covermusicfes

เทศกาลดนตรีสมัยนี้ไม่ใช่แค่การไปยืนดูคอนเสิร์ตเฉยๆ หลายคนถึงกับนั่งนับวันรอให้เดือนธันวาคมมาถึงเพื่อจะได้ออกเดินทางไปดื่มด่ำกับธรรมชาติ สูดลมเย็นๆ ให้เต็มปอด นอนกางเต๊นท์ดูดาวไปด้วย ฟังเพลงโปรดไปด้วยทั้งวันทั้งคืน นั่นคือความสุขที่จะเวียนมาพบเราแค่ปีละหนเท่านั้น หากปลายปีนี้คุณยังไม่มีแพลน เราขอแนะนำ 4 อันดับเทศกาลดนตรีแถวหน้าของประเทศ ศิลปินคนไหนโดนใจ โลเกชั่นไหนที่ใช่ งานสไตล์ไหนที่ชอบ การันตีเลยว่าธันวาฯ นี้ หนาวแต่ไม่เหงาแน่นอน  

BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL (มัน ใหญ่ มาก)
Date: 19 – 20 ธันวาคม 2558
Venue: แก่งกระจาน คันทรี คลับ เพชรบุรี
Ticket: ราคาปกติ 2,000 บาท

bigmountain (4)

เริ่มกันที่งานมหกรรมดนตรีระดับประเทศ ใช่ เรากล้าเรียกว่านี่คืองานระดับประเทศเพราะบิ๊กเมาเท่นคือเทศกาลดนตรีไซส์ใหญ่ที่สุด เมื่อวัดจากจำนวนศิลปินที่มาร่วมงาน และขนาดพื้นที่จัดงานบนเขาใหญ่ที่เคยจุผู้ร่วมงานเฉียดแสนคนมาแล้ว

บิ๊กเมาเท่นเริ่มครั้งแรกเมื่อปี 2553 โดยสังกัดเกเร บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จากที่เคยมีผู้ร่วมงาน 2หมื่นกว่าคนในปีแรก ล่าสุดพุ่งไปถึง 7หมื่นกว่าคนแล้ว เหตุที่คนหลั่งไหลกันมาขนาดนี้เพราะมีเวทีคอนเสิร์ตรอบทิศ ซุ้มอาหารมากมาย (มุมบันเทิงสุดน่าจะเป็นการแข่งขันทอดไข่เจียวกับกิจกรรม ‘ศึกมันไข่มาก’) ภายในงานมีอะไรเด็ดๆ อีกเพียบที่ทำให้เรากิน นอน เต้น เล่นกันได้สบายๆ ตลอดสองวันเต็ม

งานนี้คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มสำหรับคนที่มีรสนิยมทางดนตรีหลากหลาย เพราะคุณจะได้เสพผลงานของศิลปินไทยทุกแขนงแบบไม่อั้นจริงๆ มากันทุกค่าย ทุกสังกัด หรือแม้ไม่มีสังกัดก็ตาม ปีนี้งานจัดเป็นครั้งที่ 7 ภายใต้ชื่องาน ‘BMMF7 มหกรรมโจ๊ะหมู่ เพื่อบูชาวงการเพลงไทย’ ถึงแม้ปีนี้สถานที่จัดงานจะย้ายจากเขาใหญ่ไปเพชรบุรีก็ไม่ต้องห่วงว่าพื้นที่กว้างสู้ของเดิมได้หรือไม่ เพราะตอนนี้คอนเฟิร์มแล้วว่าใหญ่พอสำหรับ 9 เวทีให้ได้โจ๊ะจุใจกันแน่นอน

WONDERFRUIT

Date: 17 – 20 ธันวาคม 2558
Venue: สยามคันทรี่คลับ เมืองพัทยา ชลบุรี
Ticket: ราคาปกติ 5,500 บาท

wonderfruit (1)

เชื่อว่าคนชอบงานอินเตอร์ต้องแอบเล็งงานนี้ไว้แล้วแน่ๆ เพราะวันเดอร์ฟรุ๊ตเป็นงานเดียวที่เชิญศิลปินจากเมืองนอกมาให้เราดูด้วย  งานนี้จัดโดยสแครทช์ เฟิร์สท์ องค์กรธุรกิจเพื่อสังคม ไอเดียริเริ่มมาจากความต้องการจัดอีเว้นท์เล็กๆ ในสวน โดยมุ่งเน้นที่จะนำเสนอความแปลกใหม่ของเพลง ศิลปะ ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่ยังไม่ค่อยป๊อปในหมู่คนไทยนัก แต่ด้วยความที่ผู้จัดไอเดียกระฉูดไปหน่อย (ก็ไม่หน่อยนะ) ทำให้ขนาดของงานใหญ่ขึ้นจากที่เคยวาดฝันไว้หลายเท่าตัว

