Processed with VSCO with f2 preset

 

หนแรกที่ได้ฟังเพลง รั้น จากวงดนตรีที่ชื่อ De Flamingo มันเหมือนอะดรีนาลีนภายในร่างกายได้รับการกระตุ้นให้พลุ่งพล่าน ซาวนด์ร็อคเร้าอารมณ์ตั้งแต่อินโทร ริฟฟ์กีตาร์ที่บอกได้คำเดียวว่า “เดือด” เอามากๆ อีกทั้งเนื้อหาของเพลงก็พร้อมจะปลุกเร้าให้เราลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่าง ณ เดี๋ยวนั้นเลย เราจึงทำการเสาะหาว่าวงดนตรีวงนี้เป็นใครมาจากไหน และติดต่อนัดสนทนากับพวกเขาเสียเลย น่าเสียดายว่าวันนั้น จา สันติสุข มือเบสของวงติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ แต่นกฟลามิงโกในที่ประจำอยู่แต่ละเครื่องดนตรีที่เหลือทั้ง โบนัส-ปอม-บีม ก็ส่งต่อมุมมองของวงดนตรีรุ่นใหม่มาถึงเราได้อย่างน่าสนใจ


จาก
The Noir สู่ De Flamingo
ใครที่เป็นคอเพลงอินดี้คงจะพอคุ้นชื่อ The Noir อยู่บ้าง พวกเขาเริ่มรวมตัวกันมาตั้งแต่สมัยเรียนปี 1 ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีวิชาบังคับที่ทุกคนต้องมีวงดนตรีเป็นของตนเอง ก่อนจะเริ่มปล่อยผลงานเพลงในนาม The Noir ออกมาให้ฟังกัน ที่น่าจะคุ้นหูกันบ้างก็เช่นเพลง Shopaholic และ PROMOD (โปรหมด) แต่ด้วยเหตุจำเป็นบางอย่าง นักร้องนำหญิงหนึ่งเดียวของวงไม่สามารถเดินทางกับวงต่อไปได้ The Noir จึงต้องยุติเส้นทางสายดนตรีไว้เพียงแค่นั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของสมาชิกที่เหลือทั้ง 4 คน ปอม – กิจพัฒน์ เย็นฤดี (กีตาร์), จา – สันติสุข วรนุชกุล (เบส), บีม – กริชภวุฒิ ลิ้มติ้ว (กลอง) และ โบนัส – ปรินทร์ ดุงโคกกรวด (กีตาร์) พร้อมทั้งดัน โบนัส ให้ขึ้นมาเป็นฟร้อนท์แมนคนใหม่ พร้อมกับการถือกำเนิดขึ้นของวง De Flamingo


หน้าที่อันยิ่งใหญ่ มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง

“ตอนที่เพื่อนบอกให้ผมมาเป็นนักร้องนำ ผมไม่มีความมั่นใจเลย” ฟร้อนท์แมนใหม่แกะกล่องที่ก่อนหน้านี้ก้มหน้าก้มตาสาดกีตาร์เพียงอย่างเดียวเผยความรู้สึกกับ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ “คือมันมากกว่าการร้องเพลงน่ะครับ เราต้องคิดที่จะสื่อสารกับคนฟังด้วย แต่เพื่อนอีก 3 คนเขาเชื่อในตัวเรา ผมก็ต้องพยายามทำให้ได้ ซึ่งตอนนี้ผมก็มีไปเรียนร้องเพลงเพิ่มเติมด้วย” ซึ่งโบนัสก็กล่าวต่อว่า หากวงหานักร้องนำคนใหม่ นอกจากเรื่องความสามารถ ก็ต้องมองถึงเรื่องนิสัยที่ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะปรับจูนกันได้ ซึ่ง ปอม จา และบีมก็เห็นด้วยกับจุดนี้ และพร้อมจะก้าวต่อไปในวงการดนตรีอีกครั้ง

03_1

 

ความบังเอิญของชื่อวง
ซึ่งชื่อวงดังกล่าวก็ได้มาจากความบังเอิญ โดยโบนัสเป็นคนพูดคำว่า “เดอะ ฟลามิงโก” ขึ้นมา ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเขานึกถึงตัวร้ายในการ์ตูนเรื่อง One Piece ที่ชื่อ Doflamingo แต่โบนัสดันพูดผิด! แต่กลายเป็นว่าทุกคนรู้สึกใช่กับคำนี้ ปอมจึงนึกถึงชื่อวงเก่าอย่าง The Noir ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส เลยนำคำว่า De มาไว้ด้านหน้ากลายเป็น De Flamingo พร้อมเสิร์ชหาพฤติกรรมของนกฟลามิงโกที่จะสอดคล้องกับวง จนได้ความหมายที่บ่งบอกถึงความสามัคคี เหนียวแน่น เพราะนกชนิดนี้จะไปกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนไม่ทิ้งกัน อีกทั้งอันที่จริงแล้วนกฟลามิงโกมีหลายสีตามสายพันธุ์ ก็เปรียบเสมือนความชอบทางดนตรีของสมาชิกแต่ละคนที่แตกต่าง แต่มันก็กลายมาเป็นซาวนด์เฉพาะตัวของ De Flamingo ในที่สุด


