ag-Ariana-Grande-bb14-fea-2016-billboard-650-1548

 

อาเรียนาในวัย 22 ปีที่พยายามจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ด้วยการบาลานซ์ชีวิตระหว่างการเติบโต ความรักและการต่อสู้กับกระแสวิจารณ์ โดยเฉพาะกับการเป็นศิลปินป๊อปที่ผู้คนดูจะไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ที่จะร้ายใส่เธออย่างไม่ปราณี พร้อมกับอาวุธลับที่อาจจะไม่ลับเท่าไหร่ในการมัดใจแฟนๆ ก็คือพรสวรรค์ในการร้องเพลงของเธอนั้นเอง

 

ถึงแม้ว่าตัวบ้านจะไร้ซึ่งการตกแต่งใดๆ จะมีก็คงแต่เหล่ากรอบรูปที่ยังไม่ถูกแม้กระทั่งแกะออกจากกระดาษหุ้มวางพิงเรียงรายอยู่ตามผนังรอการนำไปตกแต่ง แต่ตัวบ้านก็ยังสามารถบ่งบอกถึงความอลังการของตัวมันเองด้วยขนาดห้าห้องนอน เสริมความหรูหราด้วยพื้นหินอ่อนพร้อมด้วยหน้าต่างบานใหญ่สูงจรดเพดาน นั่นคงจะเป็นการบรรยายถึงบ้านหลังงามย่านเบเนดิก แคนยอนที่ดีว่าสาวอาเรียนา กรานเดเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ในยามบ่ายวันจันทร์เดือนเมษายน อาเรียนานั่งอยู่บนเก้าอี้บุกำมะหยี่สีขาวสุดหรูบนหัวโต๊ะทานข้าวด้วยเสื้อยืดสีดำธรรมดาเรียบๆ กางเกงผ้ายืดสีดำและรองเท้าสนีกเกอร์สีดำล้วน พร้อมด้วยผมเปียหลวมๆ ยาวประหน้าอก แมคบุ๊ค ไอโฟน ขวดน้ำ และแก้วกาแฟสตาร์บัคส์ที่ล้วนแต่วางอยู่ตรงนั้นก่อนที่เธอจะมาที่ดูเหมือนกับว่าการพบปะพูดคุยตามแบบฉบับฮอลลีวู้ดนั้นกำลังจะเกิดขึ้น เริ่มต้นความประทับใจด้วยการที่เธอให้คำนิยามความเป็นมาและความหมายของอัลบั้มชุดที่สามของเธอ Dangerous Woman ว่ามันคือ “เด็กสาววัย 22 ปีที่พยายามจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ด้วยการบาลานซ์ชีวิตระหว่างการเติบโต ความรัก และเรื่องราวต่างๆ มากมาย”

แต่ในโลกของอาเรียนาสิ่งต่างๆ นั้นมักจะดูซับซ้อนและแปลกไปจากตอนแรกที่ได้เห็น อย่างเช่นหลังจากที่เธอบอกเปรยถึงความหมายของอัลบั้มและความเติบโตขึ้นของเธอ เธอก็ชายตามองไปที่เพดานเหมือนกับมองหาอะไรบ้างอย่างแล้วก็โพล่งออกมาว่า “เออแล้วเธอก็มีหูกระต่ายซุปเปอร์บันนี่ที่ทำจากลาเท็กซ์ด้วยนะ!” เมื่ออาเรียนาอดีตนักแสดงเด็กจาก Nickelodeon ที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์และล่าสุดก็เพิ่งจะโชว์ลีลาการเลียนเสียงของป๊อปสตาร์คนอื่นๆ ในรายการ Saturday Night Live และ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon ที่เรียกได้ว่าไม่ใช่เพียงแต่เสียงที่เหมือนแต่รวมถึงคาแรกเตอร์อีกด้วย เมื่อเครื่องเริ่มติดบรรยากาศในห้องที่ตอนแรกดูเหมือนกับห้องประชุมก็เริ่มดูเหมือนกับสตูดิโอซ้อมเต้นขนาดย่อมๆ ขึ้นมา ระหว่างการพูดคุยเธอมักจะกระพริบตาถี่ๆ ด้วยขนตาอันงอนเด้งสุดแสนจะเย้ายวนที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข

