Processed with VSCO with f2 preset

นับเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตของศิลปินต่างประเทศในปีนี้ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากคอดนตรีชาวไทย รวมถึง ‘ติ่งอปป้า’ ที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างปรากฏการณ์บัตร Sold out อย่างรวดเร็วอีกหนึ่งงานสำหรับ “Hyukoh Live in Bangkok 2017” ของวงอินดี้ร็อคที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ของดินแดนเกาหลีใต้อย่าง Hyukoh โดยผู้จัด Seen Scene Space ซึ่งการแสดงสดในรอบแรกเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (15 กรกฎาคม 2017) ก็เต็มไปด้วยความประทับใจ อัดแน่นไปด้วยความสนุก ความมัน ความซึ้ง และเสียงกรี๊ดอย่างล้นหลาม อีกทั้งยังเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของ 4 หนุ่มวง Hyukoh ว่า… ฝีไม้ลายมือทางดนตรีของพวกเขาไม่ธรรมดาจริงๆ

 

บิลบอร์ด ไทยแลนด์ เดินทางไปถึงสถานที่จัดงานอย่าง Voice Space ตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ เนื่องด้วยภารกิจสำคัญในการพบปะพูดคุยกับ 4 สมาชิกวง Hyukoh ทั้ง โอฮยอค (ร้องนำ, กีตาร์), อิม ดง กอน (เบส), อิม ฮยอน เจ (กีตาร์) และ ลี อิน อู (กลอง) ซึ่งภาพแรกที่ได้เห็นก็คือ บรรดาแฟนคลับจำนวนหนึ่งต่างเข้ามานั่งรอบริเวณหน้าประตูทางเข้ากันอย่างเป็นระเบียบ ทั้งๆ ที่ประตูจะเปิดในอีกประมาณ 3 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งก็คือ 18.00 น. นั่นเอง แต่ในระหว่างนั้นก็มีเซอร์ไพรส์ที่สมาชิกวงสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันลงมาจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของวง ซึ่งจำกัดจำนวนซื้อได้แค่คนละ 2 ชิ้นเพื่อความทั่วถึง อีกทั้งพวกเขายังมีโอกาสได้ทักทายแฟนๆ อย่างเป็นกันเอง ซึ่งเดาได้เลยว่าบรรยากาศด้านล่างคงคึกคักน่าดู เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่ศิลปินเกาหลีจะลงมาใกล้ชิดกับแฟนเพลงในลักษณะนี้

Processed with VSCO with f2 preset

Gym and Swim

ภารกิจของเราเสร็จสิ้นก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว อีกไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น วงเปิดสัญชาติไทยที่ทำเพลงภาษาอังกฤษได้น่าฟังไม่น้อยอย่าง Gym and Swim ก็ก้าวขึ้นสู่เวที ซึ่งเรายกให้เป็นการอุ่นเครื่องที่ดีเอามากๆ เพราะวงดนตรีวงนี้ขึ้นชื่อลือชาเรื่องพลังงานความสนุกบนเวทีที่ล้นเหลือ 5 สมาชิกอย่าง เฉลิม-เฉลิมพล สูงศักดิ์ (ร้องนำ), เติร์ก-นิติกฤษณ์ อรรถกฤษณ์ (กีตาร์), ปกป้อง จิตดี (กีตาร์, ซินธิไซเซอร์), ฮ็อบ-พัทธดนย์ เงาเบญจกุล (เบส) และ มัดหมี่-สุภารัศมิ์ จันทรโชติ (กลอง) ขนเอาเพลงจากสตูดิโออัลบั้มชุดแรกของพวกเขาอย่าง Seasick มาเล่นแบบจุใจ ไล่เรียงมาตั้งแต่ Seagal PunchThrow it AwayBunny House ก่อนจะคั่นด้วยเพลงคัฟเวอร์สุดเซอร์ไพรส์อย่าง แม่มด ของ แสงระวี อัศวรักษ์ ที่ร้องตามกันได้ทุกเพศทุกวัย

