DC (1)

 

ทำเอาแฟนเพลงชาวไทยหัวใจเต้นโครมครามเมื่อทราบข่าวว่า Disclosure จะมาดีเจที่บ้านเราในงาน “Together Festival 2016” กาย และ ฮาเวิร์ด ลอว์เรนซ์ คือคู่พี่น้องอิเล็กทรอนิกส์ชาวอังกฤษที่ได้รับการยกย่องว่ายกระดับเพลงเต้นรำขึ้นไปอีกขั้น

เหมือนกับศิลปินยุคใหม่อีกหลายคน Disclosure เริ่มต้นจากการทำเพลงเองและอัพโหลดขึ้น Myspace และเริ่มเป็นที่รู้จักกับซิงเกิ้ล Latch ที่ได้ แซม สมิธ มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของเพลง และแรงต่อเนื่องกับ White Noise ซึ่งได้ร่วมงานกับ AlunaGeorge ก่อนที่สตูดิโออัลบั้มชุดแรก Settle จะวางจำหน่าย และได้รับคำชมเป็นอย่างมาก สองปีให้หลังพวกเขากลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่ที่ชื่อ Caracal ที่ยังคงได้ศิลปินมากหน้าหลายตามาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นขาประจำอย่าง แซม สมิธ ในซิงเกิ้ล Omen ได้ เกรกอรี่ พอร์เตอร์ มาร้องนำใน Holding On รวมถึงเพลง Magnets กับน้ำเสียงทรงเสน่ห์ของ Lorde

นอกจากซาวนด์สังเคราะห์ที่มากไปด้วยเอกลักษณ์ที่ทำให้สตูดิโออัลบั้มทั้ง 2 ชุดของพวกเขาขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในสาขา Best Dance/Electronica Album มาแล้ว Disclosure ยังถือว่าเป็นคู่หูที่มีรูปแบบการแสดงสดอันแปลกใหม่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือล้น

และในช่วงบ่ายก่อนที่พวกเขาจะขึ้นโชว์ในค่ำคืนดังกล่าว บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ก็ได้รับโอกาสในการสนทนาสั้นๆ กับดูโอคู่นี้ท่ามกลางอุณหภูมิเฉียด 40 องศาเซลเซียส แต่โชคดีหน่อยที่พวกเราทั้งหมดได้นั่งคุยกันถึงที่มาที่ไปของดนตรีในแบบฉบับ Disclosure บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมที่พัก รวมถึงความเป็นกันเองของทั้งสองหนุ่มก็ทำให้เราลืมอากาศอันร้อนระอุไปในทันที

 

ช่วงนี้อากาศเมืองไทยร้อนระอุทั้งที่ความจริงเป็นฤดูฝน พวกคุณโอเคกับอุณหภูมิสูงขนาดนี้ไหม?
กาย
: ก็อาศัยอยู่แต่ในโรงแรมเอาครับ เดี๋ยวค่อยออกไปข้างนอก สัปดาห์ที่แล้วที่ลอนดอนฝนก็ไม่ตก แถมมีหิมะตกด้วย

เข้าเรื่องเลยดีกว่า เราอยากรู้ว่า สตูดิโออัลบั้ม 2 ชุดทั้ง Settle และ Caracal มีความแตกต่างในเรื่องใดบ้าง?
กาย : ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องดนตรี อัลบั้ม Caracal เราจะโฟกัสไปที่เรื่องของการเขียนเพลงมากกว่าเดิมมากๆ อัลบั้มชุดแรกจะมีสัดส่วนแบบครึ่งต่อครึ่งระหว่างแทร็คที่เน้นเมโลดี้กับแทร็คเอาไว้เปิดในคลับ ซึ่งเราก็สนุกกับการเขียนเพลงมากๆ อัลบั้มนี้ก็เลยจะมีเพลงที่มีการร้องมากขึ้น

ตอนทำเพลงแรกๆ คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ไหม ทั้งการได้ไปทัวร์รอบโลก ได้รางวัลมากมาย และอีกหลายๆ สิ่งที่เข้ามาในชีวิต?
กาย :
ไม่เคยคิดเลย อย่างในอัลบั้มแรกเราได้ผลตอบรับที่ดีมากๆ และเราก็ประสบความสำเร็จมากในอเมริกา ซึ่งเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มากๆ ได้มาโชว์ที่ทวีปเอเชีย รวมถึงโอกาสในการทำอัลบั้มชุดที่ 2 ซึ่งทำให้เรามีโอกาสเดินทางไปในสถานที่ที่วิเศษอย่าง จีน อินโดนีเซีย และที่อื่นๆ ซึ่งการได้ไปหลายๆ แห่งก็ทำให้เราได้ผ่อนคลายในวันหยุดด้วย รวมถึงหาสิ่งใหม่ๆ ในการทำเพลงของเราด้วย