ตามที่เราเห็นจากการที่อาเรียนาปรากฏอยู่บนปก Dangerous Woman ด้วยหูกระต่ายสีดำแวววาวอันใหญ่ ที่เอาจริงๆ แล้วก็ดูเหมือนกับว่ามันดีไซน์มาเพื่อ American Horror Story โดยนักวาดการ์ตูนจาก Warner Bros. เสียมากกว่า “ซุปเปอร์บันนี่เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของฉันแล้วก็เป็นวายร้ายได้เหมือนกันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของฉัน” อาเรียนากล่าว “ไม่ว่าเมื่อไรก็ตามที่ฉันรู้สึกสงสัยในตัวเองหรือเกิดคำถามขึ้นฉันมักจะเชื่อในความรู้สึกของฉันและมันจะถูกอยู่เสมอ เพราะว่าคนอื่นๆ มักจะบอกฉันอีกอย่าง ฉันก็เลยจะแบบ ‘ถ้าสมมติเป็นซุปเปอร์บันนี่สุดเปรี้ยวนั้นหล่อนจะทำยังไงนะ’ แล้วหล่อนก็จะช่วยให้ฉันตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”

ไม่ว่าจะเชื่อในความรู้สึกของตัวเธอเอง ทีมงานของเธอ หรือความเชื่อมั่นของตัวเธอเองทั้งหมดทั้งมวลก็เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางสายอาชีพของเธอกับเพลงฮิตจากอัลบั้มใหม่ Dangerous Woman กับซาวนด์อาร์แอนด์บีและเนื้อหาที่ส่งมอบกำลังใจให้เกิดการเชื่อมั่นในตัวเองและส่งพลังออกไป ทำให้อาเรียนากลายเป็นศิลปินคนแรกในประวัติศาสตร์บิลบอร์ดฮอต 100 ที่มีซิงเกิ้ลนำจากสามอัลบั้มแรกของเธอเดบิวต์ขึ้นชาร์ตท็อป 10 และอัลบั้มของเธอยังทำยอดขายทั่วสหรัฐอเมริกาได้กว่า 1.3 ล้านอัลบั้ม ตามรายงานจาก Nielson Music และทำเงินไปกว่า 41.8 ล้านดอลลาร์จากการทัวร์คอนเสิร์ต Honeymoon Tour ในปี 2015 ตามการรายงานจากบิลบอร์ด และมียอดวิวกว่าสี่พันล้านวิวในยูทูป นอกจากนี้ยังมีผู้ติดตามมากเป็นอันดับสี่ในอิสตาแกรมด้วยยอดผู้ติดตามกว่า 71.4 ล้านคนและอันดับที่ 18 บนทวิตเตอร์ด้วยจำนวนคนติดตามกว่า 38.8 ล้านคน อีกทั้งยังจะปล่อยอัลบั้มใหม่ด้วยการขึ้นโชว์ในงานบิลบอร์ด มิวสิค อวอร์ดส ในวันที่ 22 พฤษภาคม  แต่เธอก็ยังพูดอย่างถ่อมตนว่า “ฉันรู้สึกว่าฉันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง เหมือนหลายๆ คนลืมไปแล้วว่าฉันเพิ่งจะเริ่มมาได้แค่สามปีเอง” 

ariana-grande-dangerous-women-album-art-2016-billboard-1250

 

แต่อาเรียนาก็มีอาวุธลับที่อาจจะไม่ลับเท่าไรในการมัดใจแฟนๆ ก็คือ พรสวรรค์ในการร้องเพลงของเธอ “เธอเป็นนักร้องตัวจริงเสียงจริง” ตามคำกล่าวของเมซี่ เกรย์ที่ได้ร่วมงานกับเธอในเพลงที่มีเนื้อหาบาดลึกถึงหัวใจมากที่สุดในอัลบั้ม Dangerous Woman อย่าง Leave Me Lonely มันเหมือนกับสิ่งที่ มาราย แคร์รี่, วิทนีย์ ฮูสตัน และคริสติน่า อากีเลร่ามีพวกพลังเหล่านั้น ซึ่งตอนแรกฉันก็ไม่เคยรู้มาก่อน แล้วเพลงป๊อปของเธอก็เป็นอะไรที่คุณสามารถฟังได้จนจบแบบไม่ต้องกดข้ามเลย”

