COLDPLAY_BKK 07042017_038

ในฐานะที่เติบโตมากับ Coldplay หลงรักมาตั้งแต่ได้ยินโน้ตแรกกับเสียงร้องแรกในเพลง Yellow การได้ดูไลฟ์ของพวกเขาจึงเป็นหนึ่งในความฝัน และ 13 ปีก่อนนี้ฝันก็เป็นจริงไปแล้ว เพราะได้ดู Coldplay ที่อิมแพ็คอารีน่า จากที่เคยรักด้วยการฟังแต่เพลง หลังได้ดูไลฟ์ เลเวลความรักยิ่งพุ่งสูงปรี๊ดจนตามไปดู Twisted Logic Tour ที่สิงคโปร์ ซึ่งตอนนั้นประทับใจมาก เพราะ Coldplay น่าจะเป็นวงร็อควงแรกๆ (ในยุคนั้น) ที่ให้ความสำคัญกับโปรดักชั่น มีทั้งแสงสีสวยงาม คอนเฟตติ พลุ ดรายไอซ์ สายรุ้ง รวมทั้งลูกบอลยักษ์กระเด้งกระดอนไปทั่วเวนู แต่เดี๋ยวก่อน ใช่ว่ารักเพราะของเล่น ตอนเล่นที่อิมแพ็คมีแค่พลุกับสายรุ้งก็ยังยอดเยี่ยมมากลากกอไก่ถึงดาวอังคาร

กาลเวลาผ่านมาอีก 13 ปี ระหว่างนั้น Coldplay เติบโตจากวงร็อคชั้นนำของอังกฤษ สู่การเป็นวงดนตรีชั้นนำของโลก  แล้วพวกเขาก็กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง คราวนี้มาในสเกลใหญ่ยักษ์อลังการที่สุดเท่าที่วงหนึ่งจะมีได้ในประเทศนี้ ด้วยการเล่นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แม้บัตรจะไม่โซลด์เอ๊าท์ แต่มองด้วยตาจากหลุม B คิดว่าเหลือไม่เกินหลักสิบ เพราะในหลุมแน่นมาก มองขึ้นไปบนอัฒจันทร์ก็ล้นหลามไปด้วยฝูงชนตั้งแต่ชั้นล่างยันยอดดอยพรึ่บไปหมด

COLDPLAY_BKK 07042017_035
COLDPLAY_BKK 07042017_005
COLDPLAY_BKK 07042017_013
COLDPLAY_BKK 07042017_015

สองทุ่มตรง เจส เคนท์ สาวน้อยที่คริส มาร์ติน เลือกให้มาเล่นเปิดเองก็ขึ้นเวทีบิลด์คนดูด้วยเพลงป๊อปร็อคน่ารักๆ มีทั้งโชว์เสียงร้อง โชว์ลีลากีตาร์ร็อคเท่ๆ ฮิปฮอปก็มี เรียกว่าทำได้หลายแนวและมีความน่าสนใจน่าติดตามพัฒนาการทางด้านดนตรีของเธออยู่ไม่น้อย (รออ่านสัมภาษณ์เธอได้ในบิลบอร์ดไทยแลนด์… ช่วงขายตรง)

สามทุ่มกับอีก 2 นาที (นี่ต้องตั้งตารอขนาดไหน นับเป็นนาทีกันเลยทีเดียว)  ไฟบนเวทีก็สว่างขึ้นพร้อมภาพและเสียงในจอแอลซีดีก่อน คริส มาร์ติน, กาย เบอรี่แมน, จอนนี่ บัคแลนด์ และ วิล แชมเปียน จะชวนแดนซ์กันเลยกับ A Head Full Of Dreams ท่ามกลางพลุไฟตูมตามอลังการสมเป็นการเปิดเวที และถ้าใครไม่ได้เห็นเซ็ตลิสต์หรือเคยดูทัวร์ของพวกเขามาก่อน อาจมีความเหวอเบาๆ เพราะเพลงต่อมาคือเพลงฮิตเพลงดังที่สุดเพลงหนึ่งของโลก Yellow พร้อมๆ กับ Xyloband ที่ทุกคนได้รับเมื่อเข้าคอนเสิร์ตเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองสวยสว่างไปทั้งสนาม เป็นช่วงที่คนหกหมื่นชีวิตผสานเสียง “You know I love you so” ได้เพราะและกระหึ่มชวนชนลุกสุดๆ

