เข้าสู่ปีที่ 11 แล้วสำหรับงาน Women in Music ของบิลบอร์ด ซึ่งงานประกาศรางวัลปีนี้ตรงกับวันที่ 9 ธันวาคมที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และเป็นประจำทุกปีที่ทางบิลบอร์ดจะเผยรายชื่อของศิลปินหญิงแห่งปีในสาขาต่างๆ ออกมาให้ได้รับทราบกันก่อนวันงาน สำหรับรางวัล Woman of the Year หรือผู้หญิงแห่งปีที่ทุกคนรอคอยก็ได้ประกาศออกมาแล้วเช่นกัน และผู้ที่ได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรติประจำปีนี้ไปก็คือ มาดอนน่า นั่นเอง

madonna-billboard-in-music-1548

มาดอนน่า

Woman of the Year

ปีนี้ควีนออฟป๊อปอย่างมาดอนน่าประกาศศักดาอีกครั้ง ซึ่งทางบิลบอร์ดให้เหตุผลถึงการมอบตำแหน่งนี้ไว้ว่า มาดอนน่ามีทัศนคติและความคิดสร้างสรรค์ เป็นศิลปินที่นำเสนอสิ่งใหม่ๆ ได้ต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง และอุทิศตนเพื่องานการกุศลจำนวนมาก มาดอนน่าคือแรงบันดาลให้แก่คนนับร้อยล้านคนบนโลกใบนี้ พร้อมกันนี้เธอยังสามารถก็ปล่อยผลงานดนตรีที่สะเทือนวงการได้อยู่เสมอ และที่สำคัญคือเธอเป็นเฟมินิสต์ และมักใช้อิทธิพลของตัวเองเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสิทธิสตรี การเหยียดเพศ และความเท่าเทียมทางสังคม

ในช่วงปีที่ผ่านมา มาดอนน่าขึ้นแสดงพร้อมกับสตีวี่ วันเดอร์ ในงานบิลบอร์ด มิวสิค อวอร์ดส เพื่อทริบิวต์ให้แด่ Prince ผู้ล่วงลับ และขึ้นพูดเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่งาน Met Gala อันแสดงให้เห็นว่าเธอยังคงเป็นกระบอกเสียงอันทรงคุณค่าในวงการเพลงป๊อปเสมอมา

มาดอนน่าในวัย 58 ปี เป็นศิลปินที่มีเพลงติดท็อปเทนชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 จำนวนมากที่สุด เคยคว้ารางวัลแกรมมี่มาแล้วถึง 7 ครั้ง และล่าสุดทำลายสถิติเป็นศิลปินหญิงที่ทำเงินจากการทัวร์คอนเสิร์ตได้มากที่สุด ด้วยตัวเลข 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 46,319 ล้านบาท) โดยเฉพาะ “Rebel Heart Tour” ครั้งล่าสุดสามารถทำเงินได้ถึง 170 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6 พันล้านบาท) จากการแสดง 82 ชุดด้วยกัน

นอกจากความสำเร็จในสายอาชีพ มาดอนน่ายังเป็นความหวังให้กับโลกใบนี้ ดังที่เธอร่วมก่อตั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไร Raising Malawi เพื่อสมทบทุนและช่วยเหลือชาวมาลาวีเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยให้การสนับสนุนเครื่องมือและบุคลากรทางการแพทย์เป็นหลัก ทั้งนี้ สถาบัน Mercy James Institute of Pediatric Surgery and Intensive Care ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในปี 2017

THE TONIGHT SHOW STARRING JIMMY FALLON -- Episode 0470 -- Pictured: Musical guest Meghan Trainor performs on May 12, 2016 -- (Photo by: Andrew Lipovsky/NBC/NBCU Photo Bank via Getty Images)

เมแกน เทรย์เนอร์

Chart-Topper

รับตำแหน่ง Chart-Topper ไปได้อย่างไม่มีข้อกังขา สาวป๊อปเจ้าของ 2 รางวัลจากบิลบอร์ด มิวสิค อวอร์ดส และ รางวัล Best New Artist จากงานแกรมมี่ อวอร์ดในปี 2016 พ่วงด้วยซิงเกิ้ลติดอันดับท็อปเทนจากอัลบั้มที่ 2 ของตัวเอง

