KYUHYUN 5

เป็นพรีเซนเตอร์มาชิตะมา 5 ปี แถมยังเป็นเคไอดอลคนแรกที่มีเพลงภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ความใกล้ชิด สนิทสนม ผูกพันกับเอลฟ์ไทยของ คยูฮยอน หรือคยูหรือตากี้หรือคิยูว์หรือคุณคนเล็ก ซึ่งทั้งหมดนี้คือชื่อที่เอลฟ์ไทยเรียกนาง… มากมายไปไหนได้อีก จึงไม่ต้องนำมาพูดให้เปลืองพื้นที่ และก็ด้วยความเอ็นดูเป็นการส่วนตัว (แนะนำให้อ่านรีวิวอัลบั้ม One Voice เพื่อความต่อเนื่อง) ทำให้เราแลนดิ้งที่สุวรรณภูมิเมื่อเวลา 15:30 น. ของวันคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทยและครั้งอำลาก่อนไปเข้ากรมชื่ออย่างยาวว่า KYUHYUN SOLO CONCERT –Reminiscence of a novelist- in BANGKOK แล้วก็ตรงแน่วไปธันเดอร์โดมทันทีอย่างมิได้แคร์ว่าคอนเสิร์ตเริ่มเวลา 16:00 น. อันนี้ก็ต้องขอบคุณพี่คนขับแท็กซี่ที่ “เหยียบมิด” สมดังคำขอของผู้โดยสาร และขออภัยพี่การ์ดหน้าประตูด้วย ที่รื้อเป้แล้วเจอสิ่งของไม่พึงประสงค์จากการไปนอนมะนิลามา 3 คืน

8 เพลงแรกเป็นอย่างไร กราบขออภัยท่านผู้อ่านที่มาไม่ทัน ไม่สามารถเอามาเล่าสู่กันฟังได้ แต่ได้ยินว่ามีลูกเล่นเก๋ไก๋ทั้งการดูเอ็ทกับตัวเองแบบโฮโลแกรมในเพลง Two Men รวมถึงการพูดคุยสื่อสารด้วยภาษาไทยน่ารักๆ ตัดฉับกลับมาที่ช่วงที่เรามาทันพอดี คือช่วงละครเวที ตากี้แปลงร่างเป็นซอมบี้ที่เกรียนและน่ารักที่สุดในโลก เดินกระตุกง่อกแง่กถือปืนไล่ยิงคนดูไปด้วย ดูไปขำไปสมกับฉายาเกรียนคยูของนาง มีความเกรียนแบบมุ้งมิ้งเป็นเอกลักษณ์แม้อายุกำลังจะ 30 อยู่รอมร่อ (ชมนะ!)

KYUHYUN with K.STAMP 1

จากนั้นเข้าสู่ช่วงไฮไลท์ของคอนเสิร์ตในประเทศไทยที่มีให้ดูให้ฟังแค่ในบ้านเราเท่านั้นชัวร์ๆ เพราะมันคือช่วงร้องเพลงไทย พูดกันตามตรง ก่อนหน้านี้มีความรู้สึกติดค้างในใจเบาๆ ว่าทำไมคยูไม่เคยร้องเพลงไทยแบบเต็มเพลงเลย ทั้งที่มาไทยบ่อยที่สุดในวง แต่วันนี้หายติดหายค้างเพราะคุณคนเล็กจัดเต็มไปเลย 2 เพลง เล่าสู่กันฟัง และ ทุกอย่าง ที่ร้องเพราะและชัดมากอย่างไม่น่าเชื่อ คือนางเป็นคนที่ร้องเพลงเพราะ เป็นสายโวคอล ปกติสายโวคอลมักจะหูดี ร้องเพลงต่างภาษาชัด แต่คิยูว์เป็นข้อยกเว้น พูดไทยเยอะก็จริง แต่เพี้ยนทุกคำ ร้องเพลงไทยทีละสองสามท่อนก็เพี้ยนทุกท่อน นี่ไม่ได้ว่า กำลังจะบอกว่ามันเป็นความน่าเอ็นดูของนาง แต่วันนี้ร้องชัดและเพราะมากจริงๆ