COLDPLAY_BKK 07042017_008
COLDPLAY_BKK 07042017_014

 

ภาพคอนเสิร์ตเมื่อ 13 ปีที่แล้วย้อนมาในหัว ตอนนั้นเกาะรั้วหน้าเวทีมองหน้าคริสไปด้วยฟังเสียงร้องไปด้วย มีความโดนสะกดยังไง วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม แม้จะมองหน้าคุณคริสไม่เห็น เพราะหลุม B ของเราช่างห่างไกลกับเมนสเตจเหลือเกิน อันนี้ต้องบอกก่อนว่าชอบเนื้อเสียงคริส มาร์ติน มาก และยกให้เป็นผู้ชายเสียงเพราะที่สุดในโลก (ความเห็นส่วนตัว) การได้ฟังเสียงร้องแบบเต็มๆ กับเพลงอารมณ์ประมาณนี้คือความฟินและเพอร์เฟ็คต์ แล้วก็นะ ระดับเวิร์ลด์ทัวร์มานับสิบปี เสียงร้องไม่มีเพี้ยน หลง ผิดคีย์ ล้า หมดพลังใดๆ เพราะ คม สวย กระจ่าง ใสปิ๊งจนแอบสงสัยว่าลิปซิ้งค์รึเปล่า เห้ย ล้อเล่น

เพลงที่สามเปลี่ยนอารมณ์กลับมาคึกคักกับ Every Teardrop Is A Waterfall หนึ่งในเพลงที่โชว์โปรดักชั่นสวยๆ ทั้งพลุและนกกระดาษปลิวไสวไปทั่วสนามท่ามกลางทะเลไฟสีม่วง กลับไปซึ้งๆ เศร้าๆ ด้วย The Scientist  แล้วกลับมาโยกเบาๆ กับ Birds และ Paradise ราชมังคลาฯ กลายเป็นทะเลไฟสีรุ้งกะพริบวิบวับสวยงามพร้อมเสียงร้อง “para para paradise โว่โอ่โอโอ๊โอ่…” มันเป็นบรรยากาศที่ขลังมากนะกับการที่คนกว่า 60,000 คนมีอารมณ์ร่วมไปกับดนตรีด้วยกันขนาดนี้

COLDPLAY_BKK 07042017_017
COLDPLAY_BKK 07042017_031

ไฟมืดอยู่สักแป๊บ ทั้งสี่ก็ปรากฏตัวบนเวทีเล็กปลายรันเวย์กลางสนามกับเซ็ทเพลงอารมณ์ชิลล์ๆ อย่าง Always In My Mind, Magic และ Everglow ที่ก่อนเข้าเพลง คริส มาร์ติน พูดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 และอุทิศเพลงนี้ให้กับการสูญเสียของคนไทย เนื้อหา เสียงร้องสะกดใจ และเปียโนของคริส ทำให้นี่เป็นหนึ่งในเพลงที่สวยที่สุดในคอนเสิร์ต และทำให้เข้าใจว่าบางทีความเรียบง่ายก็ดีงามที่สุด อนึ่ง ในความเรียบง่ายนั้น คุณต้องมีน้ำเสียงแบบคริส มาร์ติน และทำเมโลดี้กับเขียนเพลงได้บาดใจแบบนี้ด้วยนะ