เมื่อต้องให้คะแนนตัวเองในปี 2016 นี้ เมแกนก็บอกว่า ปีนี้ฉันได้รางวัลแกรมมี่ใช่ไหม? งั้นก็ต้องเต็มสิบสิ!”  ที่จริงความสำเร็จของเธอได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2014 เมื่อซิงเกิ้ล All About That Bass ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ต บิลบอร์ด Hot 100 เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ต่อมาเธอก็ได้ร้องเพลงคู่กับแฮร์รี่ สไตล์ และ จอห์น เลเจนด์ ภายหลังเธอได้ร่วมแต่งเพลง Aint Your Mama ให้เจนนิเฟอร์ โลเปซ และเพลง Sledgehammer ให้สาวๆ Fifth Harmony ไม่นานมานี้เธอเพิ่งปล่อยอัลบั้มที่ 2 ที่ชื่อว่า Thank You  ซึ่งพุ่งขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 ของชาร์ตบิลบอร์ด 200 ฉันจำได้ว่าตอนเด็กฉันอยากเป็นสาวอายุ 22 เร็วๆ แล้วดูตอนฉัน 22 จริงๆ สิ ฉันเพิ่งเสร็จจากทัวร์ และทุกโชว์ก็ขายบัตรหมด แล้วยังได้รางวัลแกรมมี่อีก นอกจากนี้ยังมีแฟนที่เยี่ยมสุดๆ ไปเลย ปีนี้เป็นปีของฉันจริงๆ

alessia-cara

อเลสเซีย คาร่า
Rule Breaker

ปีนี้สาวน้อย อเลสเซีย คาร่า แสดงให้เห็นถึงการเป็นป๊อปสตาร์ที่มีเพลงฮิตแบบไม่ตามใคร ที่สำคัญเพลงของเธอติดอันดับท็อปเทนในชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 และนอกจากนี้เธอยังเป็นป๊อปสตาร์ที่ไม่แต่งหน้าแล้วขึ้นไปร้องเพลงในเวที เอ็มทีวี มิวสิค อวอร์ดสด้วย

อเลสเซีย คาร่านักร้องและนักแต่งเพลงวัย 20 ปี ชาวแคนาดา ผู้เป็นเจ้าของเพลงฮิตอย่าง Here ซึ่งขึ้นไปอยู่อันดับที่ 5 ของชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นเธอก็ได้เล่นเป็นศิลปินเปิดให้กับทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกของ Coldplay และได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่นจากดิสนีย์เรื่อง Moana ในเพลง How Far Ill Go และเมื่องานเอ็มทีวี มิวสิค อวอร์ดสที่ผ่านมาเธอก็ได้ขึ้นร้องเพลงกับ ทรอย ซีวาน ในเพลง Wild และร้องเพลง Scar to Your Beautiful ของตัวเองโดยปราศจากเครื่องสำอางบนใบหน้า เธอบอกว่า ฉันไม่ได้ทำเพราะคิดจะกบฏอะไรนะ ฉันแค่อยากจะให้ทุกคนเห็นความสวยงามตามธรรมชาติแค่นั้นเอง อาจจะทำให้คุณไม่มั่นใจแต่คุณต้องเอาพลังออกมาให้ได้ แล้วคุณจะมีความสุขกับมัน” 

MANCHESTER, TN - JUNE 10:  Andra Day performs at the Bonnaroo Music & Arts Festival on June 10, 2016 in Manchester, Tennessee.  (Photo by Josh Brasted/WireImage)

 แอนดรา เดย์

Powerhouse

น้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกมีชีวิตชีวาของเธอทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงได้เข้าชิงในงานประกาศรางวัลแกรมมี่ถึง 2 รายการ และยังทำให้อัลบั้มของเธอขึ้นสู่หนึ่งในห้าอันดับแรกของชาร์ตอัลบั้มอาร์แอนด์บีด้วย

ระหว่างปีที่ผ่านมาเสียงของ แอนดรา เดย์ ทำให้เรานึกถึงไอดอลของเธออย่าง บิลลี่ ฮอลิเดย์ และเอลล่า ฟิทซ์เจอรัลด์ เพลง Rise Up ของเธอจากอัลบั้ม Cheer to the Fall  ในปี 2015 ขึ้นสูงสุดที่อันดับ 6 ในชาร์ตเพลง Adult R&B, ได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ และ กลายเป็นเพลงชาติของแคมเปญ Black Lives Matter นอกจากนี้ก็กลายเป็นเพลงที่เปิดประจำในการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมกันด้วย ฉันภาวนาให้กับเพลงทุกเพลงที่ฉันทำ แต่เพลง Rise Up นี้ฉันได้เห็นว่ามันมีอิทธิพลต่อหลายสิ่ง ทั้งสิ่งเล็กและใหญ่ ฉันคิดมาตลอดว่าอยากให้มันจริงใจ และในปีนี้ฉันได้เห็นแล้วว่าเพลงของฉันได้เปลี่ยนชีวิตผู้คนมากมายจริงๆ

maren-morris-my-church-press-bb9-hot100-2016-billboard-650

มาเร็น มอร์ริส

Breakthrough

ด้วยน้ำเสียงที่น่าฟังบวกกับพรสวรรค์การเขียนเพลงเข้าขั้นชั้นเลิศ สองสิ่งนี้ทำให้เพลง My Church ของมาเร็นขึ้นแท่นยอดขายระดับแพลตทินัม และนำพาให้เธอได้รางวัลนักร้องหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเวทีคันทรี่ มิวสิค แอสโซซิเอชั่น อวอร์ดส ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน

