Bob Dylan performs at Bayfront Festival Park in Duluth, Minn. Tuesday July 9, 2013 during a stop on the Americanarama Festival of Music. (AP Photo/Duluth News, Clint Austin)

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วมีเหตุการณ์ที่ทำให้คนทั่วโลกเกิดอาการงงงวยเกี่ยวกับการรับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี 2016 ของ บ็อบ ดีแลน ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาไม่ปรากฏตัวบนเวทีในวันงาน, ชื่อรางวัลโนเบลหายไปจากเว็บไซต์ของเขาอย่างไร้ร่องรอย รวมถึงการที่ The Swedish Academy คณะกรรมการตัดสินในสาขาวรรณกรรมของแต่ละปีไม่สามารถติดต่อ บ็อบ ให้มารับรางวัลได้ แต่ท้ายที่สุดเขาก็เอ่ยปากยอมรับรางวัลดังกล่าว ทว่าก็ยังไม่มีการคอนเฟิร์มการจัดพิธีมอบรางวัลว่าจะเป็นวันที่เท่าไหร่ แต่ล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมแห่งปี 2016 ก็ถือมืออีกหนึ่งตำนานของวงการดนตรีโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยการรับรางวัลโนเบลของ บ็อบ ดีแลน อย่างเป็นทางการถูกจัดเป็นงานเล็กๆ และบรรยากาศที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ณ ประเทศสวีเดน ซึ่งเขาก็รับมอบประกาศนียบัตรและเหรียญรางวัลในฐานะที่เขาสร้างกวีอันงดงามผ่านบทเพลงมาโดยตลอด หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตโดยนำเพลงสุดฮิตที่แฟนเพลงรู้จักกันเป็นอย่างดี รวมถึงเพลงจากอัลบั้มใหม่ๆ มาเล่น ทว่าเขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรเลยแม้แต่น้อยถึงรางวัลโนเบลที่เขาได้รับ

“งานดำเนินไปอย่างราบรื่น และ ดีแลน ดูจะเป็นคนที่มีจิตใจที่ดีมากๆ” คลาส ออสเทอร์เกรน สมาชิกของ The Swedish Academy ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานกล่าว ในขณะที่ ชมูเอล เบอร์เกอร์ นักฟิสิกส์วัย 61 ปีผู้ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ บ็อบ ก็กล่าวด้วยถ้อยคำตรงไปตรงมาว่า “พวกคุณคงได้ยินคำกล่าวของเขาตอนรับรางวัลกันไปแล้ว บ็อบ ไม่ได้ต้องรางวัลโนเบลนั่นเลย หลายคนคงลืมไปแล้วว่าเขาบอกเช่นนั้น มันไ่ม่ใช่การแข่งขันอะไรทั้งสิ้น และเขาก็ไม่ได้เรียกร้องมัน เขาโดนยัดรางวัลนั้นให้ต่างหาก แล้วผู้มอบรางวัลนี้ก็ไม่สมควรที่จะคาดหวังอะไรตอบแทนจากเขาด้วย”

บ็อบ ดีแลน คือสุดยอดนักดนตรีโฟล์คชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งเป็นคีตกวีในการเขียนเนื้อเพลง มีสตูดิโออัลบั้มจำนวน 38 อัลบั้ม เคยได้รับรางวัลแกรมมี่จำนวน 13 รางวัล มีเพลงฮิตอย่าง Mr.Tambourine Man, Blowin in the wind, Knockin On Heavens Door ฯลฯ ด้วยดนตรีโฟล์คง่ายๆ บวกกับเนื้อเพลงที่เขาเขียนขึ้นมาอย่างชาญฉลาด ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับ และกลายเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจอยู่จวบจนทุกวันนี้

 

Story and photo by: Billboard
Translated by: Tanachot K.