dv-1200

กระแสวงบอยแบนด์ในบ้านเราที่ดูเหมือนว่าจะเริ่มซาๆ ไปเล็กน้อยในช่วงที่ผ่านมา ถ้าไม่นับรวมกับฝั่งเอเชียโดยเฉพาะกับสายเกาหลีที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ในช่วงที่หลายๆ คนคิดว่าบอยแบนด์จากฝั่งตะวันตกเป็นสิ่งที่เอาท์ไปแล้ว กลับมีห้าหนุ่มสแปนิช Dvicio ที่สามารถสร้างกระแสไวรัลไปทั่วอินเตอร์เน็ตด้วยคลิปร้องเพลงภาษาไทย พร้อมลูกอ้อนกับแฟนๆ ชาวไทยที่มีมาเป็นระยะ เมื่อปีที่แล้วพวกเขาก็บินลัดฟ้ามาถึงกรุงเทพฯ ซึ่งนอกจากโชว์สุดพิเศษแล้วยังมีแฟนมีตติ้งให้แฟนเพลงชาวไทยขึ้นไปแข่งจ้องตาทั้งห้าหนุ่ม (อันเดรส เซบาโยส ซานเชส, มาร์ติน เซบาโยส ซานเชส, นาโช่ โกตอร์ การ์ราสโก, ลูอิส กอนซัลโบ เบอร์นาล และมิสซิส กอนซาเลซ) บนเวทีอีกต่างหาก และในปีนี้ทั้งห้าหนุ่มบินมาพบเจอกับแฟนเพลงของพวกเขาอีกครั้งพร้อมกับคอนเสิร์ต “Dvicio Volvemos in Bangkok 2017″

อย่างที่รู้กันว่าทั้งห้าหนุ่ม Dvicio เรียกได้ว่าหลงรักเมืองไทยและแฟนเพลงชาวไทยแบบสุดๆ ทั้งร้องเพลงไทยและโพสต์ภาษาไทยให้ได้ฟินกันบ่อยครั้ง และที่พิเศษสุดๆ ขณะร่วมพูดคุยกับ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อแฟนๆ ชาวไทยของพวกเขา ทั้งห้าหนุ่มก็พร้อมใจกันยิ้มกว้างอย่างมิได้นัดหมาย

dv-900-5

 

ก่อนอื่นเลยยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทยอีกครั้ง พวกคุณรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้กลับมาอีกครั้ง

นาโช่: พวกเรารู้สึกดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งครับ และคราวนี้ก็พิเศษกว่าเดิม เพราะครอบครัวของพวกเราก็มาด้วย

แล้วสำหรับอัลบั้มใหม่ของพวกคุณ ทำไมถึงใช้ชื่อว่า Qué Tienes Tú มันมีความหมายอย่างไรกับพวกคุณ คุณอยากจะสื่ออะไรกับคนฟัง

อันเดรส: ก็ชื่อของอัลบั้มนี้นะครับ Qué Tienes Tú หมายถึง คุณมีอะไร ที่เหมือนกับว่าคุณมีความสามารถอะไร เป็นการส่งคำถามไปยังคนที่ฟังว่าอย่าไปกลัว อย่าไปอายที่จะโชว์มันออกมาให้โลกเห็น

ด้วยการที่คุณเป็นวงดนตรีมาจากสเปน ไม่ทราบว่าวงการดนตรีที่ประเทศสเปนเป็นอย่างไรบ้าง และคุณคิดว่าวงการเพลงโดยทั่วไปตอนนี้เป็นอย่างไร

นาโช่: ที่เห็นได้ชัดเลยนะครับคือเรื่องของภาษา คือถึงแม้ว่าในประเทศสเปนจะฟังเพลงสากลกันเยอะมากนะครับ ไม่ว่าจะจากอเมริกาหรืออังกฤษ แล้วพอมาที่เมืองไทยแน่นอนครับว่าภาษาก็แตกต่างกันแน่นอน แต่ว่าเพลงไทยหลายๆ เพลงที่เราเคยร้องกัน ทั้งของ สิงโต นำโชค หรือที่ร้องกับ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เนี่ย มันก็มีสิ่งที่เหมือนคือความป๊อป แล้วก็แปลงไปเป็นเพลงภาษาสเปนได้เหมือนกัน

หลุยส์: แต่จากที่ได้ไปทัวร์มาที่เม็กซิโกนะครับ ผมก็สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง อย่างเช่นวงดนตรีจากฝั่งเกาหลีญี่ปุ่นก็เริ่มตีตลาดเม็กซิโกแล้วด้วยเช่นกัน

dv-900-6
dv-900-3

แล้วในเรื่องของซิงเกิ้ล No Te Vas ที่ทำร่วมกับ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เป็นอย่างไรบ้าง ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อย

อันเดรส: คือพวกเราอยากจะทำเพลงที่เป็นส่วนผสมระหว่างภาษาสเปนกับภาษาไทย ซึ่งก็เหมือนกับที่พวกเราเคยทำมาก่อนหน้าเช่นพวกคัฟเวอร์เพลงของสิงโต นำโชค ทีนี้พวกเรารู้สึกว่ามันมีแต่เพลงของศิลปินคนอื่น ก็เลยอยากให้พวกเราร้องเพลงของตัวเองบ้าง เลยมีการปรับเปลี่ยนเนื้อเพลงของพวกเราให้เป็นภาษาไทย ซึ่งมันก็ออกมาเยี่ยมมากครับ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของทั้งสเปนและไทย โต๋เขาก็มีเสียงร้องที่เยี่ยมมากครับ พวกเราแฮปปี้กับเพลงที่ออกมามากๆ พวกเราไม่ชัวร์นะครับว่ามันเป็นเพลงแรกหรือเปล่าที่มีทั้งภาษาสเปนและไทย แล้วพวกเราก็รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ร่วมกันทำเพลงนี้จนออกมาสำเร็จ