แล้วต่อด้วย Blah Blah เวอร์ชั่นภาษาไทย พร้อมสเปเชียลเกสต์ แสตมป์-อภิวัชร์ ที่นอกจากประชันเสียงกันบนเวที หนูกี้ยังแสดงความน่าเอ็นดูด้วยการไหว้พร้อม “ขอบคุณค้าบ” ไม่รู้กี่รอบ แล้วก็สำแดงความเกรียนด้วยการส่งพี่แสตมป์ลงเวทีพร้อม “รักนะเด็กโง่” ให้ฮาแตกขำกลิ้งกันทั้งธันเดอร์โดม เพราะมันคือประโยคหากินของนาง ไม่รู้จะพูดอะไรก็ “รักนะเด็กโง่” มาตั้งแต่สมัยเป็นพรีเซนเตอร์ 12Plus จนถึงปัจจุบันและคาดว่าจะใช้ต่อไป

เพลงไทยยังไม่หมดนะ เพราะมี หัวใจผูกกัน อีกเพลง ซึ่งก็เพราะและชัดมากอีกเช่นกัน เรียกว่าจัดเต็มกันไป 4 เพลงไทย ให้ได้ปลาบปลื้มในความสเปเชียลของไทยแลนด์ดินแดนเมียหลวงของ SJ

และแม้จะร้องเพลงได้นุ่มละมุนละเมียดสมกับความเป็น ‘เจ้าชายบัลลาด’ แต่คิยูว์ของพวกเราทำได้ทุกสิ่ง ถ้ายังจำได้ นางเคยประกาศด้วยความมั่นใจว่าเป็นเมนแดนซ์ของ SJ วันนี้ก็มีความสามารถอีกอย่างมาโชว์ นั่นคือการร้องแร็ป แปลงร่างเป็นแร็พเปอร์โชว์ลีลาการแร็ปอย่างจริงจังพร้อมแดนเซอร์ในเพลง Forever จบแล้วมีอาการหอบแฮ่กบวกหายใจไม่ทัน (จริงๆ แฮ่กมาตั้งแต่เพลงยังไม่จบ) ดูไปก็ขำไป เพราะคิดว่ามันคือส่วนหนึ่งในการเอนเตอร์เทนของนาง ถ้าใครเป็นเอลฟ์ก็จะรู้ว่า SJ ไม่ได้มีจุดขายที่ความเนี้ยบ เป๊ะ เพอร์ฟอร์มเทพใดๆ แต่ขายที่ความขำ ความกันเอง ความธรรมชาติ เหนื่อยก็บอกว่าเหนื่อย เต้นไม่ไหวก็ไม่เต้น ไม่มีการคีพลุคสร้างภาพ นี่แหละที่เป็นเสน่ห์และความน่ารักของพวกเขา การมาดูราชวงศ์ลิงเราจะได้กลับบ้านพร้อมความขำขันบันเทิงสนุกสนานยิ้มกว้างหัวเราะน้ำตาไหล

จบช่วงแร็ป เข้าสู่การคัฟเวอร์เพลง Cheer Up ของเกิร์ลกรุ๊ปมาแรงอย่าง Twice ร้องสดกับวงดนตรีสดและการเต้นมุ้งมิ้งน่ารักของคยูที่ต้องอุทานว่า “น่าร้ากกกกก” แล้วจบด้วยหนึ่งในเพลงที่เราชอบมากๆ อย่าง A Million Pieces ที่ตากี้บอกว่าเพลงสุดท้ายแล้วนะครับ ต้องจากกันแล้วนะครับ

แต่ใครๆ ก็รู้ว่ามันยังจบไม่ได้ ช่วงที่เวทีมืดเลยมีเสียงเรียก “คายู” ประปราย แล้วนางก็กลับออกมาในช่วงอังกอร์กับเพลงน่ารักๆ Flying, Deep In The Night และเมดเลย์เพลง Magic กับ Devil ของ Super Junior เวอร์ชั่นอะเรนจ์ใหม่ให้เข้ากับวงดนตรีสด พักคุยกันเป็นช่วงสุดท้ายกับการบอกว่า “เมื่อกี้ไม่มีใครเรียกผมเลยใช่ไหมครับ” เอลฟ์ยังไม่ทันจะปลอบอะไร นางก็บอกว่า “ไม่เรียกผมก็กลับมาเอง อยากกลับมาอ่ะ” เออ เอาสิ! ขำกันสักพัก ก็เริ่มขำไม่ออกเมื่อคยูพยายามพูดภาษาไทยว่า “เอลฟ์ไทยมี… มีคายู….” หยุดคิดแล้วคงคิดภาษาไทยไม่ออก เลยพูดเป็นเกาหลีว่าเอลฟ์ไทยมีวิธีเรียกชื่อนางอย่างเป็นเอกลักษณ์ว่า “คายู” (ซึ่งคุณคนเล็กชอบมาก เคยพูดเรื่องนี้และล้อเลียนเสียงเรียกชื่อตัวเองได้อย่างน่าเอ็นดูมาหลายงาน) สองปีนับจากนี้คงคิดถึงการเรียกแบบนี้มาก ฉะนั้นวันนี้ช่วยเรียก “คายู” ให้เต็มที่ได้ไหมแล้วก็ป้องหูตั้งใจฟัง งานน้ำตาก็มาสิทีนี้

