03

 

หลายคนอาจรู้จัก อิงค์ – วรันธร เปานิล ครั้งแรกจากบทบาทการเป็นนางเอกภาพยนตร์อินดี้เรื่อง Snap แค่.. ได้คิดถึง ผลงานการกำกับของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี (นักร้องนำวง สี่เต่าเธอ ซึ่งเป็นที่รู้จักในยุคอัลเทอร์เนทีฟครองวงการ) สองเดือนให้หลังสาวอิงค์ปล่อยซิงเกิ้ลแรกในชีวิตที่มีชื่อว่า เหงา เหงา (INSOMNIA) ออกมาให้ได้ฟังกัน สิ่งที่ทำให้เรามองข้ามหน้าตาน่ารักแบบชิคๆ ของเธอก็คือ ซาวนด์ซินธ์ป๊อปเท่ๆ และน้ำเสียงที่ถ่ายทอดความเหงาออกมาได้อย่างน่าสนใจ ทีแรกเราก็นึกว่าเธอเป็นน้องใหม่ในวงการ แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกันก็ทำให้เรารู้ว่า เธอเข้าสู่แวดวงของเสียงเพลงตั้งแต่วัยกระเตาะ และหลังจากนั้นเป็นต้นมา  โลกของสาวคนนี้ก็ล้วนมีแต่เสียงดนตรีเป็นองค์ประกอบในชีวิตแทบทั้งสิ้น

เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเดินทางเข้าสู่วงการดนตรีให้เราฟังด้วยน้ำเสียงฉะฉานสมกับเป็นสาวสมัยใหม่ โดยต้องย้อนกลับไปตอนที่ อิงค์ ยังเป็นเด็กน้อย เธอจะได้ฟังเพลย์ลิสต์เพลงสากลที่คุณพ่อเปิดให้ฟังบนรถเป็นประจำ ปรากฏว่ามีอยู่วันหนึ่ง เธอร้องได้ตรงคีย์แบบไม่มีเพี้ยนเลย รวมถึงเข้าใจจังหวะของดนตรีทั้งๆ ที่อายุเพิ่งจะ 7 ขวบ หลังจากนั้นคุณพ่อจึงส่งสาวอิงค์ไปเรียนร้องเพลง รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อาทิ คลาสเต้น และบัลเลต์อีกด้วย

จนกระทั่งถึงวันที่อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของหญิงสาวที่ชื่อ อิงค์ วรันธร เลยก็ว่าได้ เมื่อคุณพ่อของเพื่อนสนิทที่เรียนอยู่ชั้น ป.2 ห้องเดียวกันที่ชื่อ โอ๊บ – เพิ่มศักดิ์ พิสิษฐ์สังฆกร ซึ่ง ณ ตอนนั้นเขาประจำการอยู่หลังคีย์บอร์ดของวง Time (เจ้าของเพลงดังอย่าง สวยแล้วหยิ่ง, ขอใจเธอคืน, น้องไก่) มาชวนเธอให้ไปร่วมร้องคอรัสเพลง ก่อนมะลิบาน ในท่อนฮุคที่ร้องว่า “ก็อยากให้ไฟแดงนานกว่านี้หน่อย เผื่อว่าจะได้ขายมาลัยให้หมด…” ที่ทุกคนคุ้นเคย

“จริงๆ ตอนนั้นมีเสียงของคนอื่นด้วย แต่เสียงอิงค์เป็นเสียงหลัก จำได้ว่าร้องหลายรอบมาก เป็นการเข้าห้องอัดครั้งแรกในชีวิต และอิงค์ได้ขึ้นเวที 7 คอนเสิร์ตด้วย ตื่นเต้นมาก” เธอย้อนกลับไปสู่ความรู้สักวัยเยาว์เหมือนเรื่องราวเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวาน

02

 