พวกคุณมีวิธีเรียนรู้การร้องเพลงภาษาไทยอย่างไรบ้าง

อังเดรส: โอ้ จริงๆ พวกเราก็ยังไม่ได้เรียนกันอย่างจริงจังนะ (หัวเราะ) ผมใช้วิธีฟังบ่อยๆ แล้วก็ร้องตามเอา พยายามเลียนเสียงให้เหมือนที่สุด บางครั้งมันก็ยากที่จะทำเสียงให้เหมือนนะครับ เพราะว่าภาษาไทยมีเสียงที่พวกเราแทบไม่มีใช้ในภาษาเราเลย ก็เลยต้องมีทั้งใช้การออกเสียงจากภายในหรือห่อลิ้นแบบต่างๆ ที่พวกเราไม่เคยทำแต่เพื่อทำให้ใกล้เคียงมากที่สุดก็เลยต้องพยายามอยู่หลายที

อะไรทำให้พวกคุณอยากกลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง

มาร์ติน: พวกเราไม่ได้คาดหวังว่าจะให้คนมาดูโชว์ของเรามาฟังเพลงอย่างเดียวแล้วก็กลับ แต่อยากให้มันเป็นความทรงจำดีๆ ระหว่างพวกเรากับแฟนๆ ครับ นอกจากนั้นแล้วในงานคอนเสิร์ตของเราก็มีการเก็บภาพบรรยากาศเพื่อนำไปเป็นมิวสิควิดีโอเพลงของเราด้วยครับ

บอกได้มั้ยว่าจะเป็นเพลงอะไร

ทุกคน: No Te Vas ครับ

dv-900-7

สิ่งหนึ่งที่แฟนๆ รักคือการที่พวกคุณใกล้ชิดกับพวกเขามากๆ ทั้งในโซเชียลมีเดียหรือที่ใดก็ตาม อยากรู้ว่าความประทับใจแรกที่คุณมีต่อแฟนๆ ชาวไทยคืออะไร (หลังจบคำถาม สมาชิกทั้งห้าต่างพากันยิ้มกว้างพร้อมตาเป็นประกายและกระตือรือร้นที่จะตอบคำถาม)

มิสซิส: สิ่งแรกที่ผมประทับใจมากๆ และผมก็เชื่อว่าไม่ใช่แค่ผมคนเดียวแน่นอนครับที่รู้สึกเหมือนกัน คือตอนแรกที่พวกเรามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ตอนนั้นพวกเราไม่คาดคิดเลยว่าแฟนๆ จะต้อนรับพวกเราดีขนาดนั้น เพราะแค่เดินออกมาจากเกททุกคนก็กรี๊ดกันดังมาก ซึ่งพวกเราก็ประทับใจมากๆ และก็ยังจำวินาทีนั้นได้มาจนถึงทุกวันนี้

แล้วสำหรับเมืองไทยล่ะ อะไรคือความประทับใจแรกเมื่อคุณมาเยือนเมืองไทย

นาโช่: สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดนะครับ แฟนคลับชาวไทยครับ เพราะว่าทุกคนน่ารักและมีมารยาทมาก แล้วก็ยิ้มเสมอเวลาเจอพวกเรา ผมรู้สึกว่าทุกคนเห็นถึงความตั้งใจในสิ่งที่พวกเราทำจริงๆ

อันเดรส: อีกสิ่งที่ผมค้นพบเกี่ยวกับประเทศไทยนะครับ คือผมไม่เคยเห็นประเทศไหนที่ไม่มีการตัดสินคนอื่นแบบเมืองไทยมาก่อน พวกเราไม่รู้สึกว่าทุกคนตัดสินพวกเรา ทุกคนเปิดใจฟังเพลงของเราและนั้นมันทำให้ผมรู้สึกพิเศษมากๆ สมกับที่ทุกคนเรียกประเทศไทยว่า แลนด์ ออฟ สไมล์ จริงๆ ครับ (ยิ้ม)

dv-900-1
dv-900-4

แฟนเพลงส่วนใหญ่ของคุณและไม่ใช่แค่เพียงคนไทย ต่างพากันบอกว่าอยากเรียนภาษาและวัฒนธรรมสเปนเพื่อที่จะเข้าใจพวกคุณมากยิ่งขึ้น พวกคุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

มิสซิส: พวกเรารู้สึกดีใจมากๆ ครับ ที่เพลงของพวกเราเป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยสนใจภาษาสเปนถึงขั้นสมัครเรียนภาษาสเปนเพื่อที่จะเข้าใจเพลงของพวกเรา พวกเราภูมิใจมากๆ ครับ

สุดท้ายแล้วพวกคุณอยากพูดอะไรกับแฟนชาวไทยมั้ย

อันเดรส: พวกเราอยากขอขอบคุณทุกๆ คนมากครับ ไม่ใช่แค่เพียงให้โอกาสแรกของพวกเราเมื่อปีที่แล้วแต่ยังให้พวกเรากลับมาเจอกับทุกคนอีกครั้ง และยังถือว่าให้โอกาสในเส้นทางอาชีพของพวกเรา ให้ได้เดินทาง แล้วอยากจะให้ทุกคนมาดูคอนเสิร์ตของพวกเราครับ เพื่อที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ไปพร้อมๆ กับพวกเรา ทั้งห้าคนที่ร้องเพลงกันมาตั้งแต่เด็กๆ และอยากให้ทุกคนรู้สึกดีหลังจากเจอพวกเรา ขอบคุณและหวังว่าพวกเราจะได้กลับมาอีกครั้งนะครับ

Story by Aekkachai S.

Photos by Purin A.