DC (3)

 

ปกติโชว์ของ Disclosure จะมาเต็มรูปแบบ แต่การมาทัวร์เมืองไทยครั้งนี้มาเป็นดีเจเซ็ต มันจะออกมาในรูปแบบไหน?
ฮาเวิร์ด : ครึ่งหนึ่งจะเป็นเพลงของพวกเราเอง ส่วนอีกครึ่งจะเป็นรีมิกซ์เพลงที่เราชื่นชอบ รวมถึงเพลงของศิลปินคนอื่นๆ ด้วย เหมือนเป็นการแสดงให้ผู้ชมเห็นว่า เพลงที่เราทำ เราได้แรงบันดาลใจมาจากที่ไหนบ้าง
กาย : ใช่ครับ ประมาณนั้น ทุกคนจะได้รับรู้ว่า โลกของ Disclosure เป็นอย่างไร เราสร้างเพลงของเราอย่างไร พวกเรามาจากไหน แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ซาวนด์ Disclosure มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง พวกคุณค้นพบซาวนด์แบบนั้นจากไหน?
ฮาเวิร์ด : แรกเริ่มพวกเราก็ค่อยๆ ค้นหาตัวเองจนเจอนั่นแหละครับ ช่วงแรกก็แค่เรียนรู้ว่า โปรแกรมทำเพลงนี่เขาใช้กันอย่างไร รวมถึงวิธีเขียนเพลงบนแล็ปท็อปมันมีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งสนุกมาก แล้วก็ออกไปคุยกับศิลปินคนอื่นๆ ในอังกฤษ พยายามศึกษาว่าเขาสร้างซาวนด์พวกนั้นที่เราสองคนชอบขึ้นมาได้อย่างไร คือถ้าคุณยิ่งทำ ยิ่งพยายามกับสิ่งๆ นั้น แล้วลองกลับมาศึกษาว่าแบบไหนที่คุณชอบ คุณจะค่อยๆ สร้างและพัฒนาเสียงที่คุณชอบขึ้นมาได้
กาย : ซึ่งมันก็ต้องใช้เวลานะ อธิบายง่ายๆ ก็คือ เราสร้างซาวนด์เหล่านั้นขึ้นมาจากสิ่งที่เราชอบ แล้วมันก็กลายมาเป็นเพลงที่เราชอบนั่นเอง

ซึ่งพอพวกคุณสร้างซาวนด์ในแบบ Disclosure ขึ้นมาได้แล้วก็เริ่มมีคนทำตาม พวกคุณมีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไร?
ฮาเวิร์ด : มันต่างกันอยู่แล้วระหว่างการได้รับอิทธิพลจากผลงานของอื่นกับการลอกเลียนแบบ เอาจริงๆ มันก็น่าเบื่อนะที่มีคนมาเลียนแบบงานเรา แต่ผมถือว่ามันเป็นคำชมมากกว่า คือพวกเขาก็คงชอบงานของพวกเราแหละก็เลยทำแบบนั้น ก็สนุกดีครับ เหมือนพวกเรามาถูกทางแล้ว คนอื่นก็เลยเลียนแบบในสิ่งๆ นั้น ก็โอเค
กาย : เรื่องนี้มันแล้วแต่มุมมอง คุณมีสิทธิ์จะมองมันอย่างไรก็ได้ไม่ว่าจะยินดีหรืออารมณ์เสียกับมัน (หัวเราะ) บางครั้งเมื่อคุณเรียนรู้และสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากศูนย์ ค่อยๆ ทำทีละอย่างทีละขั้น แต่คนอื่นเขาก้าวไปข้างหน้าเร็วกว่าเรา มันก็มีรู้สึกท้อบ้าง แล้วอาจจะเริ่มอยากเลียนแบบงานของคนอื่นบ้าง แต่ท้ายที่สุดพวกเราก็พอใจกับการที่ได้ทำงานออกมาด้วยตัวของพวกเราเองมากกว่า

