ในยุคปัจจุบันที่วงการดนตรียังคงดึงดูดให้คนรุ่นใหม่อยากที่จะเข้ามาสัมผัส ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถอย่างเดียวนั้นคงไม่พอ ปัจจัยในเรื่องของโอกาสและเวลาก็เรียกได้ว่าเป็นอีกตัวแปรสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้ แล้วจะมีอะไรดีไปกว่าการเปิดพื้นที่ต้อนรับคนดนตรีรุ่นใหม่ที่มีพรสรรค์ แต่ขาดโอกาสที่จะระเบิดของดีในตัวออกมา

เพื่อการตอกย้ำภาพลักษณ์โรงแรมสุดฮิป สำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่หรือกลุ่มมิลเลนเนียลที่มีใจรักในเสียงดนตรีและศิลปะ Aloft Hotels จึงร่วมมือกับ MTV หนึ่งในผู้นำทางดนตรี ความบันเทิง และแหล่งรวมวัฒนธรรมดนตรีของยุคมิลเลนเนียล เพื่อเฟ้นหาและสนับสนุนกลุ่มศิลปินหน้าใหม่กับการแข่งขัน Project Aloft Star ซึ่งได้จัดต่อเนื่องมาจนถึงปีที่สามแล้ว

สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นจัดขึ้นในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ ใจกลางสุขุมวิท 11 ย่านธุรกิจและแหล่งบันเทิงของกรุงเทพมหานคร โดยมีวงดนตรีที่มาพร้อมกับดนตรีหลากหลายแนวจากประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย และผู้ที่คว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ไปคือสาวน้อยชาวอังกฤษที่เกิดและโตในประเทศสิงคโปร์วัยเพียง 18 ปี โซฟ รีทีฟ กับเพลงที่เธอแต่งขึ้นเองอย่าง Guy Like You เพลงป๊อปจังหวะน่ารักๆ และด้วยลีลาการเล่นอูคูเลเล่คู่ใจ ประกอบกับเสียงร้องหวานๆ จนทำให้เธอนั้นคว้าใจกรรมการและเสียงโหวตจากทางบ้าน จนทำให้เธอกลายเป็นผู้ชนะคนล่าสุดของ Project Aloft Star 2016 พร้อมคว้ารางวัลกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือกว่าสามแสนบาท และโอกาสที่จะได้ร่วมเป็นศิลปินโชว์ผลงานในสื่อต่างๆ ของเอ็มทีวีเอเชีย

บิลบอร์ด ไทยแลนด์ได้มีโอกาสคว้าตัวผู้ชนะมานั่งพูดคุยแบบสดๆ ร้อนๆ หลังจากคว้าชัยชนะในครั้งนี้ เพื่อทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นกับสาวน้อยวัย 18 ปี ที่เริ่มต้นทราบข่าวการแข่งขันในครั้งนี้จากหน้าเฟซบุ๊กจนกลายมาเป็นผู้ชนะในที่สุด

7-soph-retief

 

“จริงๆ แล้วฉันเห็นโฆษณาการแข่งขันนี้บนเฟซบุ๊กนะคะ (หัวเราะ) ก็เลยไปบอกน้องสาวของฉัน แล้วเราก็คิดว่าทำไมถึงจะลงแข่งขันไม่ได้ล่ะ เลยตัดสินใจสมัครในทันที” เธอกล่าวพลางหัวเราะอย่างตื่นเต้น “ฉันเริ่มแต่งเพลงเมื่อตอนอายุประมาณ 12 ค่ะ ตั้งแต่นั้นมาฉันก็แต่งเพลงมาเรื่อยๆ จนตัดสินใจที่จะเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ แล้วก็แทบไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่าฉันจะกลายเป็นผู้ชนะ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากๆ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่ฉันเคยมีมา และที่สำคัญยังได้เจอคนที่มีพรสรรค์เก่งๆ มากมาย ซึ่งเป็นอะไรที่เยี่ยมมากๆ เลยค่ะ”