จบเซ็ทก็กลับเมนสเตจอีกครั้ง ยาวไปกับ Clocks , Midnight, Charlie Brown จัดเต็มเลเซอร์วูบวาบ แล้วต่อด้วย Hymn For The Weekend สองเพลงนี้ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในคลับอีดีเอ็มตอนตีสอง คือเริ่มมีความไฮได้ที่ หลอนๆ ลอยๆ เบาๆ แล้วพลิกฉับกลับมาสวยเศร้าด้วย Fix You เพลงรวมใจมหาชน  ไม่ใช่แค่คอรัส แต่หกหมื่นคนช่วยคุณคริสร้องสนั่นทั้งเพลง โดยมีช่วงพีคที่คริสวิ่งพุ่งกลับไปยังเมนสเตจพร้อมกระโดดตัวลอย ยอมรับในพลังงานของพี่เขาจริงๆ, Hereos เพลงคัฟเวอร์ของเดวิด โบวี่

COLDPLAY_BKK 07042017_003
COLDPLAY_BKK 07042017_026

แล้วก็ถึงเพลงที่หลายคนรอคอย Viva La Vida เราเองก็รอเพลงนี้เพราะชอบดนตรี และคิดว่าเวลาเอามาเล่นสดน่าจะอลังการมาก ซึ่งก็จริง แค่โน้ตแรกของเพลง สนามก็แทบระเบิดด้วยเสียงกรีดร้องของคนดู นี่คือ stadium song ของจริง อย่าว่าแต่หกหมื่น ต่อให้หกแสนคนเพลงนี้ก็เอาอยู่ ยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบ //กราบ

Adventure Of A Lifetime คือเพลงปิดเซ็ทที่ลดอารมณ์ลงนิด เพราะสองเพลงก่อนหน้าคริสวิ่งไปมาระหว่างเมนสเตจกับเวทีเล็กปลายรันเวย์หลายรอบ น่าจะเหนื่อยไม่น้อย ถึงทีแฟนๆ เหนื่อยบ้างเพราะคริสชวนให้แฟนๆ นั่งลงแล้วกระโดดขึ้นพร้อมๆ กันหลายรอบ เป็นช่วงที่สนุกแบบเพลินๆ ร้องไปด้วยเต้นเบาๆ ไปด้วย

COLDPLAY_BKK 07042017_028
COLDPLAY_BKK 07042017_024

ไฟมืดลงอีกครั้ง พร้อมความชุลมุนในหลุม B หน้าสเตจย่อย เพราะทุกคนรู้ว่าถึงเวลาที่ชาว B จะได้เห็นทั้งสี่แบบใกล้ๆ เมื่อเห็นเงาตะคุ่มๆ เดินเรียงแถวกันมา เวทีเล็กและเตี้ยมาก เห็นกันอย่างใกล้ชิดชนิดเหงื่อคริส มาร์ตินกระเด็นใส่หน้า กับ In My Place, Don’t Panic สลับด้วยการพูดคุยแนะนำนักดนตรี คริสแซวเพื่อนว่า “มือเบสของวงเราหล่อมากระดับไปอยู่วง One Direction ได้เลยนะ” คอนเฟิร์มว่าจริง ก่อนคอนเสิร์ตได้สัมภาษณ์กายกับวิล จริงๆ เคยสัมภาษณ์กายมาแล้วเมื่อ 13 ปีก่อน ตอนนั้นหล่อยังไง ตอนนี้ก็ยังหล่อเหมือนเดิม กาลเวลาทำอะไรพี่เขาไม่ได้เลย (รออ่านสัมภาษณ์กายและวิลได้ในบิลบอร์ดไทยแลนด์… ช่วงขายตรงอีกครั้งหนึ่ง)

จบด้วย Til Kingdom Comes ที่คริสบอกว่าไม่ได้แพลนไว้ แต่เพราะวันนี้บรรยากาศดีมากเลยจะร้องเพลงนี้ ใครกรี๊ดหรือไม่ไม่ทราบ แต่นี่ยืนตะลึงฟังให้แน่ใจว่าใช่แน่นะ แล้วก็แอบน้ำตาซึม เพราะเป็นหนึ่งในเพลงที่ชอบที่สุด ไม่คิดว่าจะได้ฟัง แถมได้ฟังแบบใกล้ๆ มีสี่คนอยู่ตรงหน้าห่างไปวาเดียว .. เสียดายก็ตรงกว่าจะได้สบตาคนร้องก็ตอนท้ายนู่น เพราะคริสหันหลังให้ตลอด ทัวร์หน้าแนะนำให้ทำสเตจหมุนได้ 360 องศาเพื่อความฟินของคนดูทุกทิศ