หลังจากนั้นพวกเขาก็จัดเต็มความสนุกแบบไม่มีพักจากเพลง What Time Is It There?FallingYUUWAHUUSunrise และปิดท้ายด้วย Octopussyโดยรวมนี่คือโชว์ที่สนุกมากๆ จาก Gym and Swim ฟร้อนต์แมนอย่าง เฉลิม เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้เป็นระยะ ทั้งจากการพูดด้วยสำเนียงชาวต่างชาติ หรือแม้แต่อากัปกิริยาชวนฮาต่างๆ ของเขา รวมไปถึงเรื่องซาวนด์ก็เต็มอิ่มใช้ได้ แม้จะมีช่วงแกว่งๆ อยู่บ้างในบางช่วงบางจังหวะก็ตาม

img_0327

Hyukoh

พักเซ็ตเวทีและเครื่องดนตรีกันไม่นาน ก็ถึงคิวเจ้าของคอนเสิร์ตในค่ำคืนนี้กันแล้วกับ Hyukoh ทั้ง 4 หนุ่มปรากฏกายประจำตำแหน่งบนเวทีด้วยสูทสีแดงเด่นเป็นสง่า ในแบบที่เราคุ้นตาจากมิวสิควิดีโอเพลง Wanli นั่นแหละ และเพียง โอฮยอค หรือ ‘หลวงพี่’ ของแฟนๆ กล่าวทักทายว่า ‘Hey…” เสียงกรี๊ดก็ดังลั่นฮอลล์แล้ว เอาเข้าจริงๆ ต้องยอมรับว่าประสบการณ์ของผู้เขียนกับคอนเสิร์ตศิลปินเกาหลีนั้นยังมีไม่มากนัก แต่วันนี้ขอสถาปนาตัวเองเป็น ‘ติ่ง’ สักหน่อยก็แล้วกัน

มาถึงก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันให้มากความ Hyukoh จัดเพลงดังอย่าง Come and Goes มากระตุ้นต่อมความมันของแฟนเพลงชาวไทยกันก่อนเลย ส่งต่อความคึกสู่ Tokyo Inn และ Leather Jacket ที่ทำเอาทุกคนในฮอลล์ต้องขยับแข้งขยับขาไปตามจังหวะ แม้ว่าซาวนด์กลองในเพลงแรกยังดูไม่ลงตัวนัก แต่พอเข้าที่เข้าทางปุ๊บขอบอกเลยว่า ‘ได้ยินทุกเม็ด’ มาแบบเต็มอารมณ์สุดๆ ก่อนที่ โอฮยอค จะบรรจงหยิบโพยขึ้นมาอ่านเป็นภาษาไทยแบบตั้งใจปนเขินเล็กๆ ยอมรับตามตรงว่า ณ จุดที่เรายืนซึ่งอยู่บริเวณด้านหลัง รวมถึงเสียงกรี๊ดจากทั่วทุกสารทิศทำให้เราฟังเขาพูดไม่ถนัดสักเท่าไหร่ ได้ยินประมาณว่า “สวัสดีครับ ดีใจที่ได้มาเล่นที่นี่ จะเล่นเพลงต่อไปแล้วนะครับ” อะไรประมาณนี้… ขอปรบมือให้ในความตั้งใจของพ่อหนุ่มคนนี้จริงๆ

Processed with VSCO with f2 preset

ดูเหมือนพวกเขายังไม่หนำใจ เพราะ Panda Bear2002WorldCup และ Wonderful Barn คือเซ็ตเพลงต่อมาที่ทำให้แฟนๆ ได้สนุกกันต่อเนื่อง ยิ่งกับเพลงหลังสุดที่อัดแน่นด้วยซาวนด์คันทรี่จ๋าๆ นี่พาเราคึกแบบสุดๆ แม้ว่า Hyukoh จะเป็นวงที่พูดน้อย… พูดเบา แต่ประโยค “ขอบคุณครับ” ยังเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดได้ดีเช่นเดิม หลังจากนั้นคอนเสิร์ตเมื่อคืนก็ก้าวสู่จุดพีค… พีคมาก ซาวนด์ฝีเท้าม้าควบดังขึ้นพร้อมแสงสีแดงที่ฉาบทั่วทุกอณูบนเวที นี่คือ Wanliเพลงโปรดของใครหลายคน ยิ่งเมื่อถึงท่อนคอรัส ‘เอ๊ เอ๊ เอ๊ เอ๊’ ก็ร้องตามกันกระหึ่ม จัดหนักกันต่อด้วย Masitnonsoul ที่ร็อคเอามากๆ แทบอยากจะเหยียบลำโพงแล้วโยกหัวตาม กีตาร์โซโล่ยับ เบสรัวพัลวัน กลองใส่ไม่ยั้ง ก่อนจะลดบีตลงมากับเพลงจังหวะเท่ๆ อย่าง Jesus Lived in a Motel Room ที่เสียงผิวปากในเพลงนั้นมีเสน่ห์เหลือเกิน

