บรรดาคนขวางโลกแห่งอาณาจักรชาวร็อคแทบจะไม่มีเหลือให้เห็นกันอีกแล้วในปัจจุบัน แต่ตำนานฟร้อนต์แมนแห่งยุคไซคีเดลิกร็อกอย่าง โรเจอร์ วอเตอร์ส จากคณะ Pink Floyd ยังคงอยู่กับเรามาทุกยุคทุกสมัย เพื่อที่จะบอกกล่าวถึงมุมมองที่แตกต่างจากคนทั่วไปเกี่ยวกับประเด็นใกล้ตัวอันร้อนแรง โดยคราวนี้เป็นเรื่องราวการเมืองในปัจจุบันซึ่งถูกเรียบเรียงออกมาผ่านอัลบั้มใหม่ในรอบ 25 ปีของเขา Is This the Life We Really Want?

คุณเริ่มทำอัลบั้ม Is This the Life We Really Want? มานานเท่าไรแล้ว

พวกเราลงมือมาสักพักใหญ่แล้ว ผมทำงานนี้ร่วมกับ ไนเจล ก็อดริช เขาเป็นคนดูแลซาวนด์ภาพยนตร์ Roger Waters: The Wall กับ ฌอน อีแวนส์ เขาทำงานได้ดี หลังจากที่เขาได้ยินเพลงเหล่านี้เราจึงได้พูดคุยกันเรื่องการสานต่อผลงาน ตอนแรกผมตั้งใจจะปล่อยให้ฟังแค่ในวิทยุ แต่สุดท้ายก็สำเร็จเป็นอัลบั้มเต็มเมื่อไม่นานมานี้

การเลือกตั้งประธานาธิบดีได้เปลี่ยนแปลงผลงานของคุณไปมากแค่ไหน เพราะเพลงในอัลบั้มมีการใช้คำพูดของทรัมป์ช่วงที่เขาชนะการเลือกตั้งด้วย

คำพูดเหล่านั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงในช่วงท้ายที่สุด จริงๆ พวกเราตัดสินใจกันแทบนาทีสุดท้าย ปลายมกราคมเรายังไม่ได้เริ่มมาสเตอร์เพลงกันเลย

คุณกังวลหรือเปล่า? ว่าอีก 40 ปีคนที่ฟังเพลงนี้จะคิดว่ามันยึดติดกับยุคสมัยเกินไป

ผมไม่กังวลเลย ในช่วงที่ออกทัวร์คำพูดเหล่านั้นก็จะมาอยู่ในโชว์ด้วย ผมใส่คำพูดของทรัมป์ระหว่างเพลง Us and Them กับ Money ซึ่งมันจะให้ความรู้สึกว่าเขากำลังยอมรับในการใช้อำนาจในทางที่ผิด แสร้งว่าปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต ผู้คนที่เคยคิดสนับสนุนเขาจะค่อยๆ รู้สึกตัวว่านโยบายมันเป็นแค่คำพูด ทรัมป์ไม่เคยสนใจพวกเขา ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง

ผลการเลือกตั้งอาจไม่ได้มีความสมบูรณ์แบบนัก แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าเขามีพรรคพวกคอยสนับสนุน

งั้นหรือ? ผมคิดว่าผู้คนเหล่านั้นกำลังเริ่มเข้าใจแล้ว พวกเขาคงจะคิดในใจว่า “ไหนบอกว่าจะช่วยพวกเราไง” ขณะที่ทรัมป์ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรพวกเขาเลย นอกจากลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเท่านั้น

ภายในอัลบั้มจะมีเนื้อความซึ่งบั่นทอนจิตใจ อย่างเช่นเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่กล่าวว่า “I feel small like a bug on a wall / who gives a shit anyway.”

นั่นไม่ใช่ตัวผม ต้องบอกก่อนว่านี่คือผลงานที่ตอนแรกผมตั้งใจปล่อยแค่ในวิทยุ อย่างท่อน “feel small like a bug on the wall” จะสื่อถึงคนอื่นที่ไม่ใช่ผม แต่ผมค่อนข้างชอบเนื้อเพลงในช่วงหลังโดยเฉพาะตอนจบของเพลง ใจความมันสื่อถึงผู้ที่เป็นแบบอย่างของความโหยกระหายทรัพย์สิน ความเห็นแก่ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม ด้วยความโลภระดับนั้นสามารถเปลี่ยนคนให้กลายเป็นคนบ้าอำนาจได้ ตัวอย่างที่แจ่มแจ้งเลยคือทรัมป์

คุณมองเห็นอะไรที่เป็นความหวังบ้างไหม

ทุกหนทุกแห่งย่อมมีผู้คนตรากตรำทำงานอยู่ด้วยความหวัง คนเหล่านี้กำลังพยายามสื่อถึงความจริงที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ อย่างในทัวร์ของผมก็มีการใช้ประมวลภาพสารคดีของกองทัพทหาร ภาพคนกำลังห้ำหั่นกันเป็นภาพสะเทือนขวัญที่สามารถทำให้ผู้ชมหวาดกลัว ภาพทั้งหมดนี้แท้จริงถูกกำกับโดยผู้หญิงคนหนึ่งนามว่า ซอนย่า เคนเนเบค ผมไม่มีเวลาไปถ่ายรูปทั้งหมดนี้เองแต่เธอยอมให้ผมใช้ภาพดังกล่าวได้ เพราะตอนนี้สถานการณ์มันเหมือนเราได้ลงเรือลำเดียวกันแล้ว เธอต้องการช่วยผมเผยแพร่ภาพความโหดร้ายเหล่านี้ให้สาธารณชนได้เห็นว่า ไม่มีตอนจบที่สวยงามรออยู่ในทางของทรัมป์

เราไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณทำนายอนาคต แต่คุณคิดถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าไว้อย่างไร

ผมอยากเดิมพันด้วยทุนก้อนยักษ์ว่า เขาจะไม่ได้รับชัยเป็นครั้งที่สอง เขาจะไม่มีวันทำแบบนี้ได้อีก

เหตุใดช่วง 40 ปีที่ผ่านมา อัลบั้มของคุณค่อนข้างเป็นการวิพากษ์ต่อสิ่งต่างๆ คุณเคยคิดว่าจะเป็นคนที่ทำแต่เพลงที่ไม่มีเรื่องราวหรือเปล่า

อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะถ้าผมไม่ได้มีเรื่องอะไรอยากเขียน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาสิ่งที่ผมอยากเขียนมักจะเป็นอะไรบางอย่างที่มีความคล้ายคลึงกัน ผมชอบไอเดียของโรงละครที่จะนำเอาสิ่งต่างๆ มารวมตัวในธีมเดียวกัน ผมจะให้ความสำคัญกับหัวข้อและประเด็นที่ผมเขียนออกมาเป็นพิเศษ รวมถึงเรื่องของความรักด้วย

Story & Photos by: Billboard
Translated by: Pannathorn P.