COLDPLAY_BKK 07042017_012
COLDPLAY_BKK 07042017_041

สามเพลงปิดท้ายคือ Something Just Like This เพลงใหม่ที่ทำกับ The Chainsmokers เนรมิตราชมังคลาฯ ให้กลายเป็นแดนซ์ฟลอร์,  A Sky Full Of Stars และ Up & Up สองเพลงที่ตั้งใจมาดูเช่นกัน เพลงแรกชอบเป็นการส่วนตัวและคิดว่ามันคือการเปลี่ยนถ่าย Coldplay จากวงร็อคสู่ป๊อปแดนซ์ได้อย่างลงตัว อยากฟังซาวนด์สดๆ ว่าเมื่อเล่นไลฟ์แล้วจะมีความสดชื่น พลิ้วๆ ลอยๆ เหมือนตอนฟังในไอพ็อดไหม ปรากฏว่าได้ฟีลยิ่งกว่า ฟังสดแล้วก็มั่นใจว่าเส้นทางข้างหน้าที่อาจจะไกลจากอัลบั้ม Parachutes หรือ A Rush Of Blood To The Head ไปสักนิดไม่ใช่เส้นทางที่ผิดพลาด เพราะมันก็แปลกไหมล่ะที่แม้จะมีความแปลกหูในเมโลดี้แต่ก็มีความคุ้นเคยอยู่ด้วย เช่นเดียวกับ Up&Up ที่ปิดคอนเสิร์ตครั้งนี้ไปได้อย่างสวยงาม ยิ่งใหญ่ ทิ้งความสุข พลังงาน และอารมณ์อิ่มๆ ให้คงค้างอยู่ในใจ อ้อ แล้วคริสยังบอกว่าขอบคุณที่รอกันมายาวนานถึง 13 ปี หวังว่าครั้งหน้าจะได้กลับมาเจอกันแบบไม่นานขนาดนั้น

COLDPLAY_BKK 07042017_001
COLDPLAY_BKK 07042017_027

โปรดักชั่น ระบบเสียง การร้อง การเล่นของทั้งสี่ยอดเยี่ยมสมกับที่เป็นวงที่ดีที่สุดวงหนึ่งของโลก ความสนุกและอารมณ์ที่ทิ้งไว้ให้คนดูก็เรียกได้ว่าเพอร์เฟ็คต์ แต่แอบคิดว่าถ้าไม่มีเดดแอร์เล็กๆ ช่วงสลับเวทีน่าจะดีกว่านี้ แล้วก็สำหรับเซ็ตลิสต์ โดยส่วนตัวคิดว่ามีความสวิงของฟีลเพลงมากไปหน่อย เอาเพลงเก่าจากยุคแรกมาต่อกับเพลงใหม่แล้วกลับไปเพลงเก่า หรือเต้นอยู่ดีๆ ก็พลิกไปบัลลาดแล้วกลับมาเต้นต่อ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเพลงเก่ากับเพลงใหม่มันค่อนข้างต่างกัน และคุณกายก็บอกไว้เมื่อตอนคุยกันก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม ว่าหลักในการจัดเซ็ตลิสต์คือเล่นเพลงที่คิดว่าคนดูอยากฟัง เพลงเก่าก็ฮิต เพลงใหม่ก็ดัง ทิ้งฝั่งไหนไม่ได้ เลยออกมาคละเคล้ากันไปแบบนี้

ก็วงเขาทำเพลงมา 20 ปี มีเพลงฮิตมาตลอดทั้ง 20 ปี เวลาจัดเซ็ตลิสต์มันก็ลำบากแบบนี้แหละ มีแต่เพลงดังเต็มไปหมด… (อันนี้คุณกายไม่ได้พูด เราพูดเอง)

Story by: Srivigar S.

Photos by: BEC Tero