rant-807x1024

อยู่มาจนครึ่งชีวิต ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นอินโทรเวิร์ตเมื่อเร็วๆ นี้เอง

วันหนึ่ง แพทริค-เพื่อนที่รู้จักกันมากกว่าสิบปีโทร.มาถามว่าสนใจจะแชร์คอนโด 2 ห้องนอนกับเขาไหม ฉันแปลกใจ “ทำไมไม่ไปชวนคนอื่นอย่างเอ๋ สันติ หรือควินซี่ล่ะ” “ฉันชอบเที่ยวกับพวกมัน แต่อยู่กับพวกมันไม่ได้หรอก” เขาหัวเราะ “ฉันอยู่กับเธอได้ เพราะเธอเป็นอินโทรเวิร์ตเหมือนกัน”

หลังจากวางสายแล้ว ฉันนั่งนิ่งขึงตะลึงงันอยู่นาน ฉันเป็นอินโทรเวิร์ตหรือนี่ ทำไมฉันไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลยจนต้องให้เพื่อนมาบอก ฉันมืดบอดมานานขนาดนี้ได้อย่างไร

ว่ากันว่าคนอินโทรเวิร์ตมากมายไม่รู้ว่าตัวเองคืออินโทรเวิร์ต ไม่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครอยากยอมรับว่าตัวเองเป็นอินโทรเวิร์ต ชาวอินโทรเวิร์ตที่เป็นชนส่วนน้อยมีอยู่ 25% ในโลกนี้ถูกเข้าใจผิดมาตลอด ในภาพยนตร์มักจะแสดงภาพคนอินโทรเวิร์ตแบบคนโดดเดี่ยวไร้เพื่อน ขี้อาย เข้าสังคมไม่เป็น นั่งคุยกับโคมไฟในเฮ้าส์ปาร์ตี้ในขณะที่คนอื่นมีเซ็กซ์กันในห้องน้ำ ฉันไม่ใช่คนขี้อาย ไม่ใช่คนขาดความมั่นใจ และส่วนใหญ่ฉันนี่แหละจะเป็นคนที่มีเซ็กซ์ในห้องน้ำในเฮ้าส์ปาร์ตี้

มันเหมือนการเดินคลำอยู่ในห้องมืดมิดแล้วเจอสวิทช์ไฟ ทันใดนั้นทุกอย่างกระจ่างแจ้ง ในที่สุดฉันก็เข้าใจนิสัยแปลกประหลาดมากมายของตัวเอง

– แปลกแยก รู้สึกตัวเองเป็น outsider ตลอดเวลา ไม่เคยรู้สึกว่าเหมาะสมกับกลุ่มไหนๆ เลย แลดูเหมือนเป็นคนไม่ติดเพื่อน ไม่เอาใครทั้งนั้น (ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ยังทนคบฉัน)

– ชอบอยู่คนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่ชอบสุงสิงกับใคร สามารถอยู่ในอพาร์ตเมนท์คนเดียวโดยไม่ออกไปเจอผู้คนหรือคุยโทรศัพท์ได้เป็นเดือนๆ หวงแหนความเป็นส่วนตัว

– เกลียดการเป็นจุดสนใจ ไม่อยากดัง หลีกเลี่ยงการขึ้นไปปรากฏตัวบนเวทีทุกรูปแบบ ชาตินี้คงไม่มีทางเป็นซีอีโอบริษัทได้ เพราะไม่กล้าขึ้นไปพูดบนเวทีเหมือนสตีฟ จ็อบส์

– การอยู่กับคนเยอะๆ ทำให้ฉันเหนื่อย หลังจากการออกไปเข้าสังคม ฉันต้องหลบมาจำศีลในถ้ำสักระยะหนึ่งเป็นการชาร์จแบตก่อนจะสามารถออกไปได้ใหม่

– ชอบเขียนมากกว่าพูด ไม่ชอบคุยโทรศัพท์ ฉันรักไอโฟนโรสโกลด์ของฉันมาก แต่เกลียดที่สุดตอนที่มันดัง

– เกลียดการทักทายกันตามมารยาทและการพูดคุยเรื่อยเปื่อย เวลาเจอคนรู้จักในเซเว่น ฉันจะหลีกเลี่ยงการต้องเผชิญหน้า เนื่องจากขี้เกียจทัก จึงมักจะซ่อนตัวในมุมเงียบบริเวณที่ขายผ้าอนามัย

– ดูเหมือนเป็นคนหยิ่ง ลึกลับ เข้าไม่ถึง ผนวกกับการชอบเขียนตาดำปี๋ดูน่ากลัว ทำให้คนนึกว่าเวลาอยู่บ้านฉันคงสวมเสื้อคลุมยาวสีดำ นอนห้อยหัวอยู่ในห้องใต้ดิน

– เกลียดการทำงานร่วมกับคนหมู่มาก มีจุดมุ่งหมายในชีวิตตั้งแต่เด็กคือการได้ work from home (ทำสำเร็จแล้ว) ไม่กลัวการแก่แล้วอยู่คนเดียว จะได้ฟังเพลง อ่านหนังสือ เขียนหนังสือทั้งวัน

– มีความใฝ่ฝันชาติหน้าอยากเกิดเป็นแมว

ถึงตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมบางครั้งฉันถึงต้องกดปุ่มเปลี่ยนตัวเองไปมาราวกับฆาตกรโรคจิตที่มี 25 บุคลิกในหนังเรื่อง Split จากประสบการณ์นี้ทำให้ได้ข้อสรุปว่ามันจำเป็นที่เราต้องรู้ให้ได้ว่าตัวเองเป็นอินโทรเวิร์ตหรือเอ็กซ์โทรเวิร์ต มันจะทำให้เราเข้าใจตัวเองดีขึ้น ช่วยในการตัดสินใจเรื่องสำคัญอย่างเรื่องงานและชีวิตรัก มันจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

เพลงที่บรรยายความเป็นอินโทรเวิร์ตของฉันได้ดีที่สุดคือ By Myself ของเฟรด แอสแตร์ ในหนังเพลงเรื่อง The Band Wagon ปี 1953 (นี่คือหนังที่เป็นแรงบันดาลใจใหญ่หลวงให้กับ La La Land ผู้กำกับให้ไรอัน กอสลิงและเอ็มมา สโตนดูหนังเรื่องนี้ขณะถ่ายทำ) ฉากสั้นๆ แค่หนึ่งนาที เฟรด แอสแตร์ใส่สูทสีเทาเดินร้องเพลงนี้ที่ชานชาลารถไฟ ทั้งการแสดงของเขา เสียงร้องที่ฟังแล้วอบอุ่น เนื้อเพลงคมคายไม่กี่บรรทัด สะท้อนภาพชีวิตคนเอ็กซ์โทรเวิร์ตได้อย่างสง่างามที่สุด

‘I’ll go my way by myself. I’ll build a world of my own. No one knows better than I, myself. I’m by myself alone.’

ชีวิตคนอินโทรเวิร์ต สร้างความสุขความเจริญได้ด้วยสองมือและลำแข้งตนเองเท่านั้น มิต้องพึ่งใครอื่น

Story by: ธิชา ชัย | Editor@POPpaganda.net