งซึ่งมีทุกอย่างในชีวิตแล้วทั้งครอบครัวที่ดี,ชื่อเสียง,เงินทอง และอำนาจ แต่ก็ตระหนักได้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่มีค่าเลยเมื่อเทียบกับโลกที่เธอกำลังจะสร้างส่งต่อให้กับลูกสาวของเธอในอนาคต แล้วมันก็เป็นเพลงที่จะถูกดันไปถึงอันดับหนึ่งได้โดยพลังนักร้องซุปเปอร์สตาร์ค่าตัวระดับหลายร้อยล้านเหรียญคนนี้

Formation นั้นมีทั้งความสากลและพูดถึงรากเหง้าของครอบครัว เธอเริ่มเพลงด้วยการบอกว่าพ่อของเธอมาจากอลาบาม่า แม่เป็นคนหลุยส์เซียน่า ทั้งเชื้อสายคนดำและครีโอทำให้เกิดเป็นเธอ คือเท็กซัสบาม่า เป็นการประกาศถึงความเป็นมาของครอบครัวที่ชัดเจนเสียจนไม่สามารถตีความเป็นอื่นได้เลย

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ แมคเคิลมอร์ แร็ปเปอร์หนุ่มจากซีแอตเทิลชี้ประเด็นว่าคนขาวเอาวัฒนธรรมคนดำมาแทบทุกอย่าง แต่ไม่มีใครสนใจใยดีถึงคุณภาพความเป็นอยู่ของคนผิวสีเลย ความคิดของพวกเขาไม่ใช่เรื่องใหม่ นี่เป็นเรื่องที่นักเรียกร้องสิทธิมนุษย์ต่อสู้กันมายาวนานแล้ว ถ้าพูดอย่างประชดประชัน ก็ต้องบอกว่าเราไม่ต้องใส่ใจความเสื่อมโทรมในชุมชนหรือภาวะว่างงานของผู้หญิงผิวสีก็ได้ สนใจแต่ว่าเราจะหยิบเอาแต่ท่าเต้นอย่าง Twerking ของพวกเขามาใช้บ้างก็พอ

 

บียอนเซ่ได้ถักร้อยรากเหง้าแห่งชาติพันธุ์ของเธอผ่านบทเพลง เกี่ยวกับเชื้อสายแอฟริกันที่เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกแล้วถูกกระทำชำเราโดยวัฒนธรรมชนผิวขาว สำนวนต่างๆ ในเพลงอาจต้องแปลแล้วแปลอีกเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่เมสเสจแก่นแท้ที่เธอกำลังบอกเรานั้นเป็นอะไรที่คนทั้งโลกเข้าใจได้ตรงกันโดยปราศจากกำแพงภาษา

 

ตัวมิวสิควิดีโอซึ่งกำกับโดยผู้กำกับหญิง เต็มไปด้วยภาพทั้งก่อนและหลังยุคเฮอร์ริเคนแคทรีน่าในนิวออร์ลีนส์ ภาพที่ทำให้นึกถึงบรรดาเด็กชายผิวสีซึ่งตกเป็นเหยื่อของการโจมตีที่ไร้เหตุผลจากตำรวจทั้ง เทรย์วอน มาร์ติน,ทามีร์ ไรซ์ และไมค์ บราวน์ ทั้งอาหารที่แทนตัวตนของชาวใต้ในอเมริกาอย่าง Cornbread และ Collard Greens ก็ถูกพูดถึง และที่สำคัญที่สุดคือไม่มีเงาของคนขาวให้เห็นในมิวสิควิดีโอเลย บียอนเซ่ยังพูดในเนื้อเพลงอีกว่าเธอสวมใส่สร้อยคอของสามีเธอเพื่อจะแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นเจ้าของตัวเขา ถ้าเขามอบความสุขทางเพศให้เธอได้ เธอจะพาเขาไปยังร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดัง พาไปผลาญเงินซื้อรองเท้า และพาไปนั่งเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเป็นการสื่อถึงผู้หญิงที่ได้กุมอำนาจ นอกจากนี้เธอยังใช้คำแสลงเกย์และยกสปอตไลท์ให้นักดนตรี Drag Queen ชื่อดังอย่าง Big Freedia ด้วย

 

กลุ่มคนที่ยังมีความคิดเรื่องสีผิวในแนวเข้าข้างคนขาวเช่นรายการ Fox & Friends พวกเขาได้แสดงสิ่งที่ทำให้เห็นถึงความเป็นอนุรักษ์นิยม พิธีกรรายการ บิล คิลมีด พูดถึงการแสดงของบียอนเซ่ในงาน Super Bowl ว่า
“บียอนเซ่ก็ขึ้นร้องเพลงกับเขาเหมือนกันนะครับ” พวกพิธีกรต่างพากันพูดว่าพวกเขาไม่รู้ว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร รูดี้ จิลเลียอานี่ถึงกับกล่าวว่าเอ็มวี Formation คือการแอนตี้ตำรวจดีๆ นี่เอง

 

ยิ่งไปกว่านั้น นักการเมืองปีเตอร์ คิงได้ออกแถลงการณ์ว่าบียอนเซ่เป็นศิลปินที่มีพรสวรรค์แต่ขอตำหนิเรื่องที่เธอออกตัวสนับสนุน Black Panther และแอนตี้ตำรวจ สำหรับคิง เขามองว่าข้อความกราฟฟิตี้ในมิวสิควิดีโอที่เขียนว่า Stop Killing Us นั้นไม่ต่างอะไรไปจาก F*** The Police

 

แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของ Formation คือการที่บียอนเซ่ใช้เพลงๆ นี้และเมสเสจของมันในทางที่ทรงพลังมาก เธอปล่อยมันออกมาให้ผู้ชมทั่วโลกรับชมฟรีๆ ก่อนการแสดงที่งาน Super Bowl ต่อหน้าผู้ชม 112 ล้านคนซึ่งตัวงานเองก็บังเอิญเวียนมาบรรจบวาระครบรอบ 50 ปีของพรรค Black Panther และอยู่หลังวันเกิดของเทรวอน มาร์ติน เด็กชายผิวสีผู้โดนตำรวจฆาตกรรมแบบพอดิบพอดี ในโฆษณาหลังการแสดง เธอประกาศเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต 3 เดือนและการร่วมมือกับองค์กรการกุศล United Way เพื่อยื่นมือช่วยเหลือวิกฤติการณ์ขาดแคลนน้ำที่เมืองฟลินท์ รัฐมิชิแกน

 

สำหรับศิลปินคนหนึ่งที่ไม่ได้เปิดปากพูดกับสื่อมาหลายปี บียอนเซ่กลับมาคราวนี้พร้อมการสื่อสารประเด็นที่หนักแน่นสุดๆ

 

Story and photo by: Billboard
Translated by: Patricia K.