เข้าสู่โหมดเพลงช้ากันยาวๆ เริ่มต้นด้วย Die Alone ที่เราชอบมากๆ ความหนักแน่นจากจังหวะจะโคนในท่อนฮุกภาษาอังกฤษทำให้เราต้องโยกหัวตามอย่างช่วยไม่ได้ Paul ที่มาพร้อมกับพาร์ตเครื่องดนตรีน้อยชิ้น แต่เอาคนดูเสียอยู่หมัดด้วยฟีลลิ่งที่มาเต็ม Gondry อีกหนึ่งเพลงที่ร้องตามกันสุดเสียง ไม่ต่างจาก Tomboy ที่หนุ่มๆ เปิดโอกาสให้แฟนๆ ร่วมร้องเพลงด้วยกันอย่างเต็มที่ ก่อนจะปิดช่วงนี้ด้วยความล่องลอยจากเพลง Mer

Processed with VSCO with f2 preset

Hyukoh ปิดโชว์ด้วย Reserved Seat กับช่วงแรกอันเนิบช้า ก่อนจะพาทุกคนสู่จักรวาลอันเวิ้งว้างด้วยซาวนด์ที่ค่อยๆ ไต่ระดับความรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ลากยาวไปจนแตะถึงจุดพีค และค่อยๆ ลดระดับลงมาถึงโน้ตตัวสุดท้าย แม้ว่าจะมีช่วงที่ซาวนด์ค่อนข้างแหลมสูงและดังไปพอสมควร แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโชว์ในเพลงนี้คืออีกหนึ่งโมเม้นต์สำคัญของคอนเสิร์ตเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาอย่างแท้จริง และตามธรรมเนียม พวกเขาออกมาแถมในช่วงอังกอร์อีก 2 เพลงกับ Wi Ing Wi Ing ที่หลายคนคิดว่าจะไม่เล่นเสียแล้ว รวมถึง Surf Boy ปิดฉากการแสดงสดรอบแรกในเมืองไทยของ Hyukoh ลงอย่างงดงาม

4 หนุ่มอินดี้ร็อคจากเกาหลีวงนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ แม้จะมีเพียงกีตาร์ เบส กลอง ที่เป็นพื้นฐานของวงดนตรีทั่วไป ทว่าการดีไซน์ซาวนด์ในแต่ละเพลงสำหรับการเล่นสดนั้นสร้างความตื่นเต้นให้เราได้ตลอด พลังงานบนเวทีตลอดเกือบ 2 ชั่วโมงกับเพลงจากทั้งอัลบั้มอีพี 20 และ 22 รวมถึงอัลบั้มเต็มอย่าง 23 ไม่มีดร็อปเลยสักนิด ด้วยความที่เพลงของ Hyukoh มีความวาไรตี้ในหลากหลายแนวทาง รวมถึงการที่สมาชิกแต่ละคนมีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นไม่แพ้ฝีมือการเล่นดนตรี

Processed with VSCO with f2 preset

ต้องยอมรับว่าฟร้อนต์แมนอย่าง โอฮยอค ซึ่งทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์เองด้วยนั้นมีความสามารถรอบด้าน แม้จะมีน้ำเสียงดิบๆ ที่เหมาะกับเพลงร็อค แต่กับแนวเพลงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบัลลาด คันทรี่ ป๊อป เขาก็ทำได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน อีกหนึ่งคนที่น่าสนใจมากๆ คือมือกีตาร์ลีดอย่าง อิม ฮยอน เจ ซึ่งเราขอใช้คำว่า ‘แสบสัน’ มาก สำเนียงกีตาร์ของเขามีลายเซ็นเฉพาะตัวที่ชัดเจน อีกทั้งยังเป็นส่วนที่เพิ่มเติมความจี๊ดจ๊าดจัดจ้านลงไปในแต่ละบทเพลงได้แบบไม่แย่งซีน ส่วน อิม ดง กอน ในตำแหน่งมือเบส และมือกลองอย่าง ลี อิน อู ที่หลายคนอาจมองว่าบทบาทค่อนข้างน้อยกว่า 2 สมาชิกก่อนหน้านี้ที่เรากล่าวถึง แต่บอกเลยว่า ทั้งคู่คือกระดูกสันหลังชั้นยอดของวง เล่นไลน์น้อยๆ แต่คุมทุกส่วนได้อย่างไร้ที่ติ

