cage-the-elephant

Tell Me I’m Pretty ชื่ออัลบั้มที่ 4 ของ Cage the Elephant ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นการร้องขอความช่วยเหลือ “ได้โปรดบอกว่าพวกเราน่ารักเถอะครับ เราอยากได้ยิน!” แม็ทท์ ชูทซ์ นักร้องนำวัย 32 กล่าว อัลบั้มใหม่ของวงร็อคจากแนชวิลล์วงนี้โปรดิวซ์โดย แดน เอาร์บาช (The Black Keys) มาพร้อมซาวนด์ไซคีเดลิคพร่าๆ แบบที่ได้ยินในซิงเกิ้ล Mass Around ที่ขึ้นอันดับ 7 ชาร์ทอัลเทอร์เนทีฟของบิลบอร์ด

แม็ทท์, แดเนียล ทิชเนอร์ มือเบส และ แม็ทธาน มินสเตอร์ มือคีย์บอร์ดตอนทัวร์ เล่าให้เราฟังระหว่างกินมื้อเช้าที่โรงแรมโลเวอร์อีสไซด์ ว่าเนื้อเพลงของพวกเขาพูดถึงเพื่อนสมัยเด็กที่ถูกฆาตกรรม (ส่วนการเจอบียองเซ่กับเจย์ ซี ไม่ได้ถูกเอาไปเขียนเพลง)     

เพลงฮิตเดี๋ยวนี้แทบไม่เน้นกีต้าร์กันแล้ว พวกคุณคิดยังไงถึงยังยึดติดกับซาวน์ดร็อคแบบเดิมๆ ในอัลบั้มใหม่

แม็ทท์: ที่งาน Bonnaroo Super Jam ผมมีโอกาสได้เล่นเพลง Break On Through กับ ร็อบบี้ (The Doors) การตอบสนองของคนดูทำให้ผมตระหนักถึงช่องเบ้อเริ่มในเพลงป๊อปที่ถมไม่เต็มจากการขาดหายไปของเพลงร็อค และมีคนมากมายที่คิดถึงเพลงร็อค ทุกวันนี้ร็อคแทบจะกลายเป็นคำหยาบคายไปแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าคำว่าร็อคจะถูกจำกัดด้วยช่วงเวลาหรือเครื่องดนตรี ร็อคคือเรื่องของพลังงานและอิสรเสรีที่คุณสัมผัสมันได้

ซึ่งแปลว่าการทัวร์คอนเสิร์ตของพวกคุณคงระห่ำสุดเหวี่ยงไปเลยสินะ

แดเนียล: เรียกว่าเกือบตายดีกว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง พวกเราอยู่บนรถบัสทัวร์ที่อังกฤษ ผมว่าคงจะกรึ่มๆ กันแล้วด้วย แม็ทท์ แบรด และผม ทะเลาะกัน ผมเลยบอกว่า “เอาเลย ตามสบาย ฉันไปละ” แต่ผมลืมนึกไปว่ารถกำลังแล่นอยู่ ผมเปิดประตู ก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่ง แบรดเป็นคนดึงคอเสื้อผมแล้วลากกลับเข้าไป

แม็ทท์: ตอนนั้นรถวิ่งตั้ง 80 ไมล์ต่อชั่วโมง

แม็ทธาน: หลังลงจากเวทีที่งาน Coachella ปี 2014 ผมสวมมงกุฎสีทองที่แฟนสาวตอนนั้นทำให้ เราสองคนกำลังเต้นกับเพลงของ MGMT อยู่ๆ บียองเซ่ก็ตรงมาหาผม บอกว่า “ชอบมงกุฎนายจัง” ผมได้แต่สั่นแล้วก็ถอดมันให้เธอไป บียองเซ่เอามงกุฎไปใส่ให้แม่ของเธอแล้วก็ถ่ายรูปอัพใน IG ผมสั่นจริงๆ  ว่าจะสูบบุหรี่เพื่อสงบสติอารมณ์ เลยหันไปหาผู้ชายที่นั่งโต๊ะใกล้สุดถามหาไฟแช็ค หมอนั่นชี้ไปที่ผู้ชายอีกคนที่หยิบที่จุดซิการ์ออกมาให้ แล้วบอกว่า “ระวังอย่าให้ไหม้ผมนายละกัน” ปรากฏว่าเขาคือเจย์ ซี  เขายังถามต่ออีกนะว่า “เฮ้ เอามาการิต้ามั้ย” เจย์ ซี มีมาการิต้าตั้ง 30 แก้วได้

มีประสบการณ์จริงเรื่องไหนบ้างไหมที่พวกคุณเอาไปเขียนเป็นเพลงในอัลบั้ม

แม็ทท์: Cold Cold Cold พูดถึงสิ่งที่ผมต้องรับมือมาตลอดชีวิต คืออารมณ์เหมือนฉิวเฉียดกับเรื่องหายนะ ตอนอายุ 10 ขวบ มีพายุหิมะแถวบ้าน ผมใส่เสื้อกันหนาว เดินเข้าไปในพายุหิมะ และทำเป็นเหมือนตัวเองหลงทาง ตอนนั้นกำลังห่อเหี่ยวหดหู่ เลยมโนว่าตัวเองกลายเป็นรูปสลักน้ำแข็งไปแล้ว แต่พ่อมาลากผมกลับทัน ดุว่า “ทำอะไรของลูกเนี่ย ข้างนอกมันหนาวมากนะ กลับไปขึ้นรถ!” ตอนอายุ 12 เด็กผู้หญิงแถวบ้านก็ถูกฆาตกรรม เธอเป็นแฟนของน้องชายคนเล็กของผมเอง วันนั้นเราทุกคนออกไปเล่นด้วยกัน แต่สองคนนั้นต้องกลับไปเอาเงินไปซื้อเครื่องดื่ม เราเลยแยกกัน หลังจากนั้นถึงรู้ว่าเธอถูกลักพาตัว เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดที่สุดแล้วในชีวิตเรา ในเพลง Sweetie Little Jean ผมเอาเรื่องนี้มาใช้เชิงอุปมา ถ้าเรารู้สึกทุกข์ทรมานจากความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้ง บางทีมันก็เหมือนตัวเราเองที่ถูกลักพาตัวไป    

     

Story by: Frank Digiacomo
Translated by:
Srivigar S.
Photo by:
Billboard.com