cover-profile_p-air-1024x535

เมื่อประมาณตีสี่ของเช้านี้ ดิฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพื่อเข้าห้องน้ำ และด้วยนิสัย (ไม่ดี) ประจำตัว ดิฉันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารูดหน้า feeds ของ Facebook ดูตามปกติ แต่มาสะดุดกับข่าวการเสียชีวิตของ เชสเตอร์ เบนนิงตัน จากเพจ Billboard Thailand ที่ทางทีมงานอัพไว้ในช่วงที่ดิฉันได้นอนไปแล้ว

ข่าวนี้ถึงกับทำให้นอนต่อไม่ได้เป็นเวลานาน ถึงแม้ดิฉันจะไม่ใช่แฟนตัวยงของ Linkin Park แต่ตระหนักในความสำคัญของวงมาตลอด ในความเห็นของดิฉันคิดว่าเราสามารถเรียกพวกเขาได้ว่าเป็นหนึ่งในวงที่มีอิทธิพลกับนักดนตรีไทยหลายวงมากๆ เลยก็ว่าได้ เอาเป็นว่า LP เป็น rite of passage ของวงร็อครุ่นใหม่หลายวงที่ต้องผ่านมาเจอสีสันทางดนตรี เมโลดี้ที่ถ้าถอดออกมาแล้วเรียกได้ว่า ไพเราะเข้าใจได้สะดวกใจ เนื้อเพลงตรงไปตรงมา และที่สำคัญคือการแร็พของไมค์ ชิโนดะ และเสียงร้องของเชสเตอร์ เบนนิงตันที่สามารถร้องได้ทั้งเสียงคลีนและเสียงแตกอย่างดีจนไม่น่าเชื่อว่ามาจากคนๆ เดียว

ถึงจะออกตัวว่าไม่ได้เป็นแฟนเพลง LP แต่มียุคที่ดิฉันฟัง Hybrid Theory และ Meteora จากเทปคาสเสตต์วนไปวนมาอยู่พักใหญ่ๆ เรียกได้ว่าถ้าได้ยินเพลงพวกนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่สามารถแหกปากร้องตามได้ทันที และอยากจะบอกว่าแอบเพื่อนฟังด้วยช่วงนั้น เพราะกลัวว่าจะไม่อินดี้พอในสายตาคนอื่น แต่โชคดีที่นิสัยนี้ได้หมดไปตามกาลเวลา และทั้งสองครั้งที่ LP มาเล่นคอนเสิร์ตใหญ่โตที่เมืองไทยในปี 2004 และอีกที 2007 ก็ถ่อไปดูกับเขาทั้งสองครั้ง เรียกได้ว่าไม่มีคำว่าผิดหวังกับวงนี้

เมื่อปี 2004 ดิฉันได้มีโอกาสสัมภาษณ์เชสเตอร์ทางโทรศัพท์ ซึ่งตอนนั้นวงดังสุดขีด พยายามจะค้น archive เรื่องที่เขียนไว้ แต่เนื่องจากไม่ได้ทำงานที่เก่าแล้ว ไม่สามารถเข้าไปอ่านได้ จำได้แต่ว่าเชสเตอร์โทรมาแต่เช้า และตัวเราก็ง่วงนอน เพิ่งตื่นเลยเสียงเหมือนป่วย ถ้าจำไม่ผิดเขาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เลยตอบส่งๆ ไปว่า “อ๋อ ตื่นเต้น” และเชสเตอร์บอกว่า “จริงๆ คนที่ควรจะตื่นเต้น ควรจะเป็นผมมากกว่าที่คุณสละเวลามาคุยกับผม” และบทสนทนาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

ดังนั้นการจากไปของเชสเตอร์และรวมไปถึงคริส คอร์แนลเมื่อไม่นานมานี้ สร้างความสะเทือนใจให้ใครหลายคนรวมถึงตัวดิฉันเองไม่น้อย สิ่งที่สะเทือนใจซ้ำเข้าไปอีกคือมีคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น “แฟนเพลง” ออกมาตำหนิการตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองของเชสเตอร์ แน่นอนว่าจะมาจากความโกรธความเสียใจรุนแรงที่ต้องเสียศิลปินคนโปรดไป และความโกรธเป็นหนึ่งใน grieving process แต่ว่าการ
แสดงออกทางสาธารณะด้วยคำพูดที่รุนแรงมันไม่ได้ช่วยอะไรใคร นอกจากทำให้เห็นถึงจิตใจเบื้องลึกของคุณ และโปรดเข้าใจด้วยว่าความซึมเศร้าเป็นโรคที่มีอยู่จริง และคุณโชคดีแล้วที่ไม่เคยต้องพบเจอกับความมืด ความทรมาน ที่คุณไม่สามารถรับมือกับมันได้

คุณอาจจะคิดว่านักดนตรี ศิลปินระดับนี้น่าจะมีความสุข รํ่ารวย เพียบพร้อม มีทุกอย่างที่เขาต้องการ แต่ตราบใดที่คุณไม่ได้เป็นเขา คุณไม่มีวันรู้เลยว่าภายในของเขาต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง ดังนั้นจงเงียบบ้างก็ได้ค่ะ

 

อรศิริ ประวัติยากูร
บรรณาธิการบริหาร