หลังจากนั้นเธอก็ยังคงอยู่บนถนนสายดนตรีอย่างต่อเนื่อง กับการประกวดร้องเพลงเวทีต่างๆ ชนะบ้างไม่ชนะบ้าง สู่บทบาทศิลปินเต็มตัวครั้งแรกในนาม Chilli White Choc เกิร์ลกรุ๊ปจากค่าย Kamikaze แม้ว่าจะเต็มไปด้วยความสนุกที่ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เธอก็ตัดสินใจก้าวออกมาจากบทบาทนั้น พร้อมประสบการณ์ที่ทำให้สาวอิงค์ได้เรียนรู้โลกแห่งการทำงานในชีวิตจริง

และแล้วกาลเวลาก็นำพา อิงค์ วรันธร มาเจอกับ โอ๊บ เพิ่มศักดิ์ อีกครั้งในค่าย Boxx Music ซึ่งมีหัวเรือใหญ่ที่ชื่อ คชภัค ผลธนโชติ หรือ พล มือกีตาร์วง Clash ซึ่งก็รู้จักกับสาวอิงค์มานานแล้วเช่นกัน และเมื่อ พล เอ่ยปากชวนให้เธอมาทำเพลงด้วยกัน จึงก่อเกิดเป็นซิงเกิ้ลแรกของเธอที่ชื่อ เหงา เหงา ขึ้น

เหงา เหงา เป็นเพลงในสไตล์ซินธ์ป๊อป ซึ่งเป็นแนวดนตรีที่นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาดุริยางคศิลป์ตะวันตก (เธอเรียนวิชาเอก Voice Classic ซึ่งเรียนร้องโอเปร่าโดยตรง) คนนี้ชอบเป็นการส่วนตัว โดยมีวง Electric Youth เป็นวงในดวงใจ ซึ่งซิงเกิ้ลนี้ได้ โอ๊บ – เพิ่มศักดิ์ พิสิษฐ์สังฆกร มารับบทบาทโปรดิวเซอร์ และได้ ยักษ์ – อนันต์ ดาบเพ็ชรธิกรณ์ อดีตมือกลองวง Clash และนักร้องนำวง Troop Tower ในปัจจุบันกับ เอก – สุดเขต จึงเจริญ จากวง Season Five มาร่วมด้วยช่วยกันแต่งเนื้อร้อง ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นเวอร์ชั่นที่เราได้ฟังกันทางยูทูปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

01

 

“อย่างเรื่องพาร์ตดนตรี จริงๆ อิงค์ก็หยิบมาหลายแนว แต่ซินธ์ป๊อปเป็นแนวที่ทุกคนเห็นตรงกันมากที่สุด อาจจะด้วยเสียงลอยๆ ของอิงค์ที่ดูเข้ากับซาวนด์ของซินธ์ป๊อป ส่วนเรื่องคอนเทนต์ของเพลง เปรียบง่ายๆ คือพี่ๆ เขาก็พยายามจะตัดเสื้อผ้าให้มันพอดีกับเรา โดยให้อิงค์นั่งเล่าเรื่องชีวิตที่ผ่านมา เคยรักที่สุดแค่ไหน เคยเศร้าที่สุดแค่ไหน เคยเหงาที่สุดแค่ไหน” เธอเผยเรื่องราวที่มาที่ไปของซิงเกิ้ลแรกในชีวิต

