เมื่อนึกถึงเพลงป็อป ก็ต้องนึกถึงท่อนฮุคและนี่คือท่อนฮุคทั้ง 25 ท่อนที่ชาวบิลบอร์ดคัดเลือกมาแล้วว่าเด็ดสุด ติดหูสุดตลอดกาลของวงการเพลง มาไล่อันดับกันเลยค่ะ

No.25   Bad Romance: Lady Gaga

เพลงสุดโหดของเลดี้กาก้าเพลงนี้ ถ้าจะให้พูดกันจริงๆคือมีหลายท่อนที่ติดหูมากมาก แต่ที่ติดหูที่สุดคือท่อนเสียงกลองหนักพร้อมเสียงสุดโหยหวนของกาก้าที่นางร้องว่า “โอ่ว โว โหว่ โว้ โอ้ว โอ โอว” ติดหูจนต้องรองตามเวลาต้องการฟีลฮึกเหิมเลยจริงๆ

No.24  MmmBop: Hanson

บางทีดนตรีก็ไม่ต้องการความมีสาระ ดังที่แฮนสันได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้ว ตอนที่พวกเขาปล่อยซิงเกิลนี้ออกมา พวกเขาทั้งเด็กทั้งกล้าและบ้าบิ่น และไม่สนว่าจะต้องส่งเมสเสจใดๆ ให้แก่คนฟัง เพราะฉะนั้นตามสุภาษิตคนกล้ามักได้โล่ห์ เพลงนี้เลยฮิตระเบิดระเบ้อตามระเบียบและก็ทำให้คนทั้งโลกฮึมฮัมๆ ท่อนฮุคที่ภาษามนุษย์ไม่สามารถแปลได้ไปเป็นแถบๆเลยจ้า

No.23 Hey Ya: Outkast

ทั้งจังหวะการตบมือแบบเร่าร้อนของท่อนฮุคเพลงนี้ กับท่อนร้องที่ตัวนักร้องร้องรัวๆแทบจะไม่ได้พักหายใจเลย ทำให้เพลงนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพลงที่ร้อนแรงและเด็ดขาดที่สุดของเอาท์คาสต์เลยนะคะ

No.22 Like A Prayer: Madonna

จักรพรรดินีแห่งวงการเพลงป็อปมาดอนน่าได้รังสรรค์ท่อนฮุคสุดฮิตไว้ประดับวงการมากมาย แต่ท่อนฮุคที่เราว่าติดหูสุดๆเลยคือ เพลงนี้ ที่ฟังแล้วเรากับว่าพระนางมาดอนน่าทรงบัญชาให้เราลุกขึ้นและปรบมือตามด้วยพระองค์เองยังไงยังงั้น

No.21 Call Me Maybe: Carly Rae Jepsen

คงไม่ต้องพูดอะไรมากจริงๆสำหรับเพลงนี้ ไม่ติดชาร์ทนี้เอาคีย์บอร์ดมาปาหน้าได้เลย ฮิตระเบิดระเบ้อไม่บันยะบังยังร้องกันทั่วบ้านทั่วเมือง ด้วยซาวด์ที่ upbeat เสียงร้องที่เหมาะกับเพลงป็อปอย่างล้นเหลือ และเนื้อเพลงน่ารักน่าหยิก Call Me Maybe จึงกลายเป็นเพลงป็อปแห่งชาติประจำปีนั้นไปเลย

No.20 Don’t You Want Me: The Human League

เพลงนี้คือตำนานของร้านคาราโอเกะ ไปที่ไหนลูกค้าต้องร้องที่นั่น เพลงนี้ถือเป็นเพลงยอดฮิตของปี 1981 ที่ใครได้ยินเป็นต้องอดใจไม่ไหวลุกขึ้นมาเต้น ถ้าลองฟังจริงๆเนื้อเพลงง่ายและเบามาก แต่ท่อน “อู้วว โอ้” พร้อมดนตรีประกอบเป็นชุดๆนี่มันทำให้ลืมไม่ลงเลยจริงๆ

No.19 Happy: Pharrell

ยังจะต้องพูดอีกหรอ ถามใจตัวเองดู ถามยังงี้ดีกว่าใครร้องเพลงนี้ไม่เป็นบ้าง ใครจะรู้บ้างว่าในตอนแรกนั้นเพลงนี้ถูกวางไว้ให้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์สำหรับเด็กสุดแบ๊วอย่าง Despicable me 2 แต่ตอนนี้นะหรอ ทางเรามั่นใจว่าร้อยละ 90 ของประชากรโลกร้องเพลงนี้ได้แน่นอน

No.18 Sweet Caroline: Neil Diamond

ท่อนฮุคเพลงนี้อาจจะสั้นไปหน่อย แต่รับรองว่าถ้าได้ยินแล้ว จะเอาคำว่า “บา บา บา” ออกจากหัวไม่ได้เลย ไม่เชื่อลองถามนักกีฬาที่สนามเบสบอล Fenway Park ดูสิคะ เปิดกันตลอด

