S1 COVER-067 copy

 

‘อีกไกลแค่ไหนจนกว่าฉันจะใกล้… บอกที’ เชื่อได้เลยว่าแทบไม่มีใครไม่รู้จักเนื้อเพลงท่อนฮุกท่อนนี้จากเพลง ไกลแค่ไหน คือ ใกล้ ที่กลายเป็นเจ้าของสถิติยอดวิวในเว็บไซต์ยูทูป 200,000,000 วิวเพลงแรกของประเทศไทย รวมถึงยังเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่ติดชาร์ต 100 อันดับเพลงทั่วโลกจากเว็บไซต์เดียวกันยาวนานถึง 14 สัปดาห์ และตัวเลข 31 คืออันดับสูงสุดในชาร์ตดังกล่าวที่เพลงนี้ทำได้ ผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลงส่วนใหญ่คงทราบกันเป็นอย่างดีแล้วล่ะว่า วงดนตรีที่ชื่อ Getsunova คือเจ้าของบทเพลงๆ นั้น หลายคนอาจคิดว่า ความสำเร็จได้ถาโถมมาสู่พวกเขาอย่างง่ายดาย อาจเป็นเพราะความป๊อปของเพลงที่เข้าถึงง่าย หรืออาจเพราะลุคและสไตล์อันโดดเด่นที่สมาชิกวงสวมผ้าปิดปากและกลายเป็นที่จดจำ แม้แต่เรื่องราวต้นทุนชีวิตของแต่ละคนที่ถูกมองว่าอยู่ในระดับของการเป็นคนมีฐานะก็ตาม แต่ในโลกแห่งความจริงไม่มีอะไรง่าย ถนนสายดนตรีของ Getsunova ก็เช่นกัน

 

เนม-ปราการ ไรวา (ร้องนำ), นต-ปณต คุณประเสริฐ (กีตาร์, ซินธิไซเซอร์), นาฑี โอสถานุเคราะห์ (กีตาร์) และ ไปร์ท-คมฆเดช แสงวัฒนาโรจน์ (กลอง) คือ 4 สมาชิกแห่งวง Getsunova ที่เมื่อปี 2008 เคยออกอัลบั้มอีพีที่ใช้ชื่อว่า The First Single และปีถัดมากับอีกหนึ่งอีพีอย่าง Electric Ballroom กับเพลงอย่าง กล่อม, เศษส่วน หรือ รูปภาพ ซึ่งเป็นที่รู้จักแค่ในแวดวงดนตรีอินดี้บ้านเราเพียงเท่านั้น

“ตอนนั้นพวกเราปล่อยเพลงออกไป 6-7 เพลง แต่แทบไม่มีใครจำชื่อ Getsunova ได้เลย ก็คิดนะว่าเราจะทำไปทำไม” ฟร้อนต์แมนของวงอย่าง เนม ซึ่งเคยออกอัลบั้มเดี่ยวที่ชื่อ So What’s Your Name เมื่อปี 2006 และมีเพลงที่คนฟังพอจะจดจำได้บ้างอย่าง Princo และ คนลืมยาก นึกย้อนกลับไปถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน เช่นเดียวกับมือกีตาร์มาดเข้มที่ยังคงมีผ้าปิดปากอยู่ตลอดเวลาอย่าง นาฑี ที่เคยถกประเด็นนี้กับ เนม และถึงขั้นคิดจะเลิกทำวง ต่างจาก ไปร์ท หนุ่มที่นั่งอยู่หลังกลองชุดที่บอกกับเราว่า ความคิดที่จะเลิกเป็นนักดนตรีไม่เคยแล่นเข้าสู่หัวสมองของเขาเลยสักครั้ง

ที่หนักที่สุดเห็นจะเป็นมือกีตาร์ที่มาพร้อมกับทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง นต ซึ่งการแต่งเพลงและทำดนตรีคือหน้าที่หลักในวงของเขา “รู้สึกว่าเลิกแต่งเพลงดีกว่า เพราะเราทำแล้วมันพลาด เพื่อนต้องมาเสียเวลากับเรา ลองให้คนอื่นมาทำแทนดีกว่าไหม” นต ยอมรับกับเราตรงๆ แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ไม่ยอมแพ้ “สุดท้ายถ้ามันจะล้ม ก็ให้มันล้มด้วยมือของเราแล้วกัน”