ในขณะเดียวกันความเฟมินิสม์ของอาเรียนานั้นก็แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ “คุณอยากเห็นสิ่งที่ฉันเซฟไว้ในโทรศัพท์เพราะว่ามันทำให้ฉันโมโหมากตอนเห็นมันมั้ย” เธอถามผม แล้วมันก็คือเหล่าทวีตของสถานีวิทยุจากประเทศอังกฤษที่ทวีตแทะโลมอย่างหื่นกระหายเกินงามสองนักร้องหนุ่มสุดฮอตจัสติน บีเบอร์และเซย์น มาลิกกับการโชว์เนื้อหนังมังสาและไมลีย์ ไซรัสกับคิม คาร์ดาเชี่ยนในเรื่องเดียวกัน “ถ้าคุณจะกล่าวยกย่องสรรเสริญนักร้องผู้ชายว่าพวกเขาเซ็กซี่ขนาดไหนตอนถอดเสื้อ” แกรนเดว่า “แล้วในขณะเดียวกันถ้าผู้หญิงตัดสินใจอยากที่จะลุกขึ้นมาถ่ายรูปโดยนุ่งแค่กางเกงชั้นในหรือโชว์หน้าอกหน้าใจพวกเธอก็สมควรที่จะได้รับการชื่นชมเช่นเดียวกับผู้ชาย ฉันจะยืนหยัดในคำพูดของฉันจนกว่าฉันจะกลายเป็นยายแก่เดินโชว์นมใน Whole Foods เดินโป๊อยู่ที่ช่องสินค้าด้วยอายุ 95 กับผมหางม้าที่ผูกด้วยโบว์จากชาแนล จำคำฉันเอาไว้ได้เลยแล้วเจอกันตอนฉันอายุ 95

ในเดือนมิถุนายนอาเรียนาทวีตภาพข้อความที่เธอเขียนขึ้นเพื่อบรรยายความเป็นหญิงแกร่งของเธอ โดยอ้างอิงจากคำพูดของสเตเนมในปี 1971 ว่า “ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ตามที่เลือกที่จะทำตัวแบบมนุษย์ปกติทั่วไป ควรได้รับการเตือนว่าสังคมจะปฏิบัติกับพวกเธอว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องตลก แล้วพวกเธอจะต้องการเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่สตรี”

เพื่อนพ้องน้องพี่สตรีของอาเรียนานั้นรวมถึงแม่และย่าของเธอ เหล่าผู้จัดการส่วนตัวสเตฟานี่ ไซมอนและเจนนิเฟอร์ เมอริโน่ (อาเรียนาเพิ่งแยกทางกับอีกหนึ่งผู้จัดการส่วนตัวสกูเตอร์ บรอนเมื่อตอนเดือนกุมภาพันธ์) รวมทั้งหนึ่งในแฟนคลับเหนียวแน่นของเธอหรือที่เรียกว่าอริเนเตอร์และยังเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ตั้งแต่สมัยอยู่ฟลอริด้าด้วยกันคือมิชา แลมเบิร์ตที่ตอนนี้ทำงานเป็นนักเขียนและอเล็กชา ลูเรียที่เพิ่งจบการศึกษาจาก The University of Florida ด้วยอานิสงส์ของการเป็นเพื่อนสนิทสาวอาเรียนาทำให้เธอมียอดผู้ติดตามในอินสตาแกรมถึง 560,000 คน

