_N1A6365-1

 

แม้ทุกวันนี้จะยังไม่มีคำตอบอันแน่ชัดว่า ‘ผี’ คืออะไร หลายคนอาจมีความเชื่อว่าบนโลกนี้ผีมีอยู่จริง แต่ในขั้วตรงข้ามทางความคิดอาจมองว่า สิ่งนี้เป็นเพียงความงมงายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เราเพียงเท่านั้น แต่แล้ว การถือกำเนิดขึ้นของวงดนตรีที่ชื่อ Ghost ก็ได้สร้างข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งขึ้นมาว่า ภูตผีกลุ่มนี้มีตัวตนที่สัมผัสได้จริง และพวกเขาก็เตรียมขุมพลังแห่งดนตรีร็อคไว้หลอกหลอนคุณผู้ฟังเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

หากจะกล่าวว่า Ghost คือวงดนตรีหน้าใหม่ก็อาจพูดไม่ได้เต็มปากนัก เพราะสมาชิก 3 ใน 4 คนอย่าง โอ่ง-วิสารท กุลศิริ (กีตาร์), เก่ง-นที แสนทวี (เบส) และ หนีด-สิทธิพันธุ์ บุญจันทร์ (กลอง) คืออดีตสมาชิกวง Rampage เจ้าของเพลง No More Time และ ฉันยังรักเธอ ที่เคยสร้างสีสันให้กับวงการเพลงร็อคของเมืองไทยเมื่อปี 2000 ก่อนจะต่อยอดความสำเร็จในระดับสูงกับวง AB Normal ที่มีสตูดิโออัลบั้มถึง 4 ชุด รวมถึงเหล่าเพลงฮิตชุดใหญ่ไม่ว่าจะเป็น พูดไม่ค่อยเก่ง, ตัวประกอบ, ใจน้อย หรือ I’m Sorry เป็นต้น ในขณะที่ตำแหน่งฟร้อนต์แมนก็ได้ เอก-สุทธิเทพ สัตนาโค นักร้องนำจาก Sleeping Sheep วงดนตรีระดับหัวแถวของวงการเพลงอันเดอร์กราวนด์ในบ้านเราที่หลายคนอาจจะเคยคุ้นหูกับเพลงอย่าง เวลาเยียวยาทุกสิ่ง, ฟ้อง และ ยิ่งลืม ยิ่งจำ มารับหน้าที่ในการสร้างความมันหนนี้

“มันเหมือนกับว่า ผมได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” แม้ประโยคดังกล่าวจะหลุดออกมาจากปากของ โอ่ง แต่ราวกับว่าจะเป็นสิ่งที่แทนความรู้สึกของ เก่ง และ หนีด ไปในตัว ใครที่ติดตามข่าวคราวในวงการเพลงบ้านเรามาตลอดคงทราบดีว่า ระยะเวลา 17 ปีในวงการเพลง พวกเขาทั้ง 3 คนประสบพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด จาก Rampage สู่การเปลี่ยนชื่อวงเป็น AB Normal และนักร้องนำคนใหม่ หลังจากนั้นในปี 2007 หนีด ก็โบกมือลาทางวงเพื่อออกไปทำธุรกิจส่วนตัว และล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้กับข่าวการแยกทางกันอย่างเป็นทางการ และ AB Normal ก็กลายเป็นเพียงตำนานในที่สุด

 

“ก่อนหน้านี้หลายคนมองว่าพวกเราเป็นเหมือนวงหัวขาดบ้างล่ะ เพราะไม่มีนักร้อง Ghost ก็เหมือนผีที่ตายไปแล้วนั่นแหละครับ ซึ่งอาจจะตายโดยไม่รู้ตัวก็ได้” โอ่ง นึกย้อนกลับไปถึงคำปรามาสที่เขาได้รับมา ซึ่งท้ายที่สุดเขาก็ต่อยอดนำไปใช้เป็นชื่อวง ก่อนจะกล่าวต่อกับเราว่า “อย่างผมกับเก่งยังคงมีความโหยหาในการเล่นดนตรีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม และทุกๆ ครั้งที่ได้เริ่มใหม่ ก็เปรียบเสมือนได้ต่ออายุในการเล่นดนตรีของผมต่อไป”