นอกจากบรรยากาศและความรู้สึกหม่นๆ ที่เกิดขึ้นภายในวงแล้ว คำคอมเม้นต์จากรอบด้าน ณ ช่วงเวลานั้นก็บั่นทอนพวกเขาไม่น้อย โดยเฉพาะ เนม กับการเป็นฟร้อนต์แมนที่ค่อนข้างจะเชื่อมโยงกับคนฟังได้ใกล้ชิดที่สุด “เพื่อนก็พูดตรงๆ นะว่าเรายังร้องไม่ดี คนภายนอกก็มีบอกแบบนั้นเหมือนกัน เสียงแปลก ร้องไม่ชัด สารพัดน่ะครับช่วงนั้น” แต่กระนั้นเขาก็รู้ตัวว่ายังขาดการฝึกฝน การที่เขายังหาเสียงของตัวเองไม่เจอคือปัญหาสำคัญในตอนนั้น เขาจึงตัดสินใจไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมกับครูโรจน์-รุ่งโรจน์ ดุลลาพันธ์ ในที่สุด

S4-022 copy

เนม-ปราการ ไรวา

ท่ามกลางเสียงคำวิจารณ์จากรอบทิศทาง แม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่ของสมาชิกวงบางคนที่เสนอแนะให้กลับมาทำธุรกิจของทางบ้านก่อน แต่กำลังใจที่ Getsunova ได้จากคนที่ชอบงานเพลงของพวกเขาจริงๆ ก็มีเช่นกัน “ตอนนั้นคนที่ชอบเราก็จะชอบจริงๆ นะ เขาจะรู้สึกว่างานที่พวกเราทำมีความแปลก พยายามสร้างอะไรใหม่ๆ ที่มีคุณค่า” นต เล่าให้เราฟัง แน่นอนว่าเขาและเพื่อนๆ ในวงต่างซาบซึ้งใจ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็มองข้ามคำชมเหล่านั้นไปบ้าง “เพราะถ้าเราอยู่แต่กับด้านดีที่เกิดขึ้นในตอนนั้นเพียงอย่างเดียว เราก็จะหยุดอยู่แค่นี้ เราต้องการออกไปสร้างกลุ่มคนหรือเพื่อนใหม่ที่จะเข้ามาอยู่กับเราครับ”

… และแล้ว การเดิมพันครั้งสุดท้ายของ Getsunova ก็เกิดขึ้น …

หลังจากช่วงเวลาที่ปล่อยอีพีจำนวน 2 ชุดออกมา ทั้ง 4 คนก็เรียนจบและกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทยตามปกติ ณ ตอนนั้นราวกับว่า พวกเขากำลังยืนอยู่กลางสะพาน และกำลังต้องตัดสินใจเลือกในอะไรบางอย่าง เบื้องหน้าเปรียบเสมือนจุดหมายปลายทางแห่งความฝันที่ Getsunova วาดเอาไว้ อีกฝั่งคือตัวแทนของการยอมแพ้และล้มเลิกความตั้งใจดังกล่าว ซึ่งในช่วงเวลานั้น พวกเขามีเพลง ไกลแค่ไหน คือ ใกล้ อยู่ในมือ และท้ายที่สุด การออกไปสู้อีกสักตั้งคือคำตอบสุดท้ายของพวกเขา

“ถ้าเพลง ไกลแค่ไหน คือ ใกล้ ไม่ได้ผลตอบรับที่พวกเราโอเค หรือไม่เป็นที่รู้จักอีกครั้ง ก็เลิก” เนม กล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง ด้วยการที่พวกเขาทั้ง 4 คนเรียนจบกันหมดแล้ว และกระบวนการในการคิดและทำซิงเกิ้ลดังกล่าวก็ใช้เวลายาวนานเกือบ 2 ปี ทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นเหตุผลที่วงดนตรีสักวงจะมีความพร้อมในการปล่อยผลงานออกมา และหากเกิดข้อผิดพลาดอีกครั้ง พวกเขาก็รู้สึกว่าไร้ซึ่งข้อแก้ตัวใดๆ อีก

          แต่ดูเหมือนว่า การเดิมพันครั้งสุดท้ายนี้… โชคชะตาจะเข้าข้าง Getsunova อย่างเต็มเปา