ตลอดการสนทนาเรารู้สึกว่าสาวคนนี้ทั้งร่าเริง คุยเก่ง และมีเสน่ห์ ซึ่งเธอก็ยอมรับว่า ตัวตนของผู้หญิงที่ชื่อ อิงค์ วรันธร ก็เป็นเช่นนั้นนั่นแหละ แต่ในบางมุมเธอกลับรู้สึกว่า ท่ามกลางคนมากมาย บางครั้งเธอกลับรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว หรือบางเวลาที่เธอเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง แล้วต้องหันไปมอง ณ จุดเดิมทุกครั้ง เหมือนเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ นั่นอาจเป็นมุมที่ไม่ค่อยมีใครสัมผัสถึงสักเท่าไหร่ แต่ทีมโปรดิวเซอร์ก็เลือกแง่มุมนี้ของเธอมาถ่ายทอดเป็นบทเพลงในที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ วิธีการตีความเรื่องราวในเพลงของอิงค์ ซึ่งเธอเล่าอย่างออกรสชาติว่า “รอบแรกที่อัดไกด์ บอกตามตรงว่าอิงค์ไม่รู้สึกอะไรเลย แล้วอิงค์ไม่อยากให้เพลงออกไปโดยที่ไม่มีอะไรเลย ก็เลยต้องกลับไปนั่งคิดสตอรี่ทั้งเพลงเลยว่า ฉันเป็นใคร ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เกิดอะไรขึ้น ทำไมสองคนนี้ถึงห่างกัน สถานที่ที่เราเคยไปคือที่ไหน คืออิงค์กลับไปคิดให้มันลึกขึ้น เวลาร้อง ภาพในหัวต้องลอยมา มันถึงจะสื่อออกมาได้” ซึ่งเธอเผยว่าได้วิธีการนี้มาจากการแสดงหนังเรื่อง Snap แค่.. ได้คิดถึง นั่นเอง

04

 

ในเมื่อ “ครั้งแรก” ของทั้งเรื่องการแสดงและการร้องเพลงของสาวอิงค์ประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อย บิลบอร์ด ไทยแลนด์ จึงอยากรู้ถึงมุมมองที่เกี่ยวกับศิลปะทั้งสองแขนงนี้จากเธอ “จริงๆ อิงค์ว่าอิงค์เป็นนักเรียนศิลปะนะ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงหนังหรือการร้องเพลง มันคือศิลปะเหมือนกัน แค่เป็นคนละศาสตร์ในการสร้าง ตอนหนังเรื่อง Snap แค่.. ได้คิดถึง ทีมงานทุกคนตั้งใจทำงานจริงๆ โดยไม่ได้หวังว่าจะต้องได้ร้อยล้านพันล้าน พออิงค์มาทำซิงเกิ้ล ก็รู้สึกว่าทุกคนในค่ายทำเพราะอยากทำจริงๆ ทำเพราะมีแพสชั่นที่จะทำ มันเป็นจุดที่เหมือนกันที่คนทำงานศิลปะทำเพื่อให้ผลงานออกมาดี ผลตอบรับเป็นอย่างไรไม่สำคัญ สำคัญแค่ว่า เราได้ทำในสิ่งที่เราชอบหรือเปล่า ทำมันเต็มที่แล้วหรือเปล่า และมีความสุขกับมันหรือเปล่า… แค่นั้น”

เธอเผยว่า จะได้ฟังซิงเกิ้ลต่อไปประมาณเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ และยังคงอยู่ในแนวทางของซาวนด์แบบซินธ์ป๊อปเช่นเดียวกับซิงเกิ้ลแรก แถมยังมีเซอร์ไพรส์จากศิลปินที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีมาร่วมฟีทเจอริ่งด้วย แต่ในส่วนของอัลบั้มเต็ม สาวอิงค์กลับมีแนวความคิดอันน่าสนใจที่อาจแตกต่างจากศิลปินคนอื่นๆ “ถ้ามีก็มี ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร อิงค์เป็นคนจริงจัง แต่ไม่ชอบคาดหวัง แค่สนุกกับสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน นั่งสัมภาษณ์นิตยสาร ไปเล่นสด คือได้ทำในสิ่งที่เราชอบ ทำเพราะแพสชั่นล้วนๆ อีก 10 ปีไม่รู้อนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ที่รู้คือจะยังสนุกกับการร้องเพลง และคิดว่าชีวิตนี้คงไม่มีทางเลิกชอบการร้องเพลงแน่ๆ” เธอกล่าวปิดท้ายพร้อมแววตาและน้ำเสียงที่มุ่งมั่นไม่ต่างจากประโยคแรกที่ให้สัมภาษณ์เลยแม้แต่น้อย

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Pisut S. & Boxx Music