music_poster_font

 

เวลาได้เห็นโปสเตอร์เทศกาลดนตรี หลายคนคงตื่นเต้นกับสีสันของอาร์ตเวิร์คและรายชื่อศิลปินที่ปรากฎอยู่บนนั้น แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังก่อนที่โปสเตอร์สักแผ่นจะออกมาได้ ทั้งคณะผู้จัดต้องฝ่าด่านมรสุมดราม่ากันแค่ไหน วันนี้เรามีประสบการณ์มาแชร์จากปากคำบอกเล่าของเหล่าผู้จัดงาน แล้วจะรู้ว่าการจะผลิตโปสเตอร์งานสักชิ้นหนึ่งนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด

วงจรอุบาทว์ในการจัดไลน์อัพ

คนแรกคือเจ้าของเอเจนซี่ใหญ่ ทอม วินดิชผู้เคยอุ้มชูงานคอนเสิร์ตมามากมาย “เวลาทำโปสเตอร์งาน การจัดเรียงไลน์อัพว่าใครมาก่อนหลังคือขั้นตอนที่ยุ่งยากที่สุด สมมติว่าคอนเสิร์ตนึงมีโชว์ 50 ชุด แล้วมีวงดังระดับตำนานหลายวงอยู่ในนั้นด้วย ต้องประชุมกันให้ดีก่อนไม่งั้นงานเข้าแน่นอน เพราะไม่มีใครอยากเห็นชื่อตัวเองอยู่รั้งท้าย”

และคำว่า “งานเข้า” ณ ที่นี้ก็จะมาอีหรอบเดิมทุกครั้ง ซึ่งจอร์แดน โวโลวิทซ์ ผู้จัดงาน Governors Ball NYC Music Festival เล่าให้ฟังว่า “ปัญหาจะมาเป็นวงจรเดิมตลอด พอเราทำโปสเตอร์ออกมาเสร็จปุ๊บ ศิลปินตรวจทานปั๊บ ก็จะเริ่มมีศิลปินโวยมาทางผู้จัดการวง ผู้จัดการก็จะโวยต่อไปที่เอเจนซี่ ลามไปถึงโปรโมเตอร์ แก้ไขวนกันอยู่อย่างนี้จนกว่าจะพอใจทุกฝ่าย”

ถึงจะถกเถียงกันแค่ไหน จอร์แดนสรุปให้เราฟังว่าท้ายที่สุดแล้วอำนาจการตัดสินใจก็อยู่ที่โปรโมเตอร์อยู่ดี ก็เขาเป็นคนจ่ายเงินนี่นา “งาน GovBall ปีก่อนๆ ก็มีอยู่กรณีหนึ่ง ศิลปินไม่พอใจตำแหน่งของตัวเองบนไลน์อัพ ผมก็บอกเขาไปตรงๆ ว่าสุดท้ายแล้วต้องไฟนอลที่เรา โชคดีที่เราเจรจากันได้ เราก็ขยับชื่อวงเขาขึ้นไปสามบรรทัดจากเดิม ตั้งแต่นั้นมาผมก็เข็ดเลยครับ ต้องชี้แจงทุกครั้งว่าต่อไปนี้ การโปรยชื่อวงบนโปสเตอร์ ขอให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของโปรโมเตอร์เท่านั้น เอาให้เคลียร์ครับ”

โปสเตอร์ชี้ชะตาอนาคต

โปสเตอร์งานทุกวันนี้จะประดับชื่อศิลปินที่เป็นเฮดไลเนอร์ไว้แถวบนๆ พร้อมขนาดตัวอักษรใหญ่บึ้ม และตัวอักษรพวกนี้แหละที่เป็นตัวทำเงิน บัตรจะขายได้มากน้อยขึ้นอยู่กับเฮดไลเนอร์ของงานเป็นหลัก ถ้าเลือกเฮดไลเนอร์ดี ตอบโจทย์คนดู ยอดขายบัตรก็ถล่มทลาย ถ้าเป็นเทศกาลที่มีแนวดนตรีเฉพาะทางก็ง่ายหน่อย แต่ลองคิดดูว่าถ้าเป็นมหกรรมที่รวบรวมดนตรีหลายแนวจะวุ่นขนาดไหน จะโปรโมตร็อค ฮิปฮอป หรืออะไรดี คนจะแห่มาดูโชว์ไหนมากกว่ากัน ล้วนเป็นประเด็นสร้างความปวดเฮดให้แก่เหล่าผู้จัดทุกครั้งไป

หลังงานคอนเสิร์ตก็ใช่ว่าปัญหาเรื่องไลน์อัพจะจบลง การเคาะโปสเตอร์ออกมาแต่ละครั้งถือเป็นการชี้ชะตาของศิลปินสำหรับเทศกาลดนตรีอื่นๆ ในอนาคตด้วย จอร์แดนเล่าว่าหลังจากจบงาน GovBall ก็มีบางเอเจนซี่เอาไลน์อัพนี้ไปเป็นตัวกำหนดงานอื่น โดยอ้างว่าของ GovBall เรียงแบบนี้ คนอื่นจึงยึดเป็นแบบอย่างเพื่อเลี่ยงปัญหากับศิลปิน

 

 

75548_10153721926006648_6015410427533595857_n

ผู้จัดหัวใสขอเรียง A – Z

เราเชื่อว่าทุกปัญหาคือบทเรียน ซึ่งผู้จัดงานหัวใสอย่างปาสกาล โรเตลล่า ผู้จัด Insomniac/Daisy Carnival เขาก็ได้บทเรียนนี้ สุดท้ายเขาก็คิดวิธีที่ยุติธรรมสุดยอด นั่นก็คือเรียงตามพยัญชนะ A – Z ไปซะเลย ซึ่งภายหลังเอเจนซี่อื่นๆ ก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน “วิธีนี้แฟร์ก็จริง แต่ก็ยังมีศิลปินไม่พอใจอยู่ดี แต่เราเรียนตามตรงว่าถ้าคุณไม่โอเคกับวิธีของเราก็ไม่ต้องมาเล่นก็ได้ ไม่เป็นไร แต่ศิลปินส่วนมากเขาชอบวิธีเรียงพยัญชนะแบบนี้นะ เพราะมันง่ายดี ไม่มีดราม่าด้วย ไม่เปลืองเวลามานั่งคิดเรื่องว่าตัวเองต้องอยู่ตรงไหน ให้เราจัดการไปเลยก็สิ้นเรื่อง หรือไม่ก็ใช้อีกวิธีคือเขียนเป็นตารางเวลาว่าใครขึ้นเวทีกี่โมง แต่ก็นั่นแหละ บางทีก็เถียงกันอีกว่าเวลาของใครดีกว่าใคร”

จะอย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วผู้จัดงานและโปรโมเตอร์ทุกคนต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ตรงกัน ก็คือให้มหาชนเต็มอิ่มกับทุกการแสดงให้คุ้มค่ากับทุกเม็ดเงินที่เสียไป ร็อบ เบ็คแฮม จาก William Morris Endeavor Entertainment ทิ้งท้ายไว้ว่า “ถ้าคุณเจ๋งจริง ไม่ว่าชื่อคุณจะถูกแปะไว้ตรงไหนในไลน์อัพ ยังไงคนดูก็มา จำเป็นด้วยหรือว่าขนาดตัวอักษรต้องเด่นกว่าเพื่อน ไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ยังไง คุณก็ต้องเต็มที่กับโชว์อยู่ดี เพราะนั่นคือหน้าที่ของคุณ”

Story by: Ray Waddell
Translated by: Sutthimas R.