01-900

กวิน ศิรินาวิน

ผมคิดอยู่นานว่าจะเขียนบทความนี้ออกมาอย่างไร เพราะผมรู้สึกเหมือนเป็นเด็กเตรียมอนุบาลที่ถูกขอให้เขียนตำราสำหรับนักศึกษาปริญญาเอกในหัวข้อ ‘ทำเพลงอย่างไร’ มันเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่ทำให้ผมปฏิเสธทุกครั้งที่ถูกชวนไปสอนหรือเปิดคอร์สเขียนเพลง นั่นคือผมค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองมีความรู้เรื่องนี้น้อยมาก และยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ

จนกระทั่งโปรดิวเซอร์หนุ่มมาดเซอร์ของวงถามมาในไลน์กลุ่มว่า “ทางรอดของวงการเพลงน้อยจริงๆ ใครมีข้อเสนออะไรบ้าง”

เป็นคำถามที่ทำให้ได้ย้อนคิดว่า เราทำเพลงกันอยู่ทำไม เราอยู่ในโลกที่คนจำนวนมากสะดวกใจกับการซื้อกาแฟแก้วละ 30-40 บาทดื่มทุกวัน มากกว่าซื้อเพลงราคา 19 บาทมาฟัง นี่คือความจริงที่โหดร้าย ซึ่งเราจำใจต้องยอมรับและหาทางอยู่ต่อไปให้ได้

‘การทำเพลง’ ไม่มีสวัสดิการ เจ็บป่วยเบิกไม่ได้ รายรับไม่มั่นคง และเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงดีกว่าการแทงหวยเพียงเล็กน้อย ดังนั้นก่อนจะตอบคำถามว่า ‘ทำเพลงอย่างไร’ คงต้องเริ่มที่การตอบคำถามว่า ‘ทำเพลงไปทำไม’ สำหรับผม ‘การทำเพลง’ เป็นงานที่ทำมาตลอดสิบกว่าปีเพียงเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง ‘การทำเพลง’ สามารถสร้างรายได้ให้เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงชีวิต ในช่วงที่ลำบาก ผมสามารถบอกตัวเองได้อย่างชัดเจนว่า นี่คือสิ่งที่รัก และผมว่ามันคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ ‘การทำเพลง’ ในสมัยนี้

… คุณต้องรักการทำเพลงมากๆ …

ปัจจุบันนี้ความรู้หาได้ง่ายมาก อินเทอร์เน็ตมีอะไรให้คุณมากกว่าเรื่องดราม่าและคลิปวิดีโอวาบหวิว กูเกิ้ลให้คำตอบคุณในเบื้องต้นได้เกือบทุกเรื่อง และยูทูปคือห้องเรียนออนไลน์ชั้นดี ‘การทำเพลง’ ของผมเริ่มต้นจากจุดนี้ เพราะอยากทำเลยอยากรู้ เพราะอยากรู้เลยอยากเรียน และก็ยังคงพยายามเรียนต่อไปเรื่อยๆ

เพลงเป็นบันทึกชีวิตของผม มันเป็นเรื่องราวของผม เกิดจากสิ่งที่ผมประสบพบเจอในชีวิต ด้วยความที่ยังอยากให้มันเป็นเช่นนั้นต่อไป เวลามีการตั้งโจทย์มาเพื่อเขียนเพลงจึงสร้างความยากลำบากให้กับผมเป็นอย่างมาก ผมรู้สึกขัดแย้งกับตัวเอง เพราะชอบให้เพลงเกิดจากการตกผลึกทางความคิดและอารมณ์มากกว่า วิธีแก้ปัญหาจึงกลายเป็นการขังตัวเองอยู่กับบ้าน ฝังตัวอยู่กับเก้าอี้ตัวโปรด กอดกีตาร์ บีบคั้นตัวเองเพื่อสร้างงาน เพื่อให้ได้เพลงออกมาโดยรู้สึกจริงที่สุดสำหรับตัวเอง เขียนมันเข้าไป ในสิบเพลงมันต้องมีที่ดีบ้างสักเพลงสองเพลงนั่นแหละ

ดังนั้นถ้าคุณเลือกจะทำเพลงเป็นอาชีพเพราะต้องการหนีความจำเจจากการทำงานประจำ คุณคิดผิดแล้ว ‘การทำเพลง’ คืองานประจำที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ไม่ต่างอะไรจากการทำงานออฟฟิศทั่วไป ผมว่าลักษณะงานคล้ายๆ ผู้ตรวจสอบบัญชี มีช่วงที่ต้องนั่งโต๊ะ ทำงานที่ออฟฟิศ และช่วงที่ต้องไปออกจ๊อบ เดินสายตรวจบัญชี ต่างกันตรงที่ผู้ตรวจสอบบัญชีรายได้ดีกว่า

… ดังนั้น คุณก็ต้องรักการทำเพลงมากๆ นั่นแหละ …

จนถึงวันนี้ผมยังไม่มั่นใจว่าจะตอบคำถามของโปรดิวเซอร์หนุ่มมาดเซอร์ของผมได้อย่างไร ทางรอดคืออะไร ปลายทางอยู่ที่ไหน เราคงทำได้แค่เชื่อมั่นว่ามันจะดี และรักษาความหวังเอาไว้

เทียบการทำเพลงกับความรัก ในบางมุมก็ไม่ต่างกันมากนัก มีดี มีร้าย มีสุข มีทุกข์ ปะปนคละเคล้ากันไป ได้รสชาตินัวๆ ไว้เติมแต่งชีวิต สุดท้ายแล้วรักก็ยังสวยงาม เพลงก็ยังสวยงาม

ในกรณีที่ปลายทางมันเลวร้ายมากๆ ต้องไปลงเอยด้วยการร่วมทุนกับโปรดิวเซอร์หนุ่มมาดเซอร์เปิดร้านขายเต้าฮวยเลี้ยงชีพในอีกสิบปีข้างหน้า สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจคือ เมื่อมองย้อนกลับมา ผมไม่มีอะไรให้ต้องนึกเสียใจ

… ก็เพราะมันเริ่มมาจากความรักนั่นแหละ …

 

ป.ล. ร้านเต้าฮวยชื่อ ‘เต้าฮวย Jiffy เบ๊ดรูมอะโกโก้

 

Story by: กวิน ศิรินาวิน นักร้องนำวง Bedroom Audio