No.17 Believe: Cher

ก่อนหน้ายุคแห่ง Auto-tune คุณแม่ Cher ของเรานางได้บุกเบิกการเอาซาวนด์คอมพิวเตอร์มาใช้ก่อนหน้านั้นนานแล้วนะคะ คืออันที่จริง ท่อนฮุคคุณแม่แชร์แบบสดๆเราลองฟังก็สตรองงมากพอควรแล้ว แต่การเพิ่มซาวนด์คอมพิวเตอร์มาใช้ยิ่งทำให้ทั้งเพลงดูฟิวเจอริสติกและล้ำมากๆ ขึ้นไปอีก

No.16 I Will Survive: Gloria Gaynor

​เพลงชาติสากลแห่งเพศที่สามทั่วโลก เปิดที่ไหนสายรุ้งต้องเกิดที่นั่น เพลงนี้นี่ขอบอกเลยใครไม่เคยฟังนี้ต้องเป็นมนุษย์ถ้ำอย่างแน่นอน ตอนที่เพลงนี้เปิดตัวครั้งแรกคุณแม่กลอเรีย เกย์เนอร์จะรู้ไหมหนอว่าเพลงของนางจะกลายมาเป็นปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรมของเพศที่สามขนาดนี้

No.15 Since U Been Gone: Kelly Clarkson

เพลงแรกหลังจากนางเสร็จสิ้นการแข่งขัน American Idol เพลงนี้ถือเป็นตัวสร้างชื่อให้นางเลยจากท่อนฮุคที่ทรงพลัง ทั้งน้ำเสียงและเนื้อหาเพลงที่บอกเล่าถึงความปวดร้าวของการเลิกลา ที่ต่อมาจะกลายเป็นซิกเนเจอร์เอกลักษณ์ของงานเพลงนางเลย

No.14 YMCA: The Village People

แค่สี่ตัวอักษร สี่จังหวะก็เพียงพอแล้วสำหรับหนึ่งในเพลงที่ฮิตที่สุดตลอดกาลอย่างเพลงนี้

No.13 Hound Dog: Elvis Presley

เอลวิส เพรสลี่ย์ ราชาร็อคแอนด์โรลได้สร้างผลงานซิงเกิลระดับตำนานไว้มากมาย แต่ที่พีคสุดคือ Hound dog โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า “You ain’t nothin’ but a hound dog, cryin’ all the time” ติดหูแบบขั้นเทพสุดๆ ความชิคของเพลงนี้คือความจริงแล้วนางไม่มีท่อนฮุคที่แท้จริงนะจ๊ะ แต่ทุกท่อนตามรอยแบบเดียวกันเป๊ะ จนหยิบเอาท่อนไหนมาเป็นฮุคก็ได้ เอาจริง

No.12 Single Ladies (Put a Ring on It): Beyonce

เมื่อเพลงนี้เปิดตัวทุกคนต่างพากันถกเถียงว่า เอ๊ ท่อนฮุคมันคือท่อนไหนกันแน่นา จะเป็น “All the single ladies, all the single ladies”? หรือว่า “If you liked it then you should’ve put a ring on it”? แต่ท้ายที่สุดก็คือ ใครแคร์กันละคะ ก็ทั้งเพลงของคุณแม่บียอนเซ่มันทั้งติดหูทั้งไอคอนิคขนาดนี้ เรียกได้ว่างานแต่งไหนไม่เปิดเพลงนี้นี่ถือว่าไม่ได้แต่งกันจริงๆนะค้า

No. 11 Good Vibrations: The Beach Boys

เพลงนี้นี่ถือว่ามีความประหลาดในตัวเองอยู่ไม่น้อยเลยนะ เพราะหลายๆคนยังงงกันว่าตกลงแล้วมันเป็นเพลงแนวเทมโป หรือสไตล์กันแน่ แต่ที่เรารู้อย่างเดียวคือเจ้าท่อน “Good, good, good! Good vibrations”นี่มันติดหูกันแบบอลังการงานสร้างกันไปเลย

No.10 Under Pressure: Queen and David Bowie

เคยรู้สึกคุ้นๆกับท่อน dum-dum-dum-di-di-dum-dum ของ Ice Ice Baby กันบ้างหรือเปล่า มันมีที่มาจากเพลงนี้จ้า ดังไม่ดัง ดูวงดนตรีคนละแนวอย่าง Ice Ice Baby ยังเอามาดัดแปลงในเพลงตัวเองเลย

No.9 Stayin’ Alive: Bee Gees

เพลงนี้ถือได้ว่าเป็นไอคอนสำหรับดนตรียุคดิสโก้เลยทีเดียว เรียกได้ว่าได้ยินเพลงนี้ทีไร อารมณ์ความรู้สึกตอนจอห์น ทราโวลต้า แสดงเรื่อง Saturday Night Fever ก็กลับเข้ามาในสมองอย่างจังยังไงยังงั้น สำหรับท่อนฮุคที่ติดหูชาวดิสโก้ผมเอฟโฟร่นั่นก็คือท่อน “Ah ah ah ah, stayin’ alive, stayin’ alive” ก่อนฟังเพลงนี้อย่าลืมใส่กางเกงขาบาน โบว์สีสดๆกันด้วยนะจ๊ะ