สำหรับเธอเองด้วยวัยเพียง 18 ปี ความกดดันย่อมเกิดขึ้นเสมอกับการแข่งขันที่ไม่ใช่เพียงการแข่งขันเล็กๆ ภายในประเทศแต่เป็นถึงระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อถามว่ารู้สึกถึงกดดันหรือไม่สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้เธอก็ตอบด้วยความมั่นใจว่า “มันค่อนข้างน่ากลัวในตอนแรกสำหรับฉันนะคะ แต่ฉันก็อยากทำมันมากๆ แล้วฉันก็คิดว่าทำไมฉันจะทำไม่ได้ล่ะ นั่นแหละค่ะเพราะความอยากที่จะทำมันล้วนๆ ฉันเลยกล้าที่จะลอง” ก่อนจะเสริมว่าสิ่งที่ผลักดันให้เธอลงแข่งขันก็คือ “ฉันอยากที่จะเข้าร่วมการแข่งขันมาตลอดอยู่แล้วค่ะ จนเริ่มรู้สึกว่าเพลงที่ฉันแต่งนั้นพร้อมที่พาฉันเข้าสู่การแข่งขันแล้ว ดังนั้นฉันก็เลยตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้”

แน่นอนว่าในแต่ละเมืองแต่ละประเทศย่อมมีบรรยากาศความแตกต่างหรือความเหมือนในด้านของแวดวงดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมืองที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสิงคโปร์ ซึ่งเธอเองก็บอกว่าบรรยากาศในวงการดนตรีที่นั่นกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับศิลปินหน้าใหม่ที่พร้อมจะแจ้งเกิดด้วยแนวทางดนตรีที่หลากหลาย และสำหรับเธอเองนั้น ส่วนผสมระหว่างป๊อปและโซลก็อาจจะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในเส้นทางสายดนตรีของเธอด้วยเช่นกัน อย่างเช่นในเพลงที่เธอใช้ในการแข่งขันอย่าง Guy Like You ที่เธอนั้นทั้งแต่งและร้องเองทั้งหมด ก่อนจะกล่าวถึงความตื่นเต้นที่จะได้สัมผัสวงการดนตรีอย่างแท้จริง “ตอนนี้ฉันรู้สึกว่า ฉันคงจะมีโอกาสได้เห็นว่าบรรยากาศในวงการดนตรีที่นั่นว่าเป็นอย่างไร แล้วฉันก็แทบจะอดใจไม่ไหวแล้วที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน”

สุดท้ายเมื่อถามถึงก้าวต่อไปของเธอในฐานะว่าที่ศิลปินดาวรุ่งคนใหม่ของวงการ เธอก็ตอบอย่างมั่นใจว่า “สิ่งที่แน่นอนสำหรับฉันก็คือ ฉันจะยังคงเดินหน้าทำดนตรีของฉัน เพราะว่ามันคือสิ่งที่ฉันอยากทำในชีวิต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแต่งเพลงที่ถือว่าเป็นชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้ เพราะว่าฉันอยากเก่งเหมือนอเดลค่ะ” เธอกล่าวพร้อมอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะปิดท้ายว่า “ฉันชอบที่จะร้องเพลงของอเดลมาก แล้วฉันก็อยากจะเขียนเพลงได้เหมือนเธอ ฉันคิดว่าเนื้อเพลงและดนตรีของเธอมันมหัศจรรย์มาก แล้วเธอก็คือไอดอลของฉันอย่างแท้จริงค่ะ”

2-girlfriend-for-rent

วง Girlfriend For Rent จากประเทศไทย

8-vincent-ong-soph-retief

 

นอกจากบิลบอร์ด ไทยแลนด์จะได้พูดคุยกับผู้ชนะจาก Project Aloft Star 2016 แล้ว เรายังมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Brand Management, Starwood Hotels & Resorts คุณวินเซนต์ ออง ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์สุดคูลในครั้งนี้ ที่สอดคล้องกับความตั้งใจของแบรนด์ที่จะมุ่งเน้นและส่งเสริมด้านดนตรีเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ที่มีเสียงดนตรีในหัวใจพร้อมกับการมอบประสบการณ์สุดพิเศษในฐานะโรงแรมเพื่อนักเดินทางรุ่นใหม่