หลังจาก โอ่ง และ เก่ง ซึ่งพักหลังเราได้เห็นบทบาทของพวกเขาในฐานะคนเบื้องหลังอยู่เนืองๆ ได้ตัดสินใจจะทำวงดนตรีวงใหม่ขึ้นมาภายใต้ชื่อ Ghost ความจำเป็นในการที่จะต้องหาสมาชิกวงเพิ่มจึงเริ่มต้นขึ้น พวกเขาประกาศเฟ้นหามือกลองผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ แต่คนที่ผ่านการออดิชั่นและพร้อมจะร่วมหัวจมท้ายไปกับโปรเจกต์นี้ก็กลับกลายเป็นอดีตเพื่อนร่วมวงอย่าง หนีด นั่นเอง “ผมหายจากวงการไปประมาณ 10 ปีเห็นจะได้ ทั้งทำงานส่วนตัว มีโปรเจกต์วงดนตรีวงเล็กๆ ที่ไม่ได้มาทางสายร็อคสักเท่าไหร่ พอได้ยินข่าวว่ามีการเปิดรับออดิชั่นหามือกลอง ใจมันอยากเล่นน่ะ ก็ลองกันอีกสักตั้ง ดูเพื่อนๆ เขาก็ตกใจอยู่เหมือนกันนะ” ความรู้สึกจากมือกลองมาดทะเล้นดังกล่าวนั้นเรียกเสียงหัวเราะได้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

อีกหนึ่งตำแหน่งสำคัญสำหรับวงดนตรีสักวงคงหนีไม่พ้นนักร้องนำ แรกเริ่มเดิมทีก็มีการชักชวนนักร้องหลายท่านให้มาทดลองออดิชั่น แต่ก็ยังไม่ลงตัวสักที จนในที่สุด มือเบสสุดเซอร์อย่าง เก่ง ก็เผยตัวละครลับที่เขาคิดไว้ในใจตั้งแต่แรกออกมา … เอก Sleeping Sheep

_N1A6396-1

จากซ้าย: เก่ง-นที แสนทวี, เอก-สุทธิเทพ สัตนาโค, โอ่ง-วิสารท กุลศิริ และ หนีด-สิทธิพันธุ์ บุญจันทร์ 

“ตอนนั้น Sleeping Sheep กลับมารวมตัวกันเพื่อเล่นโชว์ที่งานอันเดอร์กราวนด์งานหนึ่ง เห็นวิธีการร้องและเพอร์ฟอร์แมนซ์ของเอกก็รู้สึกว่า คนนี้แหละใช่เลย” เก่งบอกเราก่อนจะเล่าต่อว่า เขาต่อสายไปปรึกษา นิว-อนุชา ทรงวงษ์ มือเบสแห่งวง Sleeping Sheep ถึงความเป็นไปได้ที่จะให้ เอก มาเป็นฟร้อนต์แมนของโปรเจกต์ดังกล่าว และเมื่อทุกอย่างไฟเขียว เก่งจึงโทรทาบทามเอกในทันที

แต่การที่ศิลปินสักคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในวงการเพลงอันเดอร์กราวนด์มาโดยตลอดกว่า 10 ปีจะก้าวขึ้นมาสูดลมหายใจบนพื้นดินก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเหมือนการจับกีตาร์คอร์ด C แต่อย่างใด “ต้องปรับตัวหลายส่วนเลยล่ะครับ สมัยที่ทำวงอันเดอร์กราวนด์หรืออาจจะเรียกว่าวงอินดี้ก็ตาม เราต้องทำงานและเดินหน้ากันเอง การที่มีจำนวนคนน้อยๆ สามารถจบเรื่องได้ง่ายก็จริง แต่เรื่องประสิทธิภาพต้องยอมรับว่ามันเทียบกันไม่ได้ และยุคสมัยนี้ การที่ทำเพลงเสร็จแล้วเดินเอาไปให้คนอื่นฟังคงไม่เพียงพอแล้ว การที่ผมได้เข้ามาอยู่ในระบบค่ายก็จะมีกระบวนการหรือบุคลากรอื่นๆ มาช่วย มีการระดมสมอง ชั่งน้ำหนักระหว่างส่วนที่พึงพอใจและไม่โอเค กลายเป็นศิลปะอีกส่วนหนึ่งที่เราได้ทำงานร่วมกับคนอื่น” เอก อธิบายอย่างละเอียด

ทั้งนี้ก่อนที่ เอก จะตกปากรับคำในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวง Ghost เขาทราบดีถึงขีดจำกัดของวง Sleeping Sheep ที่สมาชิกแต่ละคนมีภาระหน้าที่ในการทำงานประจำ จนทำให้ไม่มีเวลาที่จะผลิตผลงานเพลงใหม่ๆ ออกมาฝากเหล่าสาวกเดนตายที่มีจำนวนอยู่ไม่น้อย และถึงแม้ว่าตอนนี้เขากำลังรับบทบาทนักร้องนำของ 2 วงดนตรีอยู่ในเวลาเดียวกัน แต่เขาก็มองเห็นว่ามันเป็นโอกาสอันงดงามที่แสดงให้เห็นถึงยุคสมัยที่ไร้ซึ่งการปิดกั้นอะไรบางสิ่งบางอย่างมากจนเกินไปต่างหาก