“ชีวิตฉันเป็นรูปเป็นร่างในทางที่ดีมากขึ้น” สาวเท็กซัสวัย 26 ปีพูดถึงช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอันเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง บนเวทีคันทรี่อันทรงเกียรติที่เธอคว้ารางวัลนักร้องหน้าใหม่ยอดเยี่ยมมานั้นเธอได้ขึ้นร้องเพลง My Church ด้วย อัลบั้มแรกของเธอที่มีชื่อว่า Hero เพิ่งถูกเดบิวต์เมื่อเดือนมิถุนายนผ่านทางสปอติฟายและได้รับคะแนนนิยมสูงจนขึ้นอันดับหนึ่งชาร์ต Top Country Albums การแสดงสดของเธอก็ไม่ธรรมดาเช่นกันเมื่อเธอได้รับเลือกให้ขึ้นโชว์เปิดอารีน่าทัวร์ของรุ่นใหญ่หัวใจคันทรี่อีกคนอย่าง คีธ เออร์บัน และเคยใช้ความสามารถด้านการแต่งเพลงสร้างผลงานให้กับ ทิม แม็กกรอว์ และ เคลลี่ คลาร์กสัน มาแล้วด้วย “ตอนอายุ 16 ฉันอยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเองใจจะขาด รู้สึกดีมากเลยที่ทุกอย่างที่ฉันมีในวันนี้เป็นผลมาจากความทุ่มเทหยาดเหงื่อของตัวเอง” 

1457663488-05-halsey-bb8-2016-billboard-1250

ฮาลซีย์

Rising Star

ด้วยจำนวนแฟนเพลงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนมียอดผู้ติดตามกว่า 3.5 ล้านคนในทวิตเตอร์ ก็สามารถเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าเธอคือดาวรุ่งพุ่งแรงตัวจริง นอกจากนั้น New Americana จากอัลบั้มเดบิวต์ของเธอ Badlands ที่สามารถขึ้นไปได้ถึงอันดับ 2 บนชาร์ตบิลบอร์ด 200 และยังติดอันดับอัลบั้มแพลตทินัมภายในเวลาแค่หนึ่งเดือนหลังจากปล่อยออกมา ตอกย้ำความแรงของเธออีกครั้งด้วยการกอดคอ The Chainsmokers ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 จากเพลง Closer (ที่สามารถครองแชมป์นานถึง 12 สัปดาห์) อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอก็คือสไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่น โดยเฉพาะกับการที่เธอลุกขึ้นมาโกนผมจนเกลี้ยง “ตอนแรกที่ฉันโกนผมทิ้งแฟนๆ ต่างพากันช็อกและตกใจ แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่มีใครตกใจอะไรแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนกับหัวของฉันได้หายใจเลย” นอกจากนี้ อลานิส มอริสเสต คือศิลปินที่เธออยากจะร่วมงานด้วยมากที่สุด “ถึงแม้จะแค่ได้เขียนเพลงด้วยกัน ฉันก็อยากจะร่วมงานกับเธอ เพราะว่าเธอเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ฉันมั่นใจกับการเป็นศิลปินมาจนถึงทุกวันนี้”

ขณะนี้เธอกำลังลงมือทำอัลบั้มที่สองอยู่พร้อมกับกล่าวว่า “ฉันรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่ฉันสามารถทำมันออกมาได้ และการเป็นผู้หญิงในวงการดนตรีนั่นหมายถึงการเป็นกระบอกเสียงให้ผู้หญิงทุกคนรู้สึกถึงอำนาจในตัวพวกเธอ”

06-kesha-bb31-2016-9944889-billboard-1240

คีช่า

Trailblazer

 ชื่อของคีช่ามักจะถูกจดจำในฐานะของศิลปินขวัญใจขาปาร์ตี้ ด้วยแนวเพลงสนุกสนานเหมาะแก่การปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง จึงทำให้เพลงของเธอสามารถขึ้นชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 ได้ถึง 10 ครั้ง ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับคีช่าคนใหม่ที่เพิ่งขึ้นทำการแสดงบนเวทีบิลบอร์ด มิวสิค อวอร์ดส ด้วยเพลง It Aint Me, Babe ของ บ็อบ ดีแลน ที่มีเพียงแค่เปียโน และไวโอลินเล่นประกอบ จนสามารถเรียกน้ำตาให้แก่คนดู “เป็นครั้งแรกที่ฉันสามารถปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงของฉันออกมาได้” นักร้องวัย 29 กล่าว “ฉันทลายกำแพงลงแล้วใช้เสียงของฉันเป็นตัวนำทาง มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพของฉัน”

