1

 

ถ้าคุณผ่านมาเห็นบทความนี้จากบิลบอร์ด ไทยแลนด์ เราเชื่อว่าคุณต้องรู้จัก แจ็ค ไวท์ เขาเป็นมือกีตาร์ที่เก่งกาจ เป็นนักร้องเสียงดี เป็นคนแต่งเพลงที่มีเอกลักษณ์ เป็นคนที่แสดงสดได้ยอดเยี่ยม เป็นคนที่เวลากูเกิ้ลหาหน้าเขาจะต้องมีรูปหน้าช้ำเลือดช้ำหนองขึ้นมาอยู่ในผลการค้นหา (ซึ่งเป็นหน้าของ เจสัน นักร้องนำ The Von Bondies ที่โดน แจ็ค ไวท์ ต่อยเมื่อหลายปีก่อน ชาวเน็ตคงชอบใจและขยันคลิ๊กดูจึงติดอันดับในกูเกิ้ลมาถึงทุกวันนี้ บางคนไม่รู้คิดว่านั่นคือรูปหน้า แจ็ค ไวท์โดยต่อยเสียด้วยซ้ำ)

2

ซ้าย: รูปเจสันหลังโดนแจ็ค ไวท์ต่อย ที่