Processed with VSCO with f2 preset

อีกเรื่องที่น่าพูดถึงมากๆ ก็คือระบบแสง แม้ว่าโปรดักชั่นจะไม่ได้อลังการถึงขีดสุด แต่ไฟแต่ละเซ็ตแต่ละดวงที่ฉายลงมาบนเวทีช่วยส่งเสริมอารมณ์เพลงได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ เพลงช้าที่เพราะอยู่แล้วก็ยิ่งงดงามเข้าไปอีก เพลงเร็วที่โยกร่างกายกันพอประมาณในสตูดิโอเวอร์ชั่น พอมาฟังสดๆ พร้อมกับภาพที่เห็นเบื้องหน้าก็ยิ่งทำให้รู้สึกพลุ่งพล่านขึ้นไปอีกหลายเลเวล ในขณะที่เรื่องซาวนด์โดยรวมอาจจะยังไม่เสถียรนัก ช่วงเซ็ตเพลงเร็ว 5-6 เพลงแรกค่อนข้างเต็มอิ่มทีเดียว แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงเพลงช้าดูเหมือนจะมีดร็อปลงไปบ้าง รวมถึงช่วงท้ายในเพลง Reserved Seat ที่เรากล่าวไปแล้วเมื่อข้างต้น เข้าใจว่าวงตั้งใจจะพาคนฟังไปสู่อีกโลกหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยสรรพเสียงที่คาดเดาไม่ได้ แต่ด้วยปริมาณเดซิเบลที่มีช่วงหนึ่งเราถึงกับต้องกับอุดหู เพราะค่อนข้างดังมากทีเดียว

ความประทับใจยังไม่หมดเพียงแค่นี้ เราขอส่งคำชื่นชมไปยังแฟนเพลง Hyukoh ทุกท่านที่มาดูศิลปินที่คุณรักอย่างตั้งใจ บอกตามตรงว่าในพักหลังผู้เขียนค่อนข้างเสียสมาธิและเสียอารมณ์ไปกับการพูดคุยเสียงดังแบบไม่มีมารยาทในหลายๆ คอนเสิร์ต แต่สำหรับค่ำคืนที่ผ่านมา เราสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่วงดนตรีส่งพลังลงมาจากบนเวที และเมื่อผู้ชมได้รับพลังนั้น ก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรี๊ด การร้องตามในท่อนที่ร้องได้แบบไม่กลัวคอจะพัง กอดคอกันกระโดดไปตามท่วงทำนองมันๆ ตั้งใจฟังในสิ่งที่ศิลปินพยายามพูดออกไมค์ และนั่นก็คือพลังที่ผู้ชมทุกคนในฮอลล์ส่งกลับไปยังตัวศิลปิน เกิดเป็นความสุขอันล้นปรี่ที่อบอวลตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโชว์

Processed with VSCO with f2 preset
Processed with VSCO with f2 preset

มากไปกว่านั้น ภาพการที่มีคนเข้ามาดูวงเปิดอย่าง Gym and Swim กันแทบจะเต็มทุกพื้นที่ใน Voice Space ก็ทำให้เกิดรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว เรารู้สึกว่าทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมาคือวัฒนธรรมในการดูคอนเสิร์ตที่ควรจะส่งเสริมให้ทำต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ และอีกหนึ่งคำชมขอมอบให้ผู้จัด Seen Scene Space ที่ค่อนข้างใส่ใจในเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่มีความสำคัญทางความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นการจัดเซสชั่นที่พาศิลปินมาจำหน่ายสินค้าที่ระลึกด้วยตนเอง การจำกัดจำนวนการซื้อสินค้าคนละ 2 ชิ้นเนื่องด้วยจำนวนสินค้าที่ค่อนข้างน้อย รวมถึงข้อมูลที่ปรากฏในแฟนเพจที่มีประโยชน์ต่อผู้ชมทุกๆ ท่าน

 

สำหรับการแสดงสด “Hyukoh Live in Bangkok 2017” ในรอบวันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม 2017 ณ Voice Space ยังมีบัตรจำหน่ายทั้งทาง ticketmelon.com และที่หน้างาน บอกตามตรงว่าเราไม่อยากให้คุณพลาด Hyukoh คือวงดนตรีรุ่นใหม่ไฟแรงจากเกาหลีที่มีดีจริงๆ อาจจะสื่อสารด้วยคำพูดไม่เก่ง แต่หากพวกเขาได้จับเครื่องดนตรีเมื่อไหร่ล่ะก็… มันแน่นอน

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Purin A.