No.8 Respect: Aretha Franklin

เจ้าของต้นฉบับเพลงนี้ที่แท้จริงคือ Otis Redding แต่ศิลปินที่ทำให้เพลงนี้ดังแบบพลุแตกคือ อารีธา แฟลงคลินซึ่งทำให้การสะกดคำว่า r-e-s-p-e-c-t กลายเป็นการสะกดคำที่ทรงพลังที่สุดตลอดกาล เฟี๊ยสไม่เฟี๊ยสมาลองดูกันจ้ะ

No.7 The Twist: Chubby Checker

เพลงนี้นี่คือโปรไฟล์ไม่ธรรมดามากๆ ติดอันดับ Billboard’s all-time Hot 100 chart มาตั้งแต่ปี 1960 โดยเพลงนี้ได้รับการยกย่องว่ามีทำนองและจังหวะที่เป็นอมตะและไร้กาลเวลา

No.6 She Loves You:The Beatles

เป็นไปได้หรอที่เราจะร้องท่อน “She Loves You,” โดยที่ไม่ร้องต่อว่า “yeah, yeah, yeah”? เป็นไปไม่ได้แน่นอนจ๊า เพลงนี้เป็นเพลงที่จอห์น เลนน่อน กับ พอล แมคคาธนี่ได้ร่วมกันแต่งเพลงที่เป็นเรื่องราวของคนๆหนึ่งที่พยายามจะทำให้คู่รักคู่หนึ่งกลับมาคืนดีกัน น่าร๊ากก

No.5 Stop! In the Name of Love: The Supremes

ไม่มีใครจะนำเอาเครื่องหมายอุทานมาใช้ในเพลงได้สตรองงแบบนี้ที่สุด โดยท่อนที่ร้องว่า “Stop! In The Name of Love” นั้นทรงพลังมากจริงๆจนถูกนำมาใช้เป็นหน้าปกนิตยสารหัวดังๆทั่วโลกมากมาย แต่คนที่เอาไปคัฟเวอร์ได้ปังสุดคือ ไดอาน่า รอส พร้อมท่าเต้นไอคอนิคของนาง

No.4 ABC: The Jackson 5

ในบางครั้งโมเมนท์ที่ตรึงตาตรึงใจที่สุดในวงการเพลงป็อป ก็เป็นโมเมนท์สุดแสนจะเรียบง่ายแบบนี้ ใครจะไปรู้ว่าต่อมาจะเป็นโมเมนท์หมุดหลักสำคัญของวงการเพลงป็อปขนาดนี้

NO.3 Dancing Queen: ABBA

สุดยอดท่อนฮุคสากลของโลก ที่ได้กลายมาเป็นไอคอนทางวัฒนธรรมดนตรีโลกไปแล้ว เรียกได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่วัฒนธรรมป็อปร่วมสมัยได้รับการพูดถึงในวงสนทนา เพลงนี้จะเป็นหนึ่งในท็อปปิคนั้นเสมอ

NO.2 Beat It: Michael Jackson

ไมเคิล แจ็คสันคือบุคคลที่สามารถสร้างสรรค์ ดัดแปลง ปรับเปลี่ยนแนวดนตรีป็อปได้อย่างทรงพลังและยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงป็อปแล้ว Beat it คือผลงานที่ได้รับการคารวะสูงสุด ท่อนฮุคท่อนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ท่อนฮิตตลอดกาลเท่านั้น แต่ยังท้าทายวงการเพลงป็อปในยุคนั้นอย่างถึงที่สุดอีก พวกเราก็ได้แต่เฝ้ารอกันว่าจะต้องรอกันอีกปีหนอกว่าจะมีคนมาตามรอยไมเคิล แจ็คสันได้

NO.1 I Want to Hold Your Hand: The Beatles

ลองมโนกันเล่นๆ ดูนะคะว่า ถ้าคุณยังอยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ แล้วสามารถแต่งท่อนฮุคที่จะกลายเป็นตำนานของมนุษยชาติได้ คุณจะรู้สึกยังไงคะ ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึงจอห์น เลนน่อน และพอล แมคคาธนี่อยู่ โดยทั้งคู่ได้ร่วมกันแต่งเพลง I Want to Hold Your Hand,” ซึ่งได้กลายเป็นซิงเกิลฮิตติดอันดับหนึ่งซิงเกิลแรกของวง the Beatles และนั่นคือจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การดนตรีอันโชกโชนและเป็นระดับมหากาพย์ของวงดนตรีสี่เต่าทองนี่เลย แม้ว่าพวกเขาจะร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานระดับตำนานอีกมากมาย แต่ก็ไม่มีเพลงไหน ไม่มีเพลงไหนอีกแล้วที่จะมาเทียบเพลงนี้ได้ ทั้งผลงานของพวกเขาเอง และผลงานของศิลปินอื่นๆก็ตาม