cover profile_P Air

June 9, 2016

ตอนนี้ดิฉันมาเยี่ยมเพื่อนฝรั่งที่บูดาเปสต์ เป็นเพื่อนนักเรียนที่รักกันมาแสนนาน และอยู่ในแก๊งที่ใช้ชีวิตวัยรุ่นแบบไม่กลัวตายมาก่อนเหมือนกัน แต่ตอนนี้เพื่อนสุดแสบที่แบบว่าอะไรไม่ดีทำมาหมดแล้วกลายเป็นพ่อของลูกสาวตัวน้อยวัย 5 เดือน หนูน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังมากเหลือเกิน ดิฉันอาจจะลำเอียงเข้าข้างหลานฝรั่งของตัวเอง

แต่นอกจากความสดใสเลี้ยงง่ายของหนูน้อยยิ้มแป้นแล้วเห็นได้ชัดมากว่าชีวิตของเพื่อนเปลี่ยนไปจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าจากคนที่ค่อนข้างลอยชายไปมาจะสามารถรับผิดชอบลูกเมียได้ แถมยังมีความคิดที่โตขึ้นมากภายในเวลาไม่กี่เดือน ที่สำคัญทุกอย่างดูเหมือนไม่ใช่หน้าที่ แต่มาจาก “ความสุข” ล้วนๆ

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เพื่อนคนแรกของดิฉันที่หนีไปมีครอบครัว แต่อาจจะเรียกว่าเป็นคนที่เซอร์ไพรส์มากที่สุดดีกว่า พอเห็นเพื่อนเปลี่ยนแปลงแบบใหญ่หลวงก็อดคิดถึงเวลาระห่ำที่ผ่านพ้นไปไม่ได้ แล้วยังต้องกลับหันมามองตัวเองไม่ได้ว่าทำอะไรที่ชีวิตเปลี่ยนบ้างไหม ซึ่งตอนนี้คำตอบยังลอยอยู่กลางอากาศค่ะ ไว้วันไหนรู้แล้วจะมาเล่าสู่กันฟัง

เรื่องที่น่าสนใจเข้าไปอีกจากการใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนคนนี้ตลอดหลายวัน เพราะจะเจอกันปีละครั้งเท่านั้น ไม่ได้มีแต่การใช้เวลารับรู้เรื่องข่าวสารมากมายอัพเดตชีวิตรักไร้สาระอะไรกันไป แต่สิ่งที่สะดุดใจที่สุดจากบทสนทนายาวๆ ทั้งหมดคือเรื่องการเลือกดนตรีให้ลูกฟัง เนื่องจากว่าเพื่อนคนนี้เป็นดีเจ/นักดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์/โปรโมเตอร์ นอกจากงานฟรีแลนซ์ประจำที่เป็นกราฟิกดีไซเนอร์แล้ว ที่ผ่านมาเพื่อนค่อนข้างเรื่องมากในเรื่องรสนิยมทางดนตรี พูดง่ายๆ ว่าเป็นคนสายลึกอีกหนึ่งคน

พอบทสนทนาเข้าสู่การปลูกฝังให้ลูกหลานฟังเพลงดิฉันแอบคิดไว้ว่าสงสัยเรื่องนี้จะยาว เพราะขนาดตัวดิฉันไม่มีลูกมีแต่หลานอายุ 6 ขวบบางทียังยัดเยียดให้หลานฟังนู่นนี่จนเถียงกันอยู่บ่อยๆ เพราะมีความเชื่อว่าเรื่องดนตรีควรโดนปลูกฝังตั้งแต่เล็ก เรียกได้ว่าดิฉันจุ้นจ้านบังคับให้น้องชายเอาเพลงเปิดใส่ภรรยาตั้งแต่ตอนที่เขายังท้องหลานสาวคนนี้อยู่ แต่กลับกลายเป็นว่าพ่อเพื่อนฝรั่งมีความเห็นอีกที่เหนือความคาดหมายไปอีกรอบ เพื่อนบอกว่าตัวเขาไม่สนใจเลยว่าลูกจะฟังอะไร ที่สำคัญไม่เปิดเพลงให้ลูกฟังอีกต่างหากเพราะคิดว่าเด็กเกินไปและการฟังอะไรมากๆ ตั้งแต่เด็กๆ อาจเป็นการรบกวนมากกว่าจะเป็นข้อดีเสียด้วยซ้ำ