ไฮไลท์ของงานปีนี้คือคอนเสิร์ตที่ได้เจ – มณฑล จิรา เป็นผู้บรรจงคัดสรรมา ศิลปินไทยที่จะมาร่วมงานปีนี้ เช่น ปู – พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์, Greasy Café, Kidnappers, Polycat, Desktop Error นอกจากนี้ยังเพิ่มดีกรีความสนุกด้วยดีเจสากล Jon Hopkins x Chris Levine ที่จะโชว์เทคนิคแสงสีอายย์โปรเจ็คให้ดู ตามมาด้วยวงอินเตอร์มากมายอย่าง Rhye, Yasiin Bey, The Faint, Howie B, Submotion Orchestra และ Dapayk Solo และการแสดงมากมายกว่า 30 โชว์ หนึ่งในนั้นมีกายกรรมของคณะ Lucent Dossier ที่ขอบอกเลยว่าน่าดูสุดๆ อย่าลืมมองหารถบัสหมอลำที่ออกแบบโดยจิม ทอมป์สันด้วยนะ นานๆ ทีเราจะได้เซิ้งกันในเทศกาลดนตรีนานาชาติสักครั้ง คนที่ไม่เคยไปอาจบ่นว่าค่าบัตรแพงเกิ๊น แต่ถ้าลองได้ดูโชว์คุณภาพเหล่านี้รับรองว่าต้องมีอยากถอนคำพูดกันบ้างแหละ

เพราะงานนี้คือส่วนผสมของดนตรี ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ ทั้งสามสิ่งนี้ถูกขมวดเข้าด้วยกันและนำเสนอออกมาได้ลงตัวมากๆ ดังนั้นวันเดอร์ฟรุ๊ตไม่เพียงตอบโจทย์คนชอบดูคอนเสิร์ตอย่างเดียว แต่งานนี้คือโอกาสที่เราจะได้ละเลงเอาความสุขใส่ตัวด้วยศิลปะอย่างแท้จริง ตลอด 4 วันนี้จะเลือกทำกิจกรรมอะไรก็ได้ เช่น โยคะ นั่งสมาธิ เพ้นท์ผ้าบาติก นวด ชิมอาหารออแกนิกส์หรือสตรีทฟู้ดแบบไทยๆ ฯลฯ ทุกคนจะได้มา ‘Live, Love, and Wonder’ กันอย่างที่คำโปรยของงานว่าไว้

STONE FREE MUSIC FESTIVAL
Date: 11- 13 ธันวาคม 2558
Venue: เขาวง สระบุรี
Ticket: ราคาปกติ 1,500 บาท

stonefree (3)

เรียบง่าย ดิบ ติดดิน ไม่ประดิดประดอย ไม่กระหน่ำอวยสปอนเซอร์ ไม่มีอินสตอลเลชั่นเว่อร์วังอย่างที่เทศกาลดนตรีอื่นเขามีกัน ก็เพราะเป็นตัวของตัวเองแบบนี้จึงถูกจริตของกลุ่มคนอินดี้นัก

ปีนี้สโตนฟรีจัดเป็นปีที่ 4 ริเริ่มโดยแพนด้า เรคคอร์ดส์ ทีมงานชุดเดียวกันกับผู้จัดเทศกาลดนตรีอินดี้ขนาดย่อม Keep on the Grass Folk Music Festival และ Psych-Out Festival บรรยากาศงานสโตนฟรีครั้งแรกเมื่อปี 2554 เป็นไปอย่างอบอุ่นสมเป็นเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้องเข้าใจก่อนว่าอบอุ่นจริงๆ เพราะการจัดงานให้ยิ่งใหญ่เอิกเกริกไม่ใช่จุดประสงค์ของที่นี่ สิ่งสำคัญกว่าคือการพยายามให้คนดูได้ใกล้ชิดศิลปินและปล่อยอารมณ์ไปกับเพลงที่พวกเขารักอย่างเต็มที่ ดังนั้นอย่าหวังว่าจะได้เห็นเวทีอลังการหรือแบคดร็อปตระการตา เพราะที่นี่ศิลปินจะยืนอยู่ระดับเสมอกันกับทุกคนบนพื้นที่โล่งกลางป่า เล่นสดกันกลางแจ้งแบบหามรุ่งหามค่ำ คุณจะดูคอนเสิร์ตในอิริยาบถไหนก็ทำได้ตามสบาย ไม่มีกฎเกณฑ์ ธีม หรือการจัดโซนแบ่งเขตอะไรให้วุ่นวาย จะกางเต็นท์นอนหน้าลำโพงก็ได้ถ้าไม่หนวกหู หรือจะทำอาหารก็ตามใจ ขอเพียงมีจิตสาธารณะ เคารพสภาพแวดล้อม และไม่รบกวนธรรมชาติเท่านั้น

