dyro04

 

นับเป็นหนที่ 3 แล้วที่ดีเจและโปรดิวเซอร์หนุ่มวัย 23 ปีจากเนเธอร์แลนด์นามว่า “Dyro” หรือ จอร์ดี้ ฟาน เอกมอนด์ เดินทางมาเยือนเมืองไทย โดยสองครั้งแรกเขาได้สร้างความมันทะลุปรอทให้เหล่าสาวก EDM สาย Trap และ Drum n Bass ชาวไทยได้เห็นกับตาในงาน Together Festival 2015 และ Output Festival แต่การกลับมาคราวนี้ไม่ธรรมดา เพราะ Dyro มาร่วมสร้างสีสันและความมันท่ามกลางเทศกาลสงกรานต์ที่ร้าน Bone Pattaya เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว และ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ก็ไม่พลาดที่จะคว้าตัวดีเจมาแรงแห่งยุคซึ่งเคยร่วมงานกับเหล่าดีเจตัวพ่ออย่าง Tiesto, Dannic, Bassjackers มาแล้ว รวมถึง Hardwell ที่ขอการันตีว่า อีกไม่นาน Dyro จะ “มาแน่ๆ” มาสนทนากันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ… ที่นี่ที่เดียว

 

BBT : ก่อนอื่นเราต้องขอกล่าวคำว่า “สุขสันต์วันเกิด” ครบรอบอายุ 23 ปีของคุณที่เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆ ร้อนๆ
Dyro : โอ้ว… ขอบคุณมากๆ เลยครับ เซอร์ไพรส์ผมตั้งแต่ประโยคแรกที่คุยกันเลย (หัวเราะ)

BBT : โชว์ครั้งที่ 3 ในเมืองไทย คุณเลือกกลับมาเล่นท่ามกลางบรรยากาศของเทศกาลสงกรานต์ รู้จักเทศกาลนี้มาก่อนไหม?
Dyro : ด้วยความสัตย์จริงผมไม่รู้จักเทศกาลนี้นะ แต่เคยได้ยินมาว่า ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลไหนของเมืองไทยก็สนุกทั้งนั้น

BBT : คุณเริ่มต้นการเป็นดีเจและปล่อยซิงเกิ้ลตั้งแต่อายุแค่ 17-18 ตอนนั้นรู้สึกกดดันหรือเปล่า?
Dyro : มันมีความกดดันเสมอแหละครับ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แล้วมันก็เป็นระยะเวลา 5 ปีแล้วที่ผมอยู่ในวงการนี้ เริ่มชินกับความกดดันเหล่านั้นแล้วล่ะ

dyro03

 

BBT : การที่ดีเจเบอร์ต้นๆ ของโลกอย่าง Hardwell ชักชวนคุณให้มาเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในค่าย Revealed Recordings ของเขาเมื่อ 4 ปีที่แล้วมันยิ่งใหญ่แค่ไหนสำหรับคุณ?
Dyro : มันเยี่ยมมาก ผมเชื่อในคำพูดของ Hardwell นะ การยืนหยัดและมุ่งมั่นกับเรื่องคุณภาพของซาวนด์และดนตรีในแบบฉบับของคุณคือสิ่งสำคัญ

BBT : แต่หลังจากนั้นคุณก็ตัดสินใจออกมาก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเองภายใต้ชื่อ WOLV Records?
Dyro :
คือในช่วงต้นปี 2014 ผมรู้สึกว่าดนตรีที่ผมทำไม่ได้สร้างความสุขให้ผมอีกต่อไป ผมจึงตัดสินใจก้าวกระโดดครั้งใหญ่ นั่นก็คือการออกจากค่ายเพลงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดค่ายหนึ่ง และเริ่มทำค่ายของตัวเอง จนมาถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังโอเคกับการตัดสินใจครั้งนั้น เพราะท้ายที่สุดมันก็แค่เรื่องของการมีความสุขกับสิ่งที่คุณกำลังทำ

BBT : เพิ่งปล่อยอีพีที่ชื่อ Set Me Free ออกมาไม่นาน เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจในการทำอีพีชุดนี้ให้เราฟังสักหน่อย
Dyro : มันเต็มไปด้วยความหลากหลายนะ ผมรู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วล่ะที่จะแสดงให้คนอื่นได้เห็นว่า ผมไม่ได้มีชื่อเสียงจากซาวนด์แบบเดียว และผมมีศักยภาพที่จะทำอะไรได้บ้าง ก็เลยกลายเป็นที่มาของชื่ออีพีอัลบั้ม Set Me Free สนุกมากครับที่ได้ทำงานร่วมกับศิลปินในแนวทางที่แตกต่างออกไปอย่างเช่นแรปเพอร์หรือศิลปินเร็กเก้

dyro05

 