ฉันมีเพื่อนเยอะแยะที่เราสนิทกันมานานมากตั้งแต่สมัยเรียนประถม” อาเรียนากล่าว “พวกเขาคิดว่ามันเป็นอะไรที่ตลกมากเวลามีคนมาขอถ่ายรูปคู่กับฉันที่สตาร์บัคส์ เพราะพวกเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องแปลก พวกเขานี่แหละที่เป็นคนคอยเตือนสติและทำให้ฉันเป็นคนถ่อมตนอยู่เสมอ ทุกวันนี้ฉันก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นอาเรียน่าจากโบกา ราตั้นที่รักโรงละครมิวสิคัลและสุนัขเพียงแต่ว่าตอนนี้ฉันทำงานแล้วเท่านั้นเอง”

01-Ariana-Grande-bb14-fea-2016-billboard-jdkfls-1250

 

มอนเต ลิปแมนประธานค่ายเพลง Republic Records จับอาเรียนาเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในค่ายในปี 2011 ขณะที่เธออายุเพียง 17 ปี “ตอนนั้นผมกำลังนำเสนอและดันเธอให้แก่ค่ายเพลง” เขากล่าว “และผ่านไปแค่เพียงประมาณสิบสองนาทีเธอก็ขัดผมแล้วบอกว่า ’คุณอยากได้ยินเสียงฉันตอนร้องเพลงไหม’ หลังจากนั้นเธอก็พ่นไฟและสะกดทุกคนให้อยู่หมัดด้วยพลังเสียงของเธอกับเพลงของวิทนีย์ ฮูสตัน และนอกจากนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอนั้นโดดเด่นกว่าชาวบ้านก็คือการที่เธอไล่ล่าความฝันที่จะเป็นนักแสดงเพื่อเป็นปูทางไปสู่เส้นทางสายนักร้องอาชีพ อารินั้นเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์”   

บิ๊ก ชอนอีกหนึ่งแรปเพอร์ที่เคยได้ร่วมงานกับอาเรียนาแล้วมีการพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายมาเป็นหวานใจของเธอ ความสัมพันธ์สุดโรแมนติกของทั้งคู่ระยะเวลากว่าแปดเดือน จบลงในช่วงต้นปี 2015 เพราะว่าทั้งคู่ต่างที่จะมุ่งมั่นและเต็มที่กับการทัวร์ทำให้ทั้งคู่นั้นต้องแยกจากกันเป็นส่วนใหญ่ และสาวอาเรียนาเองก็บอกเองว่าการแยกทางกันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเกินไป มีก็แต่เหล่าข่าวเมาท์แทปลอยด์ที่ต่างพากันเล่นข่าวไม่ยอมปล่อย

ยังไงฉันก็ไม่สามารถที่จะยอมรับความจริงได้ว่าคนส่วนใหญ่ต้องการที่จะจำภาพผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จกับผู้ชายเพียงเพราะว่าเขาเหล่านั้นเคยกิ๊กกั๊กกับเธอ” อาเรียนากล่าว พร้อมกับแอบแซะความสัมพันธ์ของนักร้องบางคน “ฉันเห็นที่พวกเขาพาดหัวข่าวกันนะ แต่ก็เชิญสรุปเรื่องราวต่างๆ ตามใจคุณได้เลยเพราะมันมีดราม่าเกิดขึ้นมากมายที่ฉันไม่ต้องการ พวกเขาเรียกบางคนว่าเป็นแฟนเก่าของอีกคน และนั้นมันทำให้ฉันโกรธมาก ทั้งที่คนๆ นี้มีเพลงดีๆ มากมายในปีที่ผ่านมาแล้วเธอก็ไม่ใช่ว่าจะเดทกับเขามาตลอดหรือตลอดไป  เรียกเธอด้วยชื่อของเธอสิ!” อาเรียน่าถึงกับโพล่งออกด้วยความเดือด “ฉันเกลียดอะไรแบบนี้มาก แล้วแบบตอนนี้ฉันเดือดมาก ขอโทษนะ แต่พวกคุณเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา ฉันขอพักจิบน้ำแล้วสงบสติอารมณ์ก่อน ขอร้องอย่าให้ฉันต้องเริ่มสาธยายเรื่องบ้าๆ พวกนี้”

