hardwell1c

ด้วยชื่อของ Hardwell คงสามารถการันตีความจัดหนักจัดเต็มได้เป็นอย่างดีไม่ว่าชื่อของเขาจะไปปรากฎอยู่ในเฮดไลเนอร์ของเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อะไรก็ตาม ล่าสุดกับการทัวร์เอเชีย 4 ประเทศ 5 เวทีภายในเพียงช่วงเวลาสุดสัปดาห์ โดยคิวของบ้านเรานั้นเป็นงาน “808 Festival 2016” ที่แม้จะย้ายสถานที่จัดงานไปเป็นสวนนงนุช พัทยา แต่ว่าความมันแบบจัดเต็มยังคงอยู่เช่นเดิม เมื่อวันที่ 10-11 ธันวาคมที่ผ่านมา

นอกจากการทัวร์คอนเสิร์ตแล้ว เขาเองยังเพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด Baldadig ที่ได้เพื่อนซี้ Quintino มาร่วมงานด้วย และเท่านั้นยังไม่พอกับ “2 Years As One โฟโต้บุ๊คเล่มแรกในชีวิตกับการถ่ายทอดเรื่องราวแบบที่เราไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และโอกาสนี้ บิลบอร์ด ไทยแลนด์ ได้พูดคุยกับเขาถึงกระแสของดนตรี EDM ในไทยและเอเชียที่นับวันจะเติบโตยิ่งขึ้นเรื่อยๆ 

 

การทัวร์ในเอเชียที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง

ผมรักเลย เป็นการทัวร์คอนเสิร์ตที่สุดยอดมาก ผมชอบการมาเอเชียนะ ที่นี่มีแฟนเพลงที่ยอดเยี่ยม มีวัฒนธรรมที่แปลกใหม่และอาหารที่ผมชอบ การแสดง 5 เวทีในเวลา 4 วันเป็นเหมือนบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของร่างกาย แต่หากคุณได้ขึ้นไปยืนต่อหน้าแฟนเพลงจำนวนมหาศาล คุณจะลืมคำว่าเหนื่อยไปเลย เปลี่ยนเป็นคำว่าปาร์ตี้แทน ผมได้ขึ้นแสดงในเทศกาล Zouk OUT (สิงคโปร์), DJakarta Warehouse Project (อินโดนีเซีย), 808 Festival (ไทยและพม่า) และปิดท้ายด้วย Go Hardwell or Go Home ที่เมืองบังคาลอร์ประเทศอินเดีย พอกลับไปดูรูปถ่ายและวิดีโอของงานผมสัมผัสได้ว่าโปรดักชั่นของแต่ละเวทีอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา เป็นการทัวร์ระหว่างสุดสัปดาห์ที่วิเศษมาก

ล่าสุดคุณเพิ่งปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ Baldadig ออกมาด้วย

Baldadig เป็นเพลงที่ผมร่วมงานกับเพื่อนศิลปินชาวดัตช์ชื่อ Quintino เพลงนี้พวกเราใช้เวลาทำกันอยู่พักใหญ่กว่าจะออกมาสมบูรณ์แบบ ผมเคยเล่นเพลงนี้ในเทศกาลดนตรีหลายที่เช่น Electric Zoo, Sziget Festival Budapest, Lollapalooza และ Ultra Europe ซึ่งเกิดกระแสตอบรับที่เกินคาดจากแฟนเพลงจำนวนมาก ผมรู้สึกมีความสุขจริงๆ ที่พวกเราได้ร่วมกันทำเพลงนี้ออกมา

นอกจากซิงเกิ้ลใหม่แล้ว คุณก็ยังปล่อยโฟโต้บุ๊ค 2 Years As One ออกมาอีกด้วย ทำไมคุณถึงตัดสินใจนำเรื่องราวชีวิตมาถ่ายทอดผ่านรูปถ่าย

2 Years As One นี่คือหนังสือเล่มแรกของผมเลย! มันเป็นโฟโต้บุ๊คที่เหมาะเจาะกับการวางไว้บนโต๊ะกาแฟในห้องนั่งเลยนะ ซึ่งถ่ายโดยช่างภาพประจำทัวร์ชื่อ Joep van Aert หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมภาพถ่ายชีวิตบนเส้นทางดนตรีของผมประมาณสองปีหลังจากที่ผมถูกจัดว่าเป็นดีเจอันดับ 1 ของโลก รูปภาพภายในหนังสือเป็นภาพถ่ายซึ่งยังไม่เคยเผยแพร่ให้ใครเห็นมาก่อน โดยส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยเรื่องราวของผม, เพื่อน, ครอบครัว, เหล่าดีเจ, หลังเวที ฯลฯ ทั้งหมดล้วนเป็นภาพถ่ายส่วนตัวในชีวิต เป็นสิ่งที่วิเศษมากสำหรับการย้อนกลับไปเปิดดูระหว่างกำลังออกทัวร์

hardwell-book-2016-billboard-1548

ถือว่าปีนี้คุณได้ทำโปรเจกต์เยอะแยะมากมาย สำหรับปีต่อไป 2017 คุณได้วางแผนอะไรใหม่ๆ สำหรับตัวเองและแฟนเพลงบ้างมั้ย

ผมได้ใช้เวลากับการสรรหาสิ่งใหม่ๆ ทั้งแนวคิด ซาวนด์ และสไตล์ มันเป็นเรื่องสนุกที่ทำให้มีผลงานเพลงใหม่มากมายมาให้แฟนเพลงได้ฟัง ล่าสุดผมได้ปล่อยซิงเกิ้ลกับควินติโน (Baldadig) ที่ได้บอกไปก่อนหน้า และกำลังโปรโมทอีกซิงเกิ้ลกับ เจย์ ฌอน ชื่อว่า Thinking About You ปีหน้าอย่าลืมเตรียมตัวรับชมรับฟังเพลงใหม่กันเพราะผมมีแผนการในปี 2017 อยู่มาก และผมยังมีกระเป๋าอุปกรณ์ดีเจชุดใหม่อีกด้วย ประสบการณ์การทำงานร่วมกับแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น BALR คือสิ่งที่ผมรู้สึกสนุกและอยากทำอีกในอนาคตข้างหน้า นอกจากนี้ผมกับทีมงานกำลังคุยกันเรื่องตัวเลือกในอนาคตของโปรเจกต์ United We Are Foundation ผมหวังว่าจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการมากกว่านี้เมื่อทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยขึ้นในปีหน้า

สุดท้ายแล้วคุณมีมุมมองในฐานะดีเจเกี่ยวกับดนตรี EDM ของเอเชียอย่างไรบ้าง และทิศทางของดนตรี EDM ในเอเชียจะเป็นอย่างไรเมื่อกระแสดนตรีสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ดนตรี EDM ของเอเชียกำลังเติบโตขึ้นอย่างมาก ผมคิดว่าเราทุกคนเคยเห็นการเติบโตของดนตรี EDM ในอเมริกามาก่อนซึ่งตอนนี้ฝั่งเอเชียก็กำลังอยู่บนเส้นทางนั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จำนวนของเทศกาลดนตรีในเอเชียกำลังเพิ่มและเราเริ่มที่จะเห็นพรสวรรค์ของคนในแต่ละท้องถิ่นมากขึ้น ถึงแม้จะยังเป็นเรื่องใหม่ของหลายพื้นที่แต่นั่นก็ทำให้การเป็นดีเจมีความพิเศษขึ้น

 

Story by Aekkachai S.