Bishop-Briggs-04-iu-bb9-2017-beat-billboard-1548

บิชอป บริกส์ อธิบายถึงการทัวร์กับ Coldplay ว่าเป็นอย่างไร ในขณะที่เธอมีอายุ 24 ปี และก่อนที่จะปล่อยอัลบั้มอีพีเปิดตัว เมื่อพูดถึงการทัวร์ครั้งนี้เธอไม่สามารถหยุดพูดถึงเรื่องอาหารได้เลย โดยเธอบอกว่า “พวกเขามีอาหารวีแกน, ปลาสดๆ ที่เพิ่งถูกจับ, สมูทตี และพาสตรี้” และเมื่อพูดถึงการทัวร์จริงๆ เธอบอกว่า “การที่ได้ร่วมแสดงสดบนเวทีเดียวกันศิลปินที่เป็นตำนานอย่าง Coldplay นั้น เป็นประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อ และจะเป็นความทรงจำของฉันไปตลอดกาล”

โดยก่อนหน้าที่เธอจะรู้ตัวว่า ตัวเองจะได้แสดงสดเปิดคอนเสิร์ตให้ Coldplay ในปี 2016 เธอพึ่งจะมีซิงเกิ้ลออกมาเพียงแค่ 2 ซิงเกิ้ลเท่านั้น ซึ่งซิงเกิ้ลแรกคือ Wild Horses ที่เป็นเพลงประกอบโฆษณาของรถยนต์ยี่ห้อ Acura ในปี 2015 และเป็นเพลงที่โด่งดังจาก Shazam (แอปพลิเคชันบนมือถือที่ใช้ฟังเสียงและระบุชื่อเพลง) ส่วนซิงเกิ้ลที่สองคือ River ซึ่งเป็นเพลงที่ถูกเปิดบนคลื่นวิทยุหลายต่อหลายคลื่น เธอผู้มีเรนจ์เสียงที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณลึกซึ้งระดับที่ทำให้เรานึกถึงฟลอเรนซ์ เวลช์ คือหนึ่งในเก้าศิลปินหญิงเดี่ยวที่ไต่ขึ้นท็อปเทนบนชาร์ต Hot Rock Songs ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานี้

เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมาคือวันปล่อยอัลบั้มอีพีเปิดตัวที่เธอออกกับทางค่าย Island Records ปีนี้เธอได้แสดงสดที่เทศกาลดนตรี Coachella จากนั้นก็ตระเวนแสดงสด 25 เมืองในทางตอนเหนือของอเมริกา รวมถึงที่ Lollapalooza และ Panorama อีกด้วย

Bishop-Briggs-02-5ds-bb9-2017-beat-billboard-1240

เมื่อ บิชอป เดินทางมาถึงร้านกาแฟในย่านหนึ่งของเมืองลอสแอนเจลิส เธอดูกระตือรือร้นและดูจะพูดได้เรื่อยๆ แม้เหนื่อยล้าจากการซ้อม “ฉันหนาวมากๆ เพราะว่าฉันพึ่งจะเสร็จจากการซ้อม แล้วมันก็ทำให้ฉันเหงื่อโชกเลย แต่ว่าใครๆ ก็อยากได้แบบนี้ทั้งนั้นแหละ ทั้งความกระตือรือร้นและได้เรียกเหงื่อ” เธอบอกกับเราในลุคสุดร็อคที่เธอมัดผมสีดำวาวเป็นจุกสองข้างบนหัวของเธอ

การออกทัวร์ทำให้ บิชอป ไม่ค่อยมีเวลาให้กับการสะสมของฮิปปี้ที่เธอชอบ ซึ่งที่อพาร์ตเมนท์ของเธอ ณ ย่าน Echo Park ก็ประดับประดาไปด้วยคริสตัลมากมาย แถมเธอยังชอบอ่านไพ่ทาโรท์และทำนายความฝันอีกด้วย ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่บ่น เพราะการแสดงสดเป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันตั้งแต่เธออายุ 4 ขวบ ซึ่งเมื่อครอบครัวของเธอย้ายจากลอนดอนไป โตเกียว กับคุณพ่อนักธุรกิจ เธอมักจะป้วนเปี้ยนอยู่แถวเลานจ์คาราโอเกะก่อนที่เธอจะเข้าอนุบาลเสียอีก “มันก็เป็นช่วงหนึ่งของทุกคนที่เมื่อไปย้ายญี่ปุ่น คุณก็จะต้องหาโอกาสไปที่บาร์คาราโอเกะ แล้วพ่อของฉันก็ชอบที่จะร้องเพลงของ แฟรงก์ ซินาตรา ซึ่งถ้าดูจากแววตาก็รู้เลยว่าพ่อของฉันมีความสุขมากแค่ไหน ฉันรู้สึกราวกับพบแล้วว่าจิตวิญญาณของฉันยังขาดอะไรอยู่”