 

นอกจากคอนเซ็ปต์ของวง Ghost จะแข็งแกร่งใช่ย่อยแล้ว นับตั้งแต่ปล่อยทีเซอร์ตัวแรกซึ่งเป็นเรื่องราวของกระดานผี Ouija (อ่านว่า วีจี) ออกมา พวกเขาก็ค่อยๆ ไต่ระดับความหลอนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นถือเป็นแผนการตลาดอันแยบยลที่สามารถสะกิดต่อมความอยากรู้ของคนดูได้อย่างดีเยี่ยม โดยทางวงขอยกความดีความชอบให้ทีมงานค่าย Me Records ทุกคน จนกระทั่งมาถึงเทรลเลอร์แนะนำวง Ghost อย่างเป็นทางการกับประโยคของ โอ่ง ที่พูดว่า “ย้อนกลับไปในวันที่เราเตรียมงานไว้ทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว แต่มันก็ต้องหยุดลง เพราะคนๆ หนึ่งมันไม่อยากจะเดินต่อไปกับพวกเรา” ซึ่งกลายเป็นที่ประเด็นถกเถียงในโลกโซเชียลอย่างมากมาย ว่าเขาต้องการจะสื่อถึงอะไร หรือถึงใครหรือเปล่า?

 

“สิ่งที่ทุกคนได้ยิน มาจากความรู้สึกที่ผมรู้สึกจริงๆ” โอ่งกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม “ผมอยากจะสื่อถึงการเดินทางของวงดนตรีวงหนึ่ง และการเดินทางต่อของวงดนตรีอีกวงหนึ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้นเอง” โดย โอ่ง เผยถึงรายละเอียดว่า เขารู้สึกไม่ค่อยโอเคกับสคริปต์แรกที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้ เขาจึงตัดสินใจพูดเรื่องจริงที่เกิดขึ้นที่สามารถพูดได้ ก่อนที่ เก่ง จะเสริมว่า “เคยคุยกับพี่โอ่งว่า การที่เราพูดสิ่งที่เราคิด แล้วนั่นคือความจริง มันคือสิ่งที่ควรทำแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาเฟคหรือมาแต่งสคริปต์อะไรทั้งสิ้น”

ในที่สุด อย่ามาหลอกหลอนฉันอีก ซิงเกิ้ลเปิดตัววง Ghost ก็ได้ฤกษ์เผยแพร่สู่คนฟังทั่วประเทศ เป็นครั้งแรกทาง Apple Music ในวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งก็เฮี้ยนถึงขนาดที่ว่า พุ่งสู่อันดับ 2 บนชาร์ต iTunes ภายใน 3 ชั่วโมงแรก และก้าวสู่อันดับ 1 ในเวลาต่อมาอีกด้วย และการที่เพลงนี้ถูกเปิดทางวิทยุอีกครั้งก็ทำเอา เก่ง ตื่นเต้นจนรู้สึกว่ากลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้งเลยทีเดียว โดยเพลงนี้เกิดจากความตั้งใจของ โอ่ง ที่อยากจะทำเพลงแรกให้มีเนื้อหาเชื่อมโยงกับชื่อวง เรื่องราวในเพลงจึงพูดถึงคนๆ หนึ่งที่เจ็บปวดเจียนตายเพราะสูญเสียคนรักไป แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ก็กลับรู้สึกว่า เราสามารถอยู่คนเดียวได้ และเมื่อเธอคนนั้นต้องการจะกลับมา สิ่งที่ทำได้คือบอกกลับไปว่า อย่ามาหลอกหลอนฉันอีกเลยนั่นเอง โดยได้หัวเรือใหญ่แห่งค่าย Me Records อย่าง ฟองเบียร์-ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม มาฝากฝีมือการแต่งเนื้อร้องให้ ซึ่งทางวงก็แจกแจงกับเราต่อว่า นอกจากเรื่องความรักแล้ว คนฟังยังสามารถตีความไปถึงความทุกข์หรือเรื่องราวในอดีตที่อาจจะคอยตามมาหลอกหลอนได้เช่นกัน

 