เพลงสุดท้ายก่อนต้องลากันจริงๆ คือเพลงเพราะที่สุดในสามโลกอย่าง At Gwanghwamun ที่เราอยากฟังสดๆ ในระดับถ้าไม่ได้ฟังจะไม่ยอมตาย แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะมาก นุ่มละมุน ใสวิ้งเหมือนฟังจากซีดี เพิ่มเติมคืออารมณ์หม่นๆ เศร้าๆ บวกโปรเจกต์จากเอลฟ์กับการชูป้าย “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อพวกเรา” “คยู คือความภาคภูมิใจของพวกเราเสมอ ไม่ว่าจะอะไรก็ทำได้ดี” และ “ไม่ต้องกังวลนะ..  2 ปี ก็แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ พวกเราจะรออยู่ตรงนี้” ทำเอาคนเกรียนที่ทำตลกทำขำมาทั้งคอนซึ้งจนต้องหยุดร้องเพลง เพื่อบอกความในใจก่อนเข้ากรม 2 ปีเป็นภาษาไทยยาวเฟื้อย “วันนี้ผมมีความสุขมากครับ กลับไปอย่าลืมทานข้าว ตั้งใจทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เวลาก็จะผ่านไป แล้วเราก็จะได้เจอกันอีก รอผมได้ใช่ไหม รักนะเด็กโง่” แบบน้ำตาซึมกันไปทั้งคนพูดและคนฟัง

KYUHYUN 6
KYUHYUN 2
KYUHYUN 3
KYUHYUN 4

บอกเลยว่าการดูคอนเสิร์ตเดี่ยวของตากี้วันนี้ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไบโพลาร์ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวเศร้า เดี๋ยวน้ำตาซึม แล้วก็กลับมาหัวเราะอีก หนักกว่านั้นคือยิ้มไปด้วยน้ำตาซึมไปด้วย ซึ่งเชื่อว่าเอลฟ์ทุกคนเป็นเหมือนกันหมด มันไม่ได้เกิดจากความพยายามบิลด์หรือบังคับ แต่เกิดขึ้นเองแบบห้ามก็ไม่ได้เพราะความผูกพัน 11 ปีที่รู้จักกันมา มีช่วงเวลาทั้งสุขสนุกเศร้าลำบากด้วยกันมา มันทำให้เกิดสายใยที่พอคิดว่าจะไม่ได้เจอกัน 2 ปีแล้วก็อดรู้สึกเหมือนมีอะไรมาตันๆ ในคอไม่ได้

หลังคอนเสิร์ต คยูยังออกมาอำลาแฟนๆ ด้วยการเดินโบกมือให้ได้เห็นกันใกล้ๆ และเมื่อเช้าก่อนกลับเกาหลี ขอให้ดูการโบกมืออำลาเอลฟ์ของนาง น่าจะเป็นการโบกมือหน้าเกทวีไอพีที่นานที่สุดเท่าที่เคไอดอลเคยทำมาคือเกือบ 2 นาที พร้อมความงอแงงุ้งงิ้งไม่อยากกลับ มีทั้งเกาะประตูกระจก ชะโงกหน้า กลับออกมาโบกใหม่ … นี่แหละ ถึงได้บอกว่าพูดว่ารักร้อยครั้งก็ยังไม่จับใจเท่าการกระทำครั้งเดียว

สองปีแป๊บเดียวเนอะ เดี๋ยวตากี้ก็กลับมาเกรียนให้เราได้เอ็นดูกันต่อ….

Story by: Srivigar S.

Photos by: SM True