cover profile_P Air

April 27, 2017

กว่าหนังสือเล่มนี้จะถึงมือคุณผู้อ่าน เดือนแห่งการเฉลิมฉลองสงกรานต์หมดไปพอดี หวังว่าทุกคนคงกลับมาเข้าวงจรชีวิตปกติดังเดิมกันแล้ว

ส่วนตัวดิฉันไม่ได้เป็น FC ของเทศกาลนี้สักเท่าไหร่ เอาจริงๆ ออกจะไม่ชอบเสียด้วยซ้ำ และโดนเพื่อนๆ ว่าตลอดว่าขวางโลก ข้อดีคือมีวันหยุดยาวๆ ให้หลายคนได้กลับบ้าน พักผ่อน หรือท่องเที่ยว แต่ตัวดิฉันไม่เคยไปเที่ยวไหนตอนช่วงสงกรานต์เลย ส่วนมากอยู่ในกรุงเทพฯ นัดเจอเพื่อน หรือไม่ก็ทำอย่างปีนี้คืออยู่บ้านเฉยๆ ไม่กระดิกตัว จะกินข้าวก็คลานไปกิน แล้วคลานกลับมานอนดูซีรี่ส์ หรือฟังเพลงไปยาวๆ

เหตุผลที่ไม่เคยไปไหนก็คือรู้สึกว่าการไปเที่ยวสงกรานต์มันลำบากชีวิต เที่ยวในเมืองไทยคนจะเยอะ รถติด ทุกอย่างแพงขึ้น แย่งกันอยู่ แย่งกันกิน แย่งกันหายใจ แย่งกันเซลฟี่กับทะเล จะไปเมืองนอกก็ไม่มีทุนทรัพย์สักเท่าไหร่ ถึงมีมันก็วุ่น เพราะค่าเครื่องบินแพงกว่าปกติ คิววีซ่ายาวนาน ประเทศยอดฮิตทั้งหลายจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากบ้านเรา กลายเป็นคนเยอะอยู่ดี แต่เข้าใจว่าสงกรานต์เป็นโอกาสที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราจะได้หยุดไปไหนนานๆ ดังนั้นใครสะดวกไปควรไปเลยค่ะ ชีวิตเราใช้ซะ

ตอนเด็กมากๆ ดิฉันเล่นสงกรานต์หน้าปากซอยบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน หลักๆ ก็สาดกันเองกับน้องชายและเพื่อนบ้าน โดยที่ต้องเอาน้ำใส่กะละมังแล้วขนไปหน้าปากซอย ไม่มีการต่อสายยางใดๆ ทั้งสิ้น จำได้ว่าก็สนุกดี แต่ไม่ได้ประทับใจอะไรมาก เพราะหมู่บ้านเงียบๆ แถมแดดร้อนฉ่า ไปๆ มาๆ กลายเป็นนั่งตักน้ำรดตัวเองกับน้อง หลังจากผ่านพ้นวัยใสแล้วดิฉันไม่ได้เล่นสงกรานต์อีกเลยจนกระทั่งเลือกใช้มันเป็นเทศกาลออกไปสังสรรค์กับเพื่อน และเลือกที่จะไปที่ที่ไม่เปียกที่สุด เนื่องจากดิฉันใส่แว่น คนใส่แว่นกับการสาดน้ำ ไม่ควรคู่กันอย่างแรงค่ะ

แต่เหตุผลหลักๆ ที่ดิฉันคิดว่าสงกรานต์ควรเปลี่ยนแปลงอีกสักครั้งได้แล้วคือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องการขาดน้ำที่ประสบเจอกันแทบทั่วโลก ใจหายที่เห็นน้ำโดนสาดกระหน่ำ สาดรถวิ่งไปมาไม่มีคนเปียก หรือคนเล่นสงกรานต์ต่อสายยางแล้วปล่อยให้น้ำมันไหลไปเรื่อยๆ จริงๆ อยากจะรณรงค์ว่าเอาเหล้ามาสาดกันเลยไหมคะ ไหนๆ เทศกาลนี้กลายเป็นสิทธิพิเศษของคนเมาเรื้อนจะทำอะไรก็ได้อยู่แล้ว

อีกเรื่องที่น่าเป็นห่วงนอกจากเรตการเสียชีวิตที่สูงมาก คือการล่วงเกินทางเพศ ช่วงสงกรานต์จะดุเดือดเป็นพิเศษ ดิฉันฟังสถิติจากรายการข่าวทางวิทยุว่า ในช่วงสงกรานต์พฤติกรรมชั่วร้ายพวกนี้จะสูงเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้สักสองสามปีมีคนบ้องตื้นออกมารณรงค์ว่าก็ใส่ชุดไทยกันไป อย่ามาเต้นยั่ว ปกปิดให้มิด อย่าเมามาก ทุกอย่างที่สั่งสอนมาคือตั้งเป้าไปกดเพศหญิงทั้งนั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้วต่อให้ใครจะแก้ผ้าเมาสลบเต้นร่อนไปถึงดาวอังคาร ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะอยากโดนล่วงเกินหรือละเมิดสิทธิความเป็นคนของเขา ปีนี้ยังถือว่าน่าสนใจหน่อยว่ามีการรณรงค์ห้ามคุกคามทางเพศ แต่เอาจริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้ไม่ควรทำทั้งปีนะคะ

ดิฉันยังเชื่อต่อไปว่าทัศนคติที่ดีทางเพศและเพศสภาพควรโดนปลูกฝังตั้งแต่เด็ก และจะเป็นหนทางแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศได้อย่างยั่งยืนที่สุด #คหสต ค่ะ

อรศิริ ประวัติยากูร
บรรณาธิการบริหาร