เรื่องนี้อาจจะต้องถกเถียงกันยาวเพราะมีหลายแนวคิด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพลงคลาสสิคให้เด็กฟังเพื่อสร้างเซลล์สมอง หรือจนกระทั่งการเลือกใช้ white noise เพื่อให้เด็กชินกับเสียงที่นอกจากความเงียบเวลานอน ซึ่งเรื่องนี้อาจจะขึ้นกับความเชื่อและการเลือกใช้ของผู้ปกครอง เพื่อนยังย้ำต่อไปว่าเขาจะไม่มีทางบังคับลูกให้ฟังเพลงที่เขาชอบ เขาบอกว่าพอลูกสาวโตขึ้นถึงจุดที่มีดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตแล้ว เขาจะให้ลูกสาวเขาเลือกเองทุกอย่างแม้ดนตรีเหล่านั้นจะไม่ถูกใจเขาเลยก็ตาม

หลังจากถกเถียงกันสักพัก กลับมานั่งคิดก็ตกผลึกว่า เรื่องดนตรีหรือผลผลิตทางวัฒนธรรมหลายอย่างเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเข้าใจ ต้องอยู่กับสิ่งนั้น และต้องหลงรักอย่างแท้จริง การมีรสนิยมเป็นเรื่องดี แต่ใครล่ะจะเป็นคนตัดสินได้ว่ารสนิยมใครดีกว่าใคร ไม่มีอะไรจะแน่นอนไปกว่า เรื่องบางเรื่องไม่สามารถสร้างความเข้าใจได้ในเวลาอันสั้น และไม่สามารถเข้าใจมันเพราะโดนบังคับโดยปัจจัยภายนอก เมื่อโดนบังคับด้วยเหตุผลอะไรก็ตามว่าต้องชอบ ต้องอิน สิ่งที่ตามมามักจะเป็นความหายนะล้วนๆ โดยที่ตัวเองอาจจะยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ เหมือนสมัยที่ดิฉันเริ่มทำงานที่หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งใหม่ๆ ถูกให้เป็นคนรับผิดชอบเรื่องคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นเรื่องดีแต่ดิฉันไม่ได้เข้าใจอะไรนักหนา ท้ายสุดแล้วก็ต้องขอเปลี่ยนมาเป็นทางที่ตัวเองเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ แน่นอนว่าหลายคนอาจจะบอกว่าดิฉันไม่ได้พยายามพอ แต่พยายามแล้วมันไม่ได้อะไรขึ้นมาเพราะใจไม่ได้อยู่ตรงนั้น ไม่เข้าใจ ถ้าตอนนั้นความพยายามที่จะฝืนมันมีมากกว่าความต้องการของตนผลลัพธ์อาจจะออกมาเป็นลบก็ได้ เพราะดันทุรังทำในสิ่งที่เราไม่เข้าใจมันเอาซะเลย คนเดือดร้อนคงไม่ใช่แค่ดิฉันคนเดียวแน่นอนถ้าตอนนั้นยัง “เฟค” ต่อ เพราะดิฉันคงนำเสนอเรื่องที่มีแต่มุมตื้นๆ แบบขอไปทีต่อไป

ท้ายสุดแล้วเอาเป็นว่าเราคงบังคับยัดเยียดให้ใครชอบอะไรไม่ได้ เรื่องบางเรื่องใช้เวลานาน เหมือนเป็น lifetime commitment และเราคงได้แต่หวังว่าพวกเขาจะหาทางของตัวเองเจอก่อนที่ผลเสียจะมาเยี่ยมเยียนตัวเองและคนรอบข้าง

อรศิริ ประวัติยากูร
บรรณาธิการบริหาร