เห็นได้ชัดว่าอาเรียนากำลังพูดถึงบีเบอร์และเซเลนา โกเมซแต่ก็ไม่แน่ชัดว่าเธอนั้นมุ่งประเด็นไปที่โกเมซเพราะว่าเธอนั้นตรากตำทำงานหนักเพื่อให้โดนแย่งซีนหรือว่าเพราะเธอปล่อยให้นักข่าวเล่นข่าวนั้นเอง หลังจากอาเรียนาเริ่มเย็นลงได้สักพักผมก็ถามเธอถึงความแตกต่างของความดังระหว่างดาราทีวีและป๊อปเซเลบริตี้ “เมื่อคุณต้องสวมบทบาทตลกๆ ใสซื่อในรายการเด็กคนก็มักจะไม่ค่อยมาวุ่นวายกับตัวตนที่แท้จริงของคุณมากนัก” อาเรียนากล่าว “มันยากกว่ามากสำหรับการศิลปินป๊อปเพราะว่าพวกเขาไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ที่จะร้ายใส่คุณหรือพร้อมที่จะโจมตีคุณ”

อาเรียนากล่าวว่าเธอผ่านอะไรมาเยอะแยะมากมายในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาแต่เมื่อผมบอกให้เธอช่วยระบุว่าอะไรบ้างเธอกลับอ้างถึงเนื้อเพลงในอัลบั้มใหม่ของเธอว่า “เอาเป็นว่าฉันแต่งเพลงได้ดีกว่าการที่จะเล่าเรื่องให้ผู้คนฟังค่ะ” เธอกล่าวยอมรับ จากสิ่งที่ปรากกฎตามสื่อแต่ไร้ซึ่งการยืนยันถึงความสัมพันธ์ของเธอกับแดนเซอร์หนุ่มคู่ใจ (ที่ร่วมก่อวีรกรรมเลียโดนัทด้วยกัน) ริกกี้ อัลวาเรซเมื่อได้ยินดังนั้นเธอก็ตอบอย่างห้วนๆ ว่า “พวกเรามีความสุขดีค่ะ ฉันเป็นหญิงสาวที่มีความสุขที่สุด  ฉันกำลังมีชีวิตที่ดีมากตอนนี้ และฉันคิดว่านั้นควรเป็นสิ่งที่คนควรจะสนใจแค่นั้นล่ะค่ะ”

อาเรียนาไม่ได้กล่าวถึงเรื่องที่ว่าอัลวาเรซนั้นเป็นแรงบันดาลใจของเพลง Moonlight ซึ่งเป็นเพลงเปิดตัวจากอัลบั้ม LP doo-wop คืนหนึ่งริกกี้เคยใช้นั้นคำนั้นเรียกเธอ ฉันคิดว่าน่าจะหลังจากที่พวกเขามีจูบแรกกัน” คำพูดจากปากวิคตอเรีย โมเน่ต์เพื่อนสนิทวัย 23 ปีและผู้ร่วมแต่งเพลงที่ร่วมงานกับเธอมานานกว่า 6 ปีของเธอ “เขาเฝ้ารอที่จะจูบเธอมานานมากแล้วเธอก็ประทับใจแบบสุดๆ เขามีความเป็นสุภาพบุรุษอย่างแท้จริงแล้วเพลงนั้นก็เป็นเพลงที่เยี่ยมมากโดยเฉพาะที่มันเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่” อาเรียนามักจะส่งข้อความหรือข้อความเสียงถึงโมเน่ต์เวลาที่มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นกับเธอแล้วมันช่างเหมาะเจาะที่จะนำไปแต่งเพลง แล้วทั้งคู่ก็มักจะแต่งเพลงเวลาที่ทั้งคู่นั้นนอนค้างคืนด้วยกัน โดยที่ทั้งคู่ใส่ชุดวันซี่แล้วเล่นเกมการ์ดด้วยกัน อีกทั้งแกรนเดมักจะชวนโมเน่ต์ไปร่วมทัวร์กับเธอเพื่อที่เธอจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกในสเตเดียมที่เต็มไปด้วยแฟนๆ ที่มาร่วมกันร้องเพลงของพวกเขา