ปีนี้มีศิลปินมาทั้งหมด 56 วงด้วยกัน ไลน์อัพถูกทะยอยประกาศออกมาทีละวงสองวงตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมแล้ว ดังนั้นใครรู้ตัวว่าอินกับเพลงนอกกระแส รีบไปส่องดูว่าศิลปินคนโปรดมาแจมในปีนี้ด้วยหรือไม่ คงจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะ

OVERCOAT MUSIC FESTIVAL
Date: 6 ธันวาคม 2558
Venue: Jolly Land Starlight Amphitheatre เขาค้อ เพชรบูรณ์
Ticket: ราคาปกติ 1,600 บาท

overcoat (1)

ว่ากันว่าโอเวอร์โค้ทเป็นหนึ่งในบรรดางานที่มันส์ที่สุดอีกงานหนึ่งของเมืองไทย อาจเป็นเพราะ 5 ปีที่ผ่านมา ผู้จัดงานคัดเอามาแต่วงดนตรีที่ค่อนข้างดังและขึ้นชื่อว่าเล่นกับคนดูมันส์ เรียกเสียงกรี๊ดกันได้ตลอดทั้งวันทั้งคืนไม่มีแผ่ว หรืออีกปัจจัยที่ทำให้ความสนุกเพิ่มอีกทวีคูณน่าจะเป็นเพราะจัดงานที่เขาค้อ ที่ซึ่งหนาวจับใจชนิดที่ว่าตอนดึกๆ อุณหภูมิลดเหลือหลักเดียว ถ้านั่งเฉยๆ ก็คงจะทนไม่ไหว แต่ละคนเลยต้องต่อกรกับความเย็นด้วยการออกสเต็ปแก้หนาวกันอย่างสนุกสนาน เอาเป็นว่ายิ่งเต้นยิ่งอุ่น แล้วใครเล่าจะยอมอยู่เฉย

ปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 6 บรรดาศิลปินไทยที่หลายคนเรียกร้องก็พากันยกทัพขึ้นเวที รายชื่อวงดนตรีและนักร้องที่จะมาร่วมหนาว ไปกับเราในปีนี้ได้แก่ นนท์ และ สงกรานต์ The Voice, อพาร์ตเมนท์คุณป้า, ทาบาสโก้, เบน ชลาทิศ, ตู่ ภพธร, แสตมป์ อภิวัชร์, Slot Machine, 25 Hours, ปาล์มมี่, Jetset’er, Paradox, Polycat, Summer Stop, จีน กษิดิศ และ Boom Boom Cash

ที่ผ่านมางานนี้ไม่เคยมีบัตรเหลือ ขายออกหมดเกลี้ยงทุกปี นั่นหมายความว่าถ้าใครตั้งใจจะไปก็ควรจะรีบตัดสินใจ ปีนี้มีบัตรขายทั้งหมด 16,000 ใบ น่าจะต้องเร่งสปีดรีบเคลียร์คิวว่างกันได้แล้ว ไหนๆ ก็จะไปเยือนถึงเพชรบูรณ์ทั้งที ถ้าหากจะแวะเวียนแถวนั้น ลองเข้าไปหาข้อมูลจากทางเพจเฟสบุ๊คของงานได้ เพราะเขามีลิสท์สถานที่ท่องเที่ยวแถวที่จัดงานด้วยนะ ข้อมูลเรื่องที่พักไปจนถึงวิธีเลือกเสื้อกันหนาวเขาก็มีเตรียมไว้ให้เราเสร็จสรรพ อำนวยความสะดวกกันสุดๆ บอกเลย งานนี้สบาย

Story by : Sutthimas R.