cover profile_P Air

 

December 22, 2016
เรื่อง “รสนิยม” เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันไม่มีวันจบ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องรสนิยมในการฟังเพลงหรือการเล่นดนตรี เรามักจะได้ยินคำดูถูกประมาณว่า “รสนิยมห่วย เทสต์แย่” อยู่เสมอๆ ถ้าจะเอาความจริงกันเลยตัวดิฉันเองมักจะตกหลุมวิจารณ์คนด้วยรสนิยมอยู่บ่อยๆ บางทีก็ด้วยความคะนองตามประสา

ล่าสุดมีเหตุการณ์ที่ดิฉันมารู้สึกทีหลังว่าทำไมถึงเสียสติเป็นคนใจแคบแบบนั้น เมื่อมีน้องที่สนิทกันมาเล่าให้ฟังว่าบุคคลคนหนึ่งมีแผ่นของวงนี้ในครอบครองด้วยนะ ดิฉันตอบโต้ในทันทีว่าไม่เชื่อ คนแนวเขาเนี่ยนะ จะฟังเพลงของวงนี้ พอพูดเล่นอะไรกันไปเรียบร้อย ดิฉันมารู้สึกตัวว่าความคิดแบบนี้มันแย่เสียจริงๆ ไอ้เรื่องที่ว่าเขาจะมีแผ่นวงอะไรก็เรื่องของเขา เขาอาจจะไม่ต้องฟังก็ได้ แค่ซื้อเก็บไว้เพราะหน้าปกมันสวยดีก็ยังได้ หรือแม้ว่าเขาจะมีแผ่นอะไรสักอย่างเพื่อประดับบารมีไว้หลอกคนก็ยังได้ ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะไปตัดสินใคร

แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมต่างๆ รวมถึงดนตรีถูกปกครองด้วย politics of tastes แต่มันไม่ได้ให้สิทธิ์เราไปดูถูกหรือล้อเลียนใครทั้งสิ้น

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ปัญหามักเกิดเมื่อเราต้องเอา “รสนิยม” มาตัดสินกันในการทำงาน แล้วเอากันตามน้ำงานหลายอาชีพต้องใช้รสนิยมจริงๆ แล้วยังเป็นปัญหาโลกแตกเสมอมาว่าใครดีกว่าใคร แต่สิ่งที่ดิฉันหาทางแก้ปัญหาให้ตัวเองมาตลอดในการทำงานคือความพยายามมองโลกผ่านสายตาคนอื่นบ้าง ฟังดูเหมือนจะเป็นคนดี แต่เวลาทำจริงๆ ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่สภาพหน้างาน

จากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว เมื่อมาถึงเรื่องงานดิฉันจะพยายามดู “ความรู้” “ความเข้าใจ” และ “ความสามารถ” ของคนที่เราต้องดีลด้วยมากกว่า “รสนิยม” ในเมื่อเขาว่ากันว่ารสนิยมหรือความคูลเก๋กู้ดฮิปสเตอร์มันวัดกันลำบากลำบนเหลือเกิน คนไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่มีความสามารถในเรื่องบางเรื่องแต่ยอมรับและฟังความเห็นคนที่รู้เป็นคนน่าชื่นชมมากๆ และมักจะเป็นคนที่เราใช้ชีวิตร่วมกันได้ง่าย มันเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย และน่าอึดอัดมากที่สุดเวลาต้องรับมือกับคนที่ไม่รู้อะไรในเรื่องที่เขากำลังแหกปากตีฆ้องดังลั่นยิ่งกว่างานบวช เรื่องความรู้จริงมันวัดกันได้นะคะ อ้าปากมาก็รู้แล้วว่าข้อมูลกับประสบการณ์โดนสั่งสมมาแค่ไหน และไม่มีใครในโลกนี้ที่รู้ทุกเรื่องพร้อมทำได้ทุกอย่าง

ไหนๆ ก็จะปีใหม่แล้ว อยากจะขอพรให้ผู้อ่านทุกท่านไม่ต้องพบเจอกับคอมโบโลกแตกที่ไม่มีทั้งความรู้และรสนิยมเลยแล้วกันนะคะ

พบกันใหม่ปีหน้าค่ะ

อรศิริ ประวัติยากูร
บรรณาธิการบริหาร