03-Ariana-Grande-bb14-fea-2016-billboard-kjdi-1250

 

นอกจากนั้นเมื่อถูกถามถึงเรื่องคานเย่ เวสต์กับหนึ่งในท่อนเพลงของเขาที่ฉาวโฉ่ไปทั่วทั้งวงการจากเพลง Famous ที่เขาแซะนักร้องสาวเทย์เลอร์ สวิฟต์เต็มๆ คำตอบของอาเรียนาก็ออกแนวกลืนไม่เข้าคายไม่ออกบอกไม่ถูกก่อนจะบิดตัวไปมาด้วยความอึดอัดแล้วตอบว่า “ฉันรู้สึกสับสนและขัดแย้งกัน มันเป็นเรื่องจริงจังที่จะเอามาล้อเล่นกันขำๆ แต่ในขณะเดียวกันเหล่าศิลปินก็ใช้อารมณ์ขันแฝงลงไปในดนตรีของพวกเขา ฉันหมายถึง ใช่ บางที่มันก็ฟังยากนะแต่ฉันก็ชอบอัลบั้มของคานเย่มากและฉันก็ชอบอัลบั้มของเทย์เลอร์มากเหมือนกัน ถึงแม้มันจะมีบางอย่างที่แลดูน่าอึดอัดใจสำหรับเขาแต่นั้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของคานเย่แล้วเขาก็เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่ยอดเยี่ยมมาก”

อาเรียนาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการพูดใดๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดข้อขัดแย้งทุกอย่าง เธอไร้ซึ่งความคิดเห็นใดๆ ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่มีดราม่าทวิตเตอร์ระหว่างเทเลอร์ สวิฟต์กับหนึ่งในแรปเพอร์ที่ร่วมงานกับเธอใน Dangerous Woman อย่างนิกกี้ มินาจที่มีการแขวะกัดกันในเรื่องของงานประกาศรางวัลเอ็มทีวี มิวสิค อวอร์ด 2015 โดยแกรนเดกล่าวว่า “ถ้าฉันเห็นคนตีกันฉันจะอยู่ให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ฉันพูดแบบนี้เป็นล้านครั้งแล้วว่าฉันเกลียดดราม่า ฉันรักผู้หญิงทุกคนที่อยู่ในวงการนี้ ฉันเป็นแฟนตัวยงของทุกคน และฉันพยายามจะคิดแบบนั้นให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ตลอด ฉันก็จะแบบว่า ‘เพลงใหม่ฉันออกแล้ว!’ แล้วฉันก็วิ่งโร่ด้วยความดีใจแล้วตามมาด้วย ‘นี่รูปสุนัขของฉัน! บาย!’

ถ้าพูดถึงสุนัขของเธอ อาเรียนามีสุนัขถึง 7 ตัว (ยังไม่ถึง 95 ตัว แต่ก็ยังไม่แน่) สุนัขพิทบูลที่ถูกรับเลี้ยงชื่อว่า ชินนามอนเข้ามาตะกุยอุ้งเท้าเล่นกับผมเมื่อตอนผมไปถึง และยอร์กกี้ชื่อ สเตร้าท์ ที่เธอก็รับเลี้ยงมาเช่นกันกระโดดขึ้นมานั่งบนตักเธอระหว่างการสัมภาษณ์ นอกจากนั้นยังมีชีเกิ้ลหรือพันธุ์ผสมระหว่างชิวาวากับบีเกิ้ลชื่อ ตูลูส ที่มีดีกรีเป็นถึงนางแบบให้กับแบรนด์ Coach ในปี 2015 แถมยังแสนรู้ขนาดที่ว่าเดินมาส่งผมที่ประตู

ก่อนจะจากอาเรียนาก็เข้ามาสวมกอดผมส่วนเหล่าทีมงานก็ขอตัวกลับไปที่โต๊ะทานเข้าตัวเดิมเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเพื่อรอคอยการกลับมาของจ่าฝูง คือสาวอาเรียนานั่นเอง

 

Story by: Chris Martins

Photos by: Joe Pugliese

Translated by: Aekkachai S.