********************

S6-016 copy

นาฑี โอสถานุเคราะห์

เมื่อเพลงไม่ดัง หากทู่ซี้ทำในสิ่งเดิมๆ ต่อไป ผลลัพธ์ก็คงออกมาแบบเดิม “พวกเราตัดสินใจแล้วว่า Getsunova จะต้องป๊อปขึ้น” นต กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อมถึงช่วงเวลาคั่นกลางระหว่างอีพี Electric Ballroom และ ซิงเกิ้ล ไกลแค่ไหน คือ ใกล้ นั่นอาจเป็นสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้จากโชว์ในช่วงยุคแรกของวงว่า คนดูไม่สามารถร่วมสนุกไปกับพวกเขาได้ และ Getsunova ขาดความเป็นมหาชนอย่างแรง “ช่วงแรกๆ พวกเราก็วัยรุ่นน่ะครับ เฮ้ย อยากมีเพลงเท่ๆ แนวๆ แต่พอปล่อยออกไปก็ไม่มีใครฟัง” มือกีตาร์ที่ควบตำแหน่งมือซินธ์อย่าง นต อธิบายติดตลก

เมื่อมองเห็นข้อบกพร่อง ทุกคนก็ไม่อยู่เฉย นอกจาก เนม จะไปเรียนร้องเพลงเพิ่ม ไปร์ท และ นาฑี ก็กลับมาหยิบจับเครื่องดนตรีของตนเองอย่างเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น ส่วนหนุ่มปณตก็ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนเพลงเพิ่มเช่นกัน “พวกเราไม่ได้เรียนมาทางดนตรีขนาดนั้น เราใช้ความชอบบู๊มาอย่างเดียวเลย แต่ในระยะยาวความบู๊อย่างเดียวมันไม่พอ” นต กล่าว ถึงตอนนั้น ทุกคนในวงต่างกลับไปอยู่หลังจุดสตาร์ท และรอเสียงเสียงปืนลั่นไกครั้งใหม่ดังขึ้นอีกครั้ง

และเมื่อทิศทางเริ่มชัดเจน พวกเขาก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายอย่างไม่ลดละ 23 สิงหาคม 2012 คือวันที่เพลง ไกลแค่ไหน คือ ใกล้ ในรูปแบบ Official Audio เผยแพร่ในยูทูปเป็นวันแรก พร้อมกับภาพที่ เนม เป็นสมาชิกวงเพียงคนเดียวที่เปิดเผยใบหน้า ส่วน นต นาฑี และ ไปร์ท มีผ้าปิดปากซึ่งกลายเป็นที่จดจำภายในชั่วข้ามคืน “จำได้ว่าเมื่อ 4-5 ปีที่แล้วยังเป็นยุคที่คนค่อยๆ เริ่มดูยูทูปเยอะขึ้น เพลงนี้ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนกว่าจะถึง 1 ล้านวิว วันที่ครบล้านนี่ตื่นเต้นมาก หลังจากนั้นก็มาไวมาก มีช่วงหนึ่งถ้าจำไม่ผิดขึ้นวันละล้านวิวเลยครับ” ไปร์ทเป็นตัวแทนบอกกล่าวความรู้สึกในช่วงเวลานั้นถึงเพลงที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของพวกเขาไปแล้ว

“ปรากฏการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับพวกเรามาก่อน” เนม กล่าวเสริม เพราะนอกจากยอดวิวจะขึ้นเอาๆ แบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เฟซบุ๊กก็เต็มไปด้วยการแชร์เพลงนี้มาอยู่บนหน้าวอลล์ของตัวเอง และอีกมากมายที่นำเพลงไปคัฟเวอร์ จนกลายคนยกให้ ไกลแค่ไหน คือ ใกล้ คือปรากฏการณ์แห่งวงการเพลงบ้านเราในปี 2012 เลยก็ว่าได้

S5-020 copy

ไปร์ท-คมฆเดช แสงวัฒนาโรจน์

ในมุมมองของคนฟัง ก็อาจจะรู้สึกว่าเพลงเพราะดี ฟังง่าย เนื้อหาโดนใจ หรืออะไรก็ตามแต่ แล้วถ้ามองย้อนกลับออกมาจากมุมคนทำเพลงล่ะ อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ซิงเกิ้ลดังกล่าวประสบความสำเร็จได้มากขนาดนั้น