ในขณะที่พาร์ตของดนตรี เราสัมผัสได้ถึงความสดใหม่ภายใต้กลิ่นอายเก่าๆ จากสมัย Rampage, AB Normal หรือแม้กระทั่ง Sleeping Sheep ก็ตาม “การที่ 4 คนมาร่วมงานกันแล้วจะทำให้กลมกล่อมที่สุดไม่ใช่เรื่องง่ายครับ แต่พอปล่อยเพลงออกไปก็ได้กระแสตอบรับกลับมาว่า คนฟังได้ยินลายเซ็นทางดนตรีที่พวกเราตั้งใจให้พวกเขารู้สึกถึง ก็ดีใจกันนะ” โอ่งกล่าว โดยก่อนหน้านี้ก็มีข้อสงสัยเกิดขึ้นมากมายว่า วง Ghost จะนำพาดนตรีร็อคในสไตล์ไหนมาสู่คนฟัง ฟร้อนต์แมนอย่าง เอก จะยังคงเอกลักษณ์ในการว้ากอยู่หรือไม่ ซึ่งคำตอบก็อยู่ในซิงเกิ้ลดังกล่าวทั้งหมดแล้ว นอกจากนั้นพวกเขายังเพิ่มสีสันในการนำเสียงต่างๆ อาทิ เสียงเข็มนาฬิกา หรือเสียงบรรยากาศต่างๆ มาสร้างเป็นเสียงแอมเบียนต์ตามที่พวกเขาได้ออกแบบเอาไว้ กลายเป็นลูกเล่นอันแปลกหูที่ฟังแล้วเหมือนกำลังอยู่ในบ้านผีสิงซึ่งไม่รู้ว่าจะได้พบเจออะไรในท่อนต่อไปกันแน่ แถมยังได้ ต้น-จักริน จูประเสริฐ มือกีตาร์วง Silly Fools มาช่วยมิกซ์ รวมถึง วู้ดดี้-สราวุธ พรพิทักษ์สุข ซึ่งเคยคว้ารางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส ครั้งที่ 43 เมื่อปี 2001 จากการรีมาสเตอร์อัลบั้ม The Complete Hot Five and Hot Seven Recording ของศิลปินแจ๊ซชื่อดัง หลุยส์ อาร์มสตรอง มาแล้วมาดูแลในขั้นตอนการมาสเตอริ่งอีกด้วย

การที่สมาชิกแต่ละคนของ Ghost ก็ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ แถมมีประสบการณ์ทางดนตรีมามากกว่า 10 ปีกันทั้งนั้น เราจึงอยากทราบมุมมองที่พวกเขามีต่อการให้คุณค่ากับผลงานเพลงในยุคนี้กันเสียหน่อย

“มีน้องคนหนึ่งเคยพูดกับผมว่า เพลงก็เหมือนน้ำจิ้ม ที่เพิ่มความอร่อยให้กับการกินข้าว แต่พอให้คนซื้อน้ำจิ้มสักถ้วย คนเขาไม่ซื้อหรอก ก็เหมือนเพลงที่คนขาดไม่ได้เช่นกัน แต่พอให้เสียเงินซื้อ ซึ่งปัจจุบันก็ไม่แพงนะ แต่บางคนก็ไม่จ่ายอยู่ดี เหมือนเพลงเป็นของฟรีไปแล้ว” โอ่งกล่าวความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเขายอมรับว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการทำงานเพลงมากขึ้น แต่พอทุกคนมองว่าเป็นเรื่องง่าย มันจึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีค่า

_N1A6387-1

 

ในขณะที่ เอก ก็เสนอแนะหนทางแก้ไขได้น่าสนใจไม่น้อยว่า การที่จะทำให้คนฟังสามารถสัมผัสถึงคุณค่านั้นได้ ศิลปินก็ต้องเปิดเผยถึงความจริงใจหรือกระบวนการการทำงานให้พวกเขาได้รับรู้นั่นเอง “ต้องทำให้คนฟังรู้ครับว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากตัวตนของศิลปินจริงๆ ไม่ใช่แค่มายืนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ถอดเสื้อผ้า แล้วก็เต้นง่ายๆ แบบนั้น แล้วพอพวกเขาเข้าใจในความยาก เขาก็อาจจะมองเห็นคุณค่าของมัน”

 

หากจะพูดกันตามจริง นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวงดนตรีที่ชื่อ Ghost ที่ไม่อาจทราบได้เลยว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร สิ่งเดียวที่พวกเขารู้ตอนนี้ก็คือ มีความสุขและสนุกไปกับการเล่นดนตรีอีกครั้งให้มากที่สุด แล้วดนตรีจะพาพวกเขาไปไกลได้แค่ไหน คำตอบคงซ่อนตัวอยู่เบื้องหน้า ณ ที่ใดสักแห่ง แต่รับรองว่าทุกตัวโน้ตแห่งความมันที่คุณจะได้ฟังหลังจากนี้ในรูปแบบอัลบั้มที่พวกเขาตั้งเป้าหมายไว้ จะตามไปหลอกหลอนอยู่ในหัวสมองของคุณทั้งวันทั้งคืนแน่ๆ

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Purin A.