cover profile_P Air

 

June 23, 2016

ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วขนาดนี้ หายใจไปไม่กี่รอบรู้ตัวอีกทีบิลบอร์ด ไทยแลนด์มาถึงเล่มที่ 7 แล้ว ถ้าจะนับเรื่องใน billboard-thailand.com นี่คงจะเป็นพันเรื่องแล้วก็ได้ เพราะว่าเราอัพเดตกันทุกวัน วันละหลายเรื่องอยู่ ทุกอย่างที่อยู่ในเล่มจะโดนเข้าสารบบออนไลน์ของเราแทบทั้งหมด แต่เนื้อหาออนไลน์ของเราไม่ได้อยู่ในเล่มทุกอัน ดังนั้นอยากขอให้ทุกคนลองอัพเดตข่าวสารจากเว็ปไซต์และช่องทางโซเชียล มีเดียของเราดูด้วยบ้างนะคะ โดยเฉพาะทางหน้าเฟซบุ๊กเลย ตอนนี้เราจะพยายามจะไลฟ์งานต่างๆ ให้ถี่ขึ้นกว่าเดิมไปอีก อยากให้ช่วยไปกดไลค์กันสักนิด เพราะตอนนี้เรารับประทานไลค์แทนข้าวค่ะ

ข้อความโฆษณาของเราก็ได้จบไปแล้ว ข่าวเศร้าในขณะที่เขียนอยู่ตอนนี้คงไม่พ้นข่าว Orlando Shooting ที่มีมือปืนเข้าถล่มยิงคลับเกย์ มีคนตายไปกว่า 50 ศพ เป็นเรื่องช็อกโลก และรายละเอียดต่างๆ ทุกคนคงหาอ่านได้ตามสำนักข่าวทั่วไป เหตุการณ์ทำให้อดนึกภาพตามไม่ได้ มันโหดร้ายทารุณเหลือเกินกับการที่คนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันในสถานที่แห่งหนึ่ง เพื่อมีความสุขกับการเต้นรำไปกับบทเพลงที่เขาโปรดปราน แต่สุดท้ายกลับมาเจอโศกนาฏกรรมเช่นนี้

ยิ่งเราถามหาความสงบสุขมากเท่าไหร่ กลับกลายเป็นว่าโลกรอบตัวกลับร้อนเป็นไฟ ทางออกจากความรุนแรงที่ไร้สติเช่นนี้จะมีตรงไหน การเปิดใจให้กว้างในเรื่องศาสนา เชื้อชาติ การเมือง รสนิยมทางเพศ อาจจะช่วยได้ แต่ต้องเริ่มที่ใด และที่ใคร ส่วนตัวดิฉันเองคงแก้ปัญหาระดับโลกไม่ได้ แค่ปัญหาว่าวันๆ นึงจะใส่เสื้อสีอะไรยังแก้ไม่ค่อยได้เลยค่ะ ได้แต่หันมาสำรวจจิตใจตัวเองให้ใจเปิดกว้างยอมรับกับทุกความแตกต่าง ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปถึงเรื่องระดับชีวิตคน แต่บางทีความรุนแรงมันช่างไร้เหตุผลและคำอธิบายยิ่งนัก อย่างเดียวที่เราจะทำได้คืออย่าสิ้นหวังและปรับใจตัวเองให้อยู่ในจุดที่โอเคพร้อมประพฤติตนอย่างเหมาะสม

สาวน้อยหน้าปกของเรา อาเรียน่า กรานเด มาพร้อมกับรูปถ่ายเซตเปรี้ยวจี๊ด ที่แสดงให้เห็นตัวตนของเธอได้อย่างดี ถ้าอ่านบทสัมภาษณ์จะเห็นอาเรียนาไม่ได้มีแค่สิ่งสวยงามหวือหวาที่เราเห็นตามสื่อบันเทิงต่างๆ นอกจากความสามารทางดนตรีของเธอแล้ว เธอยังมีอะไรจะพูดเยอะ และเธอไม่กลัวที่จะพูดมัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิสตรีที่หลายคนอาจจะเลี่ยงไม่พูดถึง เพราะมันหนักเกินไป อาจทำให้ภาพพจน์ใสๆ ดูซีเรียสไปนิดนึง

เป็นเรื่องที่โดนถกเถียงกันมาตลอดว่าศิลปินควรจะแสดงความคิดเห็นเรื่องสังคมและการเมืองหรือไม่ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ช่ำชองในการแคพจอ (หนึ่งในพฤติกรรมที่น่าสยองขวัญที่สุด) หรือตัดแปะคำพูดดึงออกมาจนหลุดบริบท อาจจะเห็นได้ว่าศิลปินหลายคนเลือกที่ไม่แสดงจุดยืนอะไรเลยทั้งสิ้น จะว่าพวกเขาไม่สนใจสิ่งรอบตัวเลยก็ว่าไม่ได้เต็มปาก เพราะผลลัพธ์แบบลบๆ มีให้เห็นตลอดมาสำหรับคนที่ออกมาพูด ทั้งๆ ที่จริงแล้วจุดยืนของทุกคนสามารถเปลี่ยนไปได้ตามสถานการณ์ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง คนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ตัวเองจนไม่สนใจเหตุผล ถูกผิด อาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่ศิลปินจะโดนแคพจอไว้และเอากลับมาหลอกหลอนเมื่อเรื่องราวมันเปลี่ยนไปค่อนข้างน่ากลัว

แต่ในเวลาเดียวกันดาราศิลปินที่ไม่เคยแสดงความเห็นอะไรเลย นอกจากขายของตามอินสตาแกรม โชว์ทรัพย์สิน อวดไลฟ์สไตล์ไปวันๆ ก็น่าเบื่อเช่นกัน บางทีเราอาจจะอยู่สังคมที่นิยมคนดังมากเกินไป และคิดว่าเขาคือเทพเจ้าและเทพเจ้าไม่ควรจะทำอะไรขัดหูขัดตามนุษย์ทั่วไป แต่ลองถามใจตัวเองดูว่าอยากจะได้ศิลปินแบบไหนมาอยู่ในใจคุณ แบบชัดเจนในการใช้ชีวิต ชัดเจนในความเชื่อ หรือคลุมเครือเพื่อไม่ต้องการทำร้ายจิตใจใครหรือผลประโยชน์ของเขา

ท้ายสุดศิลปินก็คือมนุษย์เหมือนเราๆ นี่แหละค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเขามีความกล้าพอที่จะพูดอะไรหรือไม่ แต่เอาจริงแล้วการพูดแล้วทำน่าจะมีความสำคัญมากกว่าคำพูดประดิษฐ์งดงามรายวันลอยลมไร้จุดหมายไปเรื่อยๆ

อรศิริ ประวัติยากูร
บรรณาธิการบริหาร