BBT : อยู่ในวงการมาราวๆ 6 ปี ทำไมคุณถึงไม่มีอัลบั้มเต็มเสียทีล่ะ?
Dyro : ความคิดเห็นส่วนตัว… ผมว่าการทำอัลบั้มเต็มมันอาจจะดูเชยไปสักหน่อย ผมสามารถไล่เรียงรายชื่อศิลปินที่ร่วงไม่เป็นท่า หรือไม่ก็เสียเวลาสุดๆ ในการทำอัลบั้มเต็มให้คุณฟังได้เพียบ แต่ผมไม่บอกหรอก (หัวเราะ) ผมแค่ไม่ต้องการทำให้อาชีพของผมเข้าสู่ภาวะเสี่ยง โดยเฉพาะในยุคนี้ที่วงการเพลงช่างแปรเปลี่ยนได้รวดเร็วเสียเหลือเกิน

BBT : การที่คุณรั้งอันดับ 27 ของลิสต์ดีเจระดับท็อปจากการจัดอันดับของนิตยสาร DJ Mag มา 2 ปีซ้อน (2014 และ 2015) มันทวีความกดดันหรือความกังวลสำหรับโปรเจคต์ต่อไปของคุณบ้างไหม?
Dyro : ถ้าจะให้ตอบสั้นๆ ก็คือใช่ คือมันมีหลากหลายความคิดเห็นเกี่ยวกับโพลล์ของ DJ Mag นะ ถ้าจะให้ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีก่อนที่ดนตรี EDM เริ่มได้รับความนิยม ในช่วง 2-3 ปีแรก ผู้จัดอเมริกันทุกรายเลือกดีเจที่จะมาเล่นในเฟสติวัลของพวกเขาจากการจัดอันดับของ DJ Mag เพราะว่ามันเต็มไปด้วยความแปลกแตกต่าง พวกเขารู้เสมอว่าดีเจคนไหนสมควรได้รับการบุ๊คกิ้งสำหรับตลาดของเขา และนั่นเป็นแนวทางที่ตลาดเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ในทวีปเอเชียที่กำลังเริ่มต้นทำในแบบเดียวกัน ท้ายที่สุด โพลล์ของ DJ Mag ก็จะกลายเป็นเครื่องมืออันทรงอิทธิพลสำหรับดีเจในการมาโชว์ที่เอเชีย

BBT : คิดว่าอะไรที่ทำให้คุณแตกต่างจากดีเจและโปรดิวเซอร์คนอื่นๆ?
Dyro : เรื่องของซาวนด์แน่นอน ผมสามารถพูดอย่างภาคภูมิใจได้ว่า ผมสร้างสรรค์ซาวนด์ด้วยตัวของผมเองเพียงคนเดียว ซึ่งมันเวิร์กมาก

dyro02

BBT : หลังจากนี้อยากทำงานร่วมกับศิลปินคนไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า?
Dyro : ผมอยากทำงานกับบรรดาแรปเพอร์มากกว่านี้ น่าจะเป็นเช่นนั้น ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน มันเป็นบางสิ่งบางอย่างที่สามารถดึงดูดความสนใจของผมไปทั้งหมดได้ ณ ขณะนั้น

BBT : หลายคนมองว่านี่เป็นยุคของดนตรี EDM อย่างแท้จริง คุณมีความเห็นว่าอย่างไร?
Dyro : ผมมองว่าดนตรี EDM จะยังคงก้าวต่อไปเรื่อยๆ นะ อย่างในเนเธอร์แลนด์บ้านเกิดของผม ดนตรีแดนซ์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม เด็กๆ เติบโตขึ้นมาพร้อมกับสภาพแวดล้อมของดนตรีเต้นรำ แม้ว่าทุกๆ 2 ปีจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างอยู่บ้าง แต่มันไม่เคยหายไป

BBT : เป้าหมายในชีวิตคุณคืออะไร?
Dyro : ก็แค่ใช้เวลาในการทำให้เพื่อนๆ และครอบครัวของผมมีความสุขในอนาคต แค่นั้นเองครับ

 

Story by: Chanon B.
Photos by: OUTPUT FESTIVAL