“แบรนด์อลอฟท์นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้านักเดินทางรุ่นใหม่หรือที่เราเข้าใจกันคือ มิลเลนเนียล” เขากล่าว และเพื่อที่จะสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ได้ ย่อมมีเสียงดนตรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งอย่างแน่นอน “ความต้องการของพวกเขาคือ ดนตรี เทคโนโลยี และการดีไซน์ ซึ่งก็สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของเรา ดังนั้นเราจึงทำสามสิ่งนั้นให้มีชีวิตชีวาขึ้นในโรงแรมของเรา อย่างเช่น การเปิดโอกาสให้นักดนตรีรุ่นใหม่ไฟแรงมาใช้พื้นที่ปลดปล่อยความสามารถของพวกเขาที่ W XYZ Bar ในโรงแรมอลอฟท์ของเราทั่วโลก เพื่อให้พวกเขาไม่มีข้ออ้างในเรื่องของโอกาสมาขัดขวางการทำตามความฝันของนักดนตรีรุ่นใหม่” และจากการร่วมมือกับเอ็มทีวี เอเชีย จึงทำให้เกิดการแข่งขัน Project Aloft Star เมื่อ 3 ปีที่แล้ว “เพราะด้วยความตั้งใจของเราที่จะต้องการเข้าถึงเหล่าศิลปินรุ่นใหม่ที่มีความสามารถจากทั่วทุกมุมของเอเชีย เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าพวกเขานั้นมีโอกาสที่จะแจ้งเกิดในวงการเพลงไม่น้อยกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการร่วมมือจากเอ็มทีวี ที่เราทั้งคู่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันในเรื่องของดนตรีและวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ เราตั้งใจที่จะออกค้นหาผู้มีพรสวรรค์และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ฉายแสงอย่างเต็มที่ ดังเช่นกับผู้ชนะคนล่าสุดของเราในปีนี้”

และในช่วงเวลาที่ผ่านมาการแข่งขันในครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไปอย่างสวยงาม ทั้งศิลปินเองและทางแบรนด์ ด้วยการสร้างศิลปินหน้าใหม่กับคุณภาพคับแก้วให้แก่วงการเพลงมากมาย พร้อมจำนวนผลงานที่ส่งเข้ามาประกวดก็เพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ ทุกปี นอกจากนี้เขายังกล่าวเสริมอีกว่า “สำหรับความประสบความสำเร็จเหล่านั้นในฐานะของธุรกิจโรงแรม ก็คือการที่จะทำให้การแข่งขันนั้นเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นไปอีกและยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี ในส่วนของผู้ชนะด้วยเช่นกันให้สมกับความมุ่งมั่นของพวกเราแต่แรกที่จะผลักดันคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถให้แจ้งเกิดในวงการเส้นทางสายดนตรี”

ในส่วนของการแข่งขันเองที่มีผู้เข้าร่วมมากมายจากเหล่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นความแตกต่างของแต่ละวงนั้นก็ย่อมตามมาด้วยเช่นกัน “แน่นอนว่าต้องเป็นในเรื่องของความแตกต่างทางดนตรี พวกเราได้ฟังผลงานเพลงหลากหลายแนวดนตรีจากผู้เข้าประกวด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเราได้เห็นการนำพรสวรรค์ของพวกเขามาใช้ในการแสดงออกและปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นผ่านเสียงเพลง ดังนั้นบางทีพวกเราก็ได้ฟังผลงานใหม่ๆ ที่พวกเราแทบจะไม่เคยได้ยินมาก่อนก็มี”

ซึ่งเขาและทางแบรนด์ก็หวังว่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าแข่งขันเดินหน้าตามหาความฟันต่อไป ถึงแม้จะชนะการแข่งขันนี้หรือไม่ก็ตาม “พวกเราก็หวังว่าจะสามารถช่วยพวกเขาได้ไม่มากก็น้อยจากการแข่งขันครั้งนี้” เขากล่าวเสริม

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการให้กำลังใจแก่นักดนตรีรุ่นใหม่ทั้งหลายและสร้างความมั่นใจว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีพื้นที่เพื่อปลดปล่อยไฟในตัวเองออกมา “พวกเรายังคงเดินหน้าทำโปรเจกต์นี้ต่อไปและจะคอยเป็นกระบอกเสียงให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถได้รู้ ว่าพวกเขายังมีพื้นที่ที่จะสามารถแสดงความสามารถในการแข่งขันนี้ ที่ทุกคนทั่วทั้งเอเชียนั้นมีสิทธิเท่าเทียมกันทุกคนที่จะเป็นผู้ชนะ พวกเราพร้อมที่จะเป็นแสงสว่างนำทางพวกคุณไปสู่เป้าหมายที่หวังไว้ ดังนั้นพวกเราก็ขอให้ทุกคนเดินหน้าทำสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ และที่สำคัญอย่าหยุดไล่ตามความฝันของตัวเอง”

 

 

Story by: Akkachai S.
Photos by: Aloft Hotels