วิชาเปียโนและวงประสานเสียงของเด็กชาวโตเกียวช่วยให้ บิชอป เรียนรู้เกี่ยวกับฮาร์โมนี ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ต้องย้ายรกรากอีกครั้งไปยังฮ่องกง เธอก็ได้รับการฝึกสอนร้องเพลงเป็นของขวัญวันเกิดตอนเธออายุ 10 ขวบ บิชอป ให้คุณค่ากับกับชุดแผ่นเสียงของพ่อกับแม่ของเธอมากๆ เพราะว่ามันทำให้เธอได้เรียนรู้ดนตรีตะวันตก รวมไปถึงอิทธิพลของซุ่มเสียงที่เธอได้รับมาจากโอทิส เรดดิง และ เจนิส จอปลิน “ทุกครั้งที่ฉันได้ฟังเสียงของนักร้องเหล่านี้ ฉันสัมผัสได้ถึงความโศกเศร้าและความเกรี้ยวกราด”

Bishop-Briggs-01-dk-bb9-2017-beat-billboard-1548

เมื่อ บิชอป ย้ายมาอยู่ที่เมืองลอสแอนเจลิสประมาณ 5 ปีที่แล้ว เพื่อศึกษาวิชาการแสดงในย่านฮอลลีวูด เธอก็เริ่มที่จะออกไปร้องเพลงตามบาร์หลายๆ แห่งหลายวันต่อสัปดาห์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Room 5 Lounge ที่ได้ปิดตัวลงไปแล้ว จนในที่สุด จอร์จ โรเบิร์ตสัน อดีตผู้จัดหาศิลปินของ Interscope Records ก็ได้พบเธอกำลังร้องเพลงอยู่ที่งานดนตรีแห่งหนึ่ง โดย จอร์จ โรเบิร์ตสัน เป็นผู้ที่พาให้บิชอป ไปรู้จักกับ มาร์ค แจ็คสัน และ เอียน เบรนดัน สก๊อต (โปรดิวเซอร์ที่เคยทำงานกับวง Fovever the Sickest Kids, Colette Carr) โดยในการร่วมงานกันครั้งแรกของพวกเขา ก็ได้เพลงแรกที่ติดสำเนียงบลูส์ออกมาอย่าง River ซึ่งหลักจากนั้น เธอได้เปิดฟังวอยซ์เมโมของเพลงที่เธอเพิ่งร่วมแต่งกับโปรดิวเซอร์ทั้งสองในรถ เธอร้องไห้ออกมา เธอรู้สึกว่าในที่สุดคนก็จะได้ฟังเสียงของเธอเสียที

“ผมกำลังขับรถอยู่ในเมืองฟังคลื่น KROQ ทันได้นั้นเมื่อเพลง River ดังขึ้นก็รู้สึกเหมือนต้องมนต์สะกดเลยทีเดียว” นาธาน วิลเลต ฟรอนต์แมนแห่งวง Cold War Kids กล่าว โดยหลังจากนั้น นาธาน ได้ชวนให้ บิชอป มาเป็นเกสต์อาร์ตติสท์ในเพลง So Tied Up (Los Feliz Blvd.) ซึ่งนาธานยังกล่าวอีกว่า “เธอสามารถเป็นศิลปินระดับเดียวกับ ลอรีน ฮิลล์และ ฟีโอน่า แอปเปิลได้ ถ้าเธอได้มีโอกาสรายล้อมด้วยคนเก่งๆ”

บิชอป ค่อนข้างเชื่อในสัญชาตญาณของ เดวิด แมสซี หัวเรือใหญ่ของ Island Records และเป็นผู้ที่จับเธอเซ็นสัญญากับค่ายในเดือนมีนาคม 2016 ซึ่งด้วยความสำเร็จจากเพลง River ที่ไม่สามารถติดชาร์ตบิลบอร์ด Hot 100 แต่สามารถทะยานถึงอันดับ 10 บนชาร์ต Hot Rock Songs ของ ทำให้เดวิดมองเห็นโอกาสบางอย่างที่จะทำให้เธอโด่งดังในกระแสหลัก เนื่องด้วยที่เธอสามารถคว้าใจแฟนเพลงอัลเทอร์เนทีฟได้ระดับหนึ่งแล้ว

“มีวงดนตรีหลายๆ วง ที่มีนักร้องนำหญิงเสียงทรงพลัง แต่ทุกวันนี้ผมไม่เคยเห็นคนไหนมีสิ่งที่เธอมี” เดวิด กล่าว

เมื่อถามถึง Coachella ก็ดูเหมือนว่าเธอค่อนข้างจะไม่แสดงออกถึงสิ่งที่เธอมีมากนัก เพียงแต่บอกว่า “ฉันคิดว่าพวกคนเหล่านั้นคงโทรมาหาผิดคน เข้าใจว่าฉันคือ บิชอป บริกส์ อีกคนที่พวกเขาอยากคุยด้วย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ฉันก็ไม่ใช่คนที่มีความเชื่อมั่นอะไรขนาดนั้น”

โดยเธอพูดปิดท้ายว่า “ถ้าฉันไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริง ฉันก็คงไปได้ไม่ไกลแน่ๆ การทำงานที่สร้างสรรค์มันต้องใช้ใจ และไม่ใช่ว่าทุกครั้งคนจะชอบสิ่งที่คุณทำ ซึ่งมันไม่ควรเป็นอย่างนั้น แต่สิ่งที่คุณได้ทำลงไปจะหล่อหลอมสิ่งที่คุณเป็น”

Story by Claire Lobenfeld

Photo by Brigitte Sire

Translated by Tanachot K.