การที่คุณสองคนเป็นพี่น้องกัน ทำงานด้วยกันมาโดยตลอด มันมีข้อดีข้อเสียบ้างไหมในการทำงานลักษณะนี้?
กาย : เราสองคนไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นมันอาจจะเป็นการใช้เวลาร่วมกันมากไปสักหน่อย (หัวเราะ) คืออย่างนี้ครับ เราไม่ได้เหมือนคู่พี่ชายน้องชายหรือพี่สาวน้องสาวทั่วๆ ไป คู่พี่น้องทั่วไปเขาไม่ได้ตั้งวงดนตรีขึ้นมาเพื่อทำงานด้วยกัน อย่างคุณก็คงไม่ตั้งวงดนตรีกับน้องสาวของคุณหรอกใช่ไหม คือเราสองคนไม่ได้เหมือนกันขนาดนั้น แต่สิ่งที่เราชอบมากๆ เหมือนกันก็คือเสียงเพลง เรื่องส่วนตัวหรือบุคลิกภายนอกก็ต่างกัน หลังจากคุยกับคุณเสร็จฮาเวิร์ดอาจจะออกไปพิพิธภัณฑ์หรือวัด  แต่ผมอาจจะอยากไปร้านอาหารหรือบาร์มากกว่า
ฮาเวิร์ด : คือเราไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยกัน แต่เราแบ่งเวลามาทำงานด้วยกันแบบพอดีๆ เหมือนเป็นการจัดสรรเวลามากกว่า

DC (2)

 

แล้วสำหรับการทัวร์ในครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
กาย : สนุกมากครับ แต่เราต้องเดินทางกันเยอะมาก ซึ่งก็เป็นอะไรที่หนักพอสมควร เดินทางอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง แต่อย่างวันนี้ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่วันที่พวกเราค่อนข้างมีเวลา เราเพิ่งกลับมาจากอเมริกา แล้วเดี๋ยวก็จะมีงานเล่นที่อเมริกาอีก

คือโชว์คืนนี้เสร็จพวกคุณต้องบินต่อเลยเหรอ?
กาย : พรุ่งนี้เช้าครับ ยังพอมีเวลาให้พักสักหน่อยก่อนจะเดินทางกันต่อ ก็มีเจ็ตแล็กบ้างซึ่งเป็นอะไรที่แย่มาก ถ้าไม่นับเรื่องเดินทางก็เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก เราได้ไปพักในโรงแรมดีๆ ไปคลับเจ๋งๆ ทั่วโลก ได้ทานอาหารอร่อยๆ

ทำงานกับศิลปินเจ๋งๆ มาก็หลายคน ยังมีใครที่อยากร่วมงานด้วยอีกบ้างไหมในอนาคต?
กาย : เราได้ตอบคำถามนี้บ่อยอยู่เหมือนกัน ซึ่งคนๆ นั้นก็คือ Prince แต่ตอนนี้เขาจากพวกเราไปแล้ว น่าเศร้ามาก และก็ยังไม่มีคำตอบใหม่ในตอนนี้ อืม… อาจจะเป็น สตีวี วอนเดอร์ เขาคือที่สุดของวงการอีกคนหนึ่ง

ช่วงที่ผ่านมามีข่าวเศร้าของศิลปินในวงการเพลงเยอะมาก?
ฮาเวิร์ด : ใช่ครับ ศิลปินในยุคนั้นก็เริ่มมีอายุมากขึ้น ถ้านับจากยุค 70s มันก็นานมากจริงๆ มันเป็นเรื่องเศร้า แต่อย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้นสักวัน ผมว่าเราควรจะยกย่องผลงานที่พวกเขาเหล่านั้นทิ้งเอาไว้ให้คนรุ่นหลังดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น Prince หรือ เดวิด โบวี่ ซึ่งจริงๆ เราก็ไม่โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าไหร่หรอก แต่ก็พยายามอยู่กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นมากกว่า

ตอนนี้ Disclosure ทำอะไรอยู่บ้าง?
ฮาเวิร์ด : ช่วงนี้หลักๆ ก็เป็นการทัวร์คอนเสิร์ตครับ ทั้งปีเลย พวกเราก็จะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงแบ่งเวลาในการทำอัลบั้มใหม่ด้วย
กาย : พวกเราใช้เวลากับแล็ปท็อปค่อนข้างเยอะครับ (หัวเราะ) ถ้าไม่ให้เวลากับแล็ปท็อป ก็จะไม่มีทางเกิดเพลงใหม่ๆ ขึ้นได้เลย

พวกคุณทำเพลงระหว่างการเดินทางเลยเหรอ?
กาย : ใช่ครับ เร็วๆ นี้พวกเราจะมีเพลงใหม่มาให้ฟังกัน อาจจะออกมาในรูปแบบอีพี ซึ่งจะเป็นแทร็คไว้เปิดตามคลับมากกว่า อย่างที่บอกไปว่าอัลบั้มล่าสุดของ Disclosure จะค่อนข้างป๊อป มีนักร้องรับเชิญหลายคน เราอยากให้ทุกคนรู้ว่า Disclosure ยังสามารถทำเพลงแนวนั้นได้อยู่

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Pisut S. & Retox Sessions
Special Thanks: Universal Music Thailand