เนม มองว่า นอกจากเรื่องของดวงและจังหวะที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ยังมีปัจจัยอีกหลายข้อที่มารวมกัน อาจจะเนื่องด้วยชื่อเพลงที่แปลกตา น่าค้นหาว่ามันคืออะไร เนื้อเพลงที่เชื่อมโยงกับคนทุกเพศทุกวัยและทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรักหรือการงาน หรือแม้แต่เหตุผลที่เขาคิดว่า คนไทยชอบฟังเพลงเศร้า ในขณะที่ ไปร์ท มองไปถึงเรื่องเนื้อหาของเพลงล้วนๆ จากการที่คลิปซึ่งพุ่งไปแตะถึงหลักสองร้อยล้านวิวนั้นเป็นเพียง Official Audio ไม่ได้เป็นมิวสิควิดีโอแต่อย่างใดนั่นเอง

แน่นอนว่าเมื่อความสำเร็จระดับสูงที่ Getsunova ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนตบเท้าก้าวเข้ามาทักทาย ความกดดันในการทำซิงเกิ้ลถัดๆ ไปย่อมย่างกรายเข้ามาสู่ความรู้สึกได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

“ผมถึงกับต้องถามนตว่า กดดันไหม เพราะนตเขาเป็นคนแต่งเพลงไง” นาฑี พูดผ่านผ้าปิดปากตามสไตล์ หลังจากนั้น นต ก็เล่าต่อว่า “พอเราพ้นจากน้ำขึ้นมาและเริ่มหายใจได้ มันกลายเป็นแรงกดดันที่สูงมาก แต่ในอีกแง่มันก็เป็นแรงกดดันที่ดี เพราะมันกดดันให้เราต้องทำให้ดีที่สุดทุกครั้ง”

ความกดดันที่เกิดขึ้นกับมนุษย์แต่ละคนนั้นส่งผลไม่เคยเหมือนกัน หากใครสงสัยว่ามันส่งผลอย่างไรกับ Getsunova ซิงเกิ้ล คำถามซึ่งไร้คนตอบ, อยู่ตรงนี้ นานกว่านี้ และ คนไม่จำเป็น ที่ตอนนี้ยอดวิวเกินร้อยล้านทั้งหมดน่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด หรือแม้กระทั่งเพลงเร็วอย่าง แตกต่างเหมือนกัน ที่ได้ไปประกอบซีรี่ส์วัยรุ่นแห่งยุคอย่าง Hormones วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 และ โดดเดี่ยวด้วยกัน ที่ได้ แพรวา จิรประวัติ ณ อยุธยา แห่งวง Yellow Fang มาร่วมฟีทเจอริ่งก็ได้รับความนิยมไปไม่น้อยเช่นกัน และในที่สุด อัลบั้มเต็มชุดแรกที่ใช้ชื่ออย่างตรงไปตรงมาว่า The First Album ที่พวกเขาทั้ง 4 คนเฝ้ารอคอยก็ได้ฤกษ์วางจำหน่ายไปเมื่อกลางปีที่แล้ว อีกทั้ง Getsunova ยังกลายเป็นวงดนตรีที่เป็นเจ้าของสถิติยอดวิวเพลงรวมทั้งหมดกว่า 700,000,000 วิวอีกด้วย

********************

S3-025 copy

นต-ปณต คุณประเสริฐ

ใครที่พอจะติดตามข่าวคราวของวง Getsunova คงจะพอทราบกันว่า ครอบครัวของสมาชิกแต่ละคนค่อนข้างมีฐานะ พวกเขาจึงถูกมองว่าเป็นวงดนตรีไฮโซบ้างล่ะ เป็นลูกคุณหนูบ้างล่ะ หรือแม้กระทั่งประสบความสำเร็จเพราะมีต้นทุนชีวิตสูงบ้างล่ะ แล้วพวกเขามีมุมมองต่อเรื่องนี้อย่างไรกันบ้าง

“การที่เราถูกมองว่ามีอภิสิทธิ์เหลือคนอื่นก่อนที่จะเริ่มทำผลงานหรืออะไรสักอย่าง มันก็เหมือนเป็นภาพที่ติดลบมากกว่าคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ” เนม ทายาทเจ้าของบริษัทร้านอาหาร S&P กล่าว ซึ่งเขามองว่านักดนตรีทุกคนนั้นเริ่มมาจากพื้นฐานเหมือนกันหมดก็คือ มีเพื่อน อยากทำวง ทำเพลงด้วยกัน อยากเล่นดนตรีต่างหาก แต่การที่คำครหาเหล่านั้นเกิดขึ้นตั้งแต่แรกเริ่ม พวกเขาจึงต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเชื่อให้ได้ว่า ไม่ใช่ว่าใครจะทำเพลงก็ได้ การเป็นศิลปินต้องมีทั้งความพยายาม ความสามารถ วินัย และความอดทน ซึ่งเขาก็รู้สึกว่า Getsunova ก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วในระดับหนึ่ง