รั้นจนได้เรื่อง

อย่างที่เราบอกตั้งแต่ข้างต้น กระแสตอบรับของซิงเกิ้ลแรกอย่าง รั้น นั้นค่อนไปในทิศทางที่ดีมากทีเดียว ซึ่งคนที่เริ่มต้นร่างโครงของเพลงนี้ก็คือโบนัสนั่นเอง “ตอนนั้นพวกเราเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ครับ อยู่คาบเกี่ยวระหว่างชีวิตมหา’ลัยกับชีวิตการทำงาน พูดกันตามความจริง นักดนตรีน่ะหางานยาก และต้องอยู่กับคำว่าเต้นกินรำกิน แต่ผมแค่อยากบอกกับคนที่เรารักหรือคอยเป็นห่วงว่า ขอผมลองนะ ถึงแม้ว่าผมล้มก็ไม่เป็นไร แค่อยากทำมันให้สุดสักตั้ง” ซึ่งโบนัสก็นำเรื่องราวนี้มาเสนอกับเพื่อนๆ พร้อมกับริฟฟ์กีตาร์ช่วงอินโทรสุดเฟี้ยวที่ทุกคนคงได้ฟังกันเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นทั้ง 4 หนุ่มก็มาแจมกันในห้องซ้อม และนอกจากซาวนด์ดนตรีร็อคที่เป็นพื้นฐานของเพลงนี้แล้ว พวกเขายังเพิ่มเติมสีสันของเสียงสังเคราะห์ รวมถึงเสน่ห์อันแปลกหูจากเสียงแซกโซโฟนในช่วงอินโทรที่มือกีตาร์ของวงอย่าง ปอม ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวง St. Vincent นั่นเอง ซึ่ง De Flamingo ขอเรียกตัวเองว่าเป็นวงอินดี้ร็อคที่ยังอยากทดลองในเรื่องของซาวนด์ไปเรื่อยๆ แต่ท้ายที่สุดเมื่อคนฟังได้ฟังเพลงของพวกเขา ก็จะรู้ทันทีว่านี่คือซาวนด์ของ De Flamingo

Processed with VSCO with t1 preset

 

ขอเป็นตัวเลือก
“ถ้าพวกเราเล่นแล้วยังไม่มัน คนฟังก็คงไม่มันหรอกครับ” บีม มือกลองประจำวงที่ดูพูดน้อยกว่าใครเพื่อนกล่าว เช่นเดียวกับโบนัสที่เสริมว่า “อย่างตอนที่ทำเพลง รั้น ผมจะคอยถามตัวเองตลอดว่า มันสนุกแล้วหรือยัง ถ้าเล่นเองแล้วมันยังโยกตามไม่ได้ หรือยังรู้สึกแปลกๆ กับเพลง นั่นแสดงว่าอารมณ์ของเพลงยังไม่สามารถส่งไปถึงคนฟังได้ ผมก็ต้องหาริฟฟ์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ” ซึ่ง De Flamingo เน้นยำกับเราว่า พวกเขาต้องการเป็นตัวเลือกใหม่ๆ ให้คนฟังเพลงบ้านเรา และพยายามจะขายรสนิยมที่ดีของเพลงให้คนฟังสามารถสัมผัสได้มากที่สุด


ฟลามิงโกที่เตรียมสยายปีก

สำหรับใครที่รอคอยซิงเกิ้ลต่อไปของ De Flamingo พวกเขาบอกว่า น่าจะได้ฟังในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ พร้อมเซอร์ไพรส์ที่ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของวงดนตรีวงนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น ก็เป็นเวลากว่า 5 ปีที่แล้วที่พวกเขาใช้ชีวิตและทำวงดนตรีขึ้นมาด้วยกัน เราจึงอยากทราบว่า มุมมองที่มีต่อวงการดนตรีบ้านเรานั้นเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่กับประสบการณ์ที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโบนัสเป็นตัวแทนคนแรกที่ตอบกลับมา “สำหรับผมก็เปลี่ยนไปนะ คือพอ The Noir ยุบวง พวกเราคุยกันก่อนเลยว่า รายได้ของนักดนตรีมันไม่ได้เยอะ ถ้าจะทำกันต่อคือเรื่องใจล้วนๆ พวกเราทำโดยไม่รู้ว่าจะมีคนฟังไหม จะประสบความสำเร็จวันไหนก็ไม่รู้ แต่วันนั้นคือตัดสินใจแล้วว่าจะลุยไปด้วยกัน อย่างผมตอนประถมจะเคยมีโมเมนต์ไปยืนรอซื้อซีดีออกใหม่ แต่สมัยนี้มันไม่มีแล้ว ก็ต้องทำใจ และพยายามทำให้สุดความสามารถ” ส่วนปอมก็ปิดท้ายว่า “เคยมีรุ่นพี่คนหนึ่งบอกผมว่า การทำวงดนตรีก็เหมือนการวิ่งมาราธอน ถ้าเหนื่อยก็ชะลอ หยุดพักดื่มน้ำ แล้วจะเดินก้าวต่อเล็กๆ หรือจะสิ่งต่อให้สุดก็แล้วแต่ ไม่มีใครรู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ผมแค่อยากทำให้ดนตรีกลายเป็นอาชีพให้ได้ เพราะผมคิดว่าผมทำอย่างอื่นได้ไม่ดีเท่ากับการเล่นดนตรี นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมรู้”


และอย่างที่พวกเขาบอกคนฟังผ่านบทเพลงว่า “ถึงแม้กลัวสักเท่าไหร่ จะขอลองสักครั้ง” เราเชื่อเหลือเกินว่า แม้ความคิดของพวกเขาอาจจะเต็มไปด้วยความรั้น แต่มันคือความรั้นที่ก่อเกิดเป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่น่าสนใจและน่าติดตามกับก้าวต่อไปของวงดนตรีที่ชื่อ
De Flamingo เป็นอย่างยิ่ง

 

Story by: Chanon B.