จากคดีความฟ้องร้องกับอดีตโปรดิวเซอร์ Dr. Luke ที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2014 จากการที่คีช่ายื่นฟ้องว่าถูกล่วงละเมิดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ร่วมไปถึงสัญญาที่ไม่เป็นธรรมระหว่างเธอกับโปรดิวเซอร์ จนทำให้เธอนั้นไม่สามารถออกผลงานใหม่ๆ ออกมาได้อีก จนกระทั่งล่าสุดได้มีการตกลงและเธอจะสามารถออกผลงานใหม่ได้ ถึงแม้ว่าตัวสัญญาที่ไม่เป็นธรรมนั้นจะยังคงมีอยู่ และในช่วงต้นปี 2016 ศิลปินทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น เลดี้ กาก้า, เคลลี่ คลาร์กสัน, Lorde และ เดมี โลวาโต้ ต่างพากันใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ในการมอบกำลังใจแก่เธอด้วยการใช้ #FreeKesha เพื่อแสดงออกถึงการให้กำลังใจ จนเธอสามารถที่จะกลับออกมาทัวร์คอนเสิร์ตได้อีกครั้ง

คีช่าได้กล่าวถึงเพลงใหม่ที่เธอกำลังทำอยู่ว่า “เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ไม่ใช่ความอ่อนแอ ในอดีตที่ผ่านมาฉันมักรู้สึกว่าฉันพยายามที่จะพิสูจน์บางสิ่งบางอย่าง แต่ตอนนี้ฉันสามารถเขียนเพลงถึงสิ่งที่ฉันอยากจะบอกกับโลก มากกว่าสิ่งที่โลกต้องการ ที่ถึงแม้จะดีหรือร้าย ฉันก็ยังคงเป็นฉัน”

02-fea-shania-twain-bb31-p-2016-billboard-1500

ชาเนีย ทเวน

Icon

จากเด็กเล่นทรัมเป็ตในสมัยเรียน สู่การก้าวขึ้นเป็นตัวแม่ของวงการเพลงท่ามกลางความยกย่องชื่นชมของศิลปินจำนวนมาก

ก่อนที่โลกจะได้รู้จักชาเนียในฐานะศิลปินมากความสามารถ เธอได้ผ่านเรื่องราวมากมายในชีวิตตั้งแต่การเริ่มฉายแววจากการข่มความประหม่าของเธอแล้วคว้ากีตาร์อะคูสติกขึ้นเวทีจนสามารถมัดใจคนดูได้อยู่หมัด แต่ชีวิตในเด็กของเธอก็ไม่ได้ปูด้วยกลีบกุหลาบด้วยปัญหาครอบครัว จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้รับโทรศัพท์ว่าพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมาสู้ชีวิตและทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลเหล่าพี่น้องของเธอ “ดนตรีคือเครื่องมือบำบัดชั้นดี และมันก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่เสมอ เป็นเพื่อนสนิทของฉัน” ชาเนียในวัย 51 ปีกล่าว

หลังจากนั้นเธอได้ย้ายมาเมืองแนชวิลล์เพื่อตามหาฝัน และเมื่อเสียงร้องของเธอได้ถูกค้นพบ โลกก็ได้จารึกประวัติศาสตร์ของอีกหนึ่งศิลปินมากความสามารถ ชาเนีย ทเวน ด้วยยอดขายกว่า 35 ล้านอัลบั้มทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา ที่ไม่มีศิลปินหญิงคนไหนสามารถทำได้ในรอบ 25 ปี นอกจากนี้ยังการรันตีความเป็นตัวจริงของเธอด้วยการขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Top Country Album ถึง 4 ครั้ง, 7 ครั้ง บนชาร์ต Hot Country Songs, 5 รางวัลแกรมมี่ 6 รางวัลบิลบอร์ดมิวสิคอวอร์ดส, 5 รางวัลอเมริกันมิวสิคอวอร์ดส และสุดท้ายกับการคว้าตำแหน่งครองแชมป์อันดับ 1 บนชาร์ต Country Album ได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติมาตั้งแต่ปี 1991

ด้วยความสำเร็จที่กล่าวมา ทำให้ชาเนียขึ้นแท่นเป็นไอค่อนของทุกคนทั้งตัวศิลปินด้วยกันและแฟนๆ “ชาเนียเป็นคนที่เปี่ยมไปด้วยความกล้าที่จะเสี่ยงกับทุกอย่าง” เทย์เลอร์ สวิฟต์กล่าว “เธอกลายเป็นศิลปินหญิงคนโปรดของทุกๆ คน เพราะเธอเป็นตัวแทนที่ทำให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง”

Story & photo by Billboard