ในขณะที่ความคิดเห็นของ นต นั้นน่าสนใจไม่น้อย โดยเขากล่าวว่า “คือจริงๆ แล้วต้องขอบคุณพวกซิงเกิ้ลแรกๆ ที่เราทำพลาดกันนะ มันคือหลักฐานว่า ต่อให้มีฐานะ มีเงินซื้อกีตาร์แพงๆ มันก็ไม่ได้ช่วยในครึ่งชีวิตแรกในการเป็นศิลปินของ Getsunova เลย”

เรายิงคำถามต่อทันทีว่า แล้ว Getsunova ยังมีอะไรให้ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกบ้าง ทุกคนในวงต่างตอบมาเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘อีกเยอะ’ นต มองถึงการที่วงได้รับยอมรับจากคนฟังอย่างแท้จริง กับความรู้สึกที่ว่าต้องไปดู Getsunova ร้องเพลงนี้จริงๆ ไม่ใช่ไปดูวงคัฟเวอร์จากร้านรวงที่ไหนสักแห่งก็ได้ และเมื่อได้ดูครั้งแรกแล้ว ก็ต้องทำให้แฟนๆ อยากกลับมาดูอีกให้ได้ “อยากได้ยินคนพูดว่า อยากไปดู Getsunova ที่งาน Big Mountain ว่ะ ไม่ใช่ว่า เฮ้ย ที่งานมีหลายวงให้ดู มี Getsunova ด้วยนะ อะไรประมาณนี้” นต กล่าว

ส่วนฟร้อนต์แมนอย่าง เนม ก็ยอมรับว่าเขายังมีความเคอะเขินเวลาที่ต้องเล่นต่อหน้าเพื่อนๆ พี่ๆ ศิลปินในวงการ ซึ่งสักวันหนึ่งเขาก็อยากก้าวข้ามความรู้สึกนี้ไปให้ได้ รวมถึงการที่ Getsunova อยากพิสูจน์ตัวเองในระดับนานาชาติ ซึ่งการที่ปีที่ผ่านมาพวกเขามีโอกาสได้ไปทัวร์เอเชียก็ทำให้พอจะเห็นช่องทาง รวมถึงได้เห็นวัฒนธรรมคนฟังของประเทศต่างๆ ที่น่าจะเอามาปรับใช้ได้ในอนาคต

S2-056 copy

 

Getsunova ผ่านจุดที่ถูกมองข้าม เผชิญหน้ากับความท้อแท้ จนในวันนี้ที่พวกเขากลายเป็นวงดนตรีที่ได้รับความนิยมมากเป็นลำดับต้นๆ ของวงการเพลงบ้านเรา อะไรคือสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้ง 4 คนให้ก้าวเดินมาด้วยกันอย่างไม่ย่อท้อกันแน่ นต เป็นตัวแทนวงตอบเราในประเด็นนี้

“อาจจะด้วยเพราะพวกเราเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อนก่อนด้วย Getsunova มีอายุวงประมาณ 10 ปี แต่พวกเราทั้งหมดรู้จักกันมาร่วม 15 ปี แล้วทุกคนมาเล่นดนตรีด้วยกันโดยไม่ได้มีเกณฑ์วัดว่า ใครเก่งถึงจะเอาเข้ามาในวง อาจจะเรียกว่าถูกชะตาก็ได้นะ แล้วพวกเราก็ค่อยๆ เติบโตมาด้วยกัน” และนอกจากนั้นลักษณะการทำงานที่ปล่อยให้แต่ละคนได้นำเสนอสิ่งที่คิดอย่างอิสระและเต็มที่ รวมถึงนิสัยส่วนตัวที่ค่อนข้างเรียบง่าย สบายๆ จึงทำให้เรื่องขัดแย้งแทบจะไม่เกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ

หลังจากอัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตประสบความสำเร็จไปอย่างงดงาม ตอนนี้ Getsunova เริ่มลงมือทำอัลบั้มชุดต่อไปกันแล้ว ซึ่งวงดนตรีระดับโลกหลายวงมักจะยังคงยึดตามแนวทางความสำเร็จเดิม แต่ก็มีอีกหลายวงเช่นกันที่ฉีกออกไปยังถนนเส้นใหม่แบบไม่มองเหลียวกลับมาแม้แต่น้อย

“ผมว่าเพลงช้าที่เป็นเพลงขายก็คงยังต้องมีแหละ แต่คงต้องเป็นมุมมองที่โตขึ้น” ไปร์ท ตอบเราเป็นคนแรก ส่วน นต ก็อธิบายเพิ่มเติมว่า ไดเรกชั่นคงมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน โดยจะเพิ่มความเข้มข้นลงไปในตัวเพลง ซึ่งที่ผ่านมาเขามองว่า ด้วยสังคมการฟังเพลงในบ้านเรา รวมถึงเสียงของ เนม ทำให้เพลงช้าค่อนข้างมีบทบาทเด่นชัดกว่า เขาจึงอยากเพิ่มเติมสัดส่วนของเพลงเร็วที่สามารถเอนเตอร์เทนคนดูได้ หรือแม้กระทั่งเพลงช้าที่มีจังหวะหนักแน่นขึ้น ภายใต้ความเป็น experimental pop ที่ยึดมั่นในความร่วมสมัยที่ให้อิสระในการทำเพลงค่อนข้างมาก

“นาฑีเคยกลับมาย้อนถามผมด้วยนะว่า ยอดวิวอัลบั้มที่แล้วรวมกัน 700,000,000 วิว มาทำอัลบั้มใหม่ไม่กดดันเหรอวะ เออ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยคิดนะ มาเริ่มคิดตอนมันถามนี่แหละ” หลังสิ้นสุดประโยคนี้ของ นต ก็เล่นเอาวงสัมภาษณ์กลั้วไปด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนที่ เนม จะกล่าวย้ำว่า Getsunova ไม่มีทางจะทำอะไรซ้ำเดิม แต่ก็ยังไม่ละทิ้งตัวตนของพวกเขา และคงความสุขและสนุกในการเล่นดนตรีของทุกคนเอาไว้อย่างแน่นอน อีกทั้งในอัลบั้มที่ 2 ก็มีการเปลี่ยนโปรดิวเซอร์ที่พวกเขาขออุบชื่อไว้ก่อนด้วย ซึ่งถ้าเสร็จทันปีนี้ก็อยากจะปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันเลย “ไม่อยากให้รอนาน 10 ปีเหมือนคราวที่แล้วอีกน่ะครับ” เนม ปิดประเด็นพร้อมรอยยิ้มเขินๆ ที่เราคุ้นตา

จากที่ปล่อยเพลงอะไรออกมาก็ไม่ดัง Getsunova กลายเป็นวงดนตรีที่เริ่มกลายเป็นที่จับตามองว่าพวกเขาจะทำอะไรกันต่อ และตัวเลขวิวอันสูงลิบที่พวกเขาไม่เคยคาดฝัน สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าอย่างไรกับพวกเขาบ้าง “มาก มันมีคุณค่ากับพวกเรามาก ผมใช้คำว่ารอมานาน 10 ปีเต็ม เพราะการมีอัลบั้มคือความฝันของผมตั้งแต่เด็ก” ไปร์ท กล่าว ในขณะที่ นต ก็คิดไม่ต่างกัน “มันคือการรอคอยครับ พวกเราทำซิงเกิ้ลมาเรื่อยๆ พอมารวมกันเป็นอัลบั้มแบบเป็นชิ้นเป็นอัน การได้จับซีดีมันเป็นอีกความรู้สึกหนึ่ง ยิ่งออกมาเป็นบุ๊คเล็ต รวมถึงอาร์ตเวิร์คที่พวกเราภูมิใจกับมันมากๆ วันที่เห็นอัลบั้มครั้งแรกทั้งตื่นเต้นและดีใจ”

เมื่อมองย้อนกลับไป ภาพเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตมากมายแตกต่างกันไปของ 4 หนุ่ม Getsunova คงลอยมาเป็นช็อตๆ ทั้งรอยยิ้ม แต่หากจะให้มองไปสู่อนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า พวกเขากลับมีเป้าหมายเดียวกันว่า จะยังได้เห็นวงดนตรีที่ชื่อ Getsunova เล่นดนตรีด้วยกันอย่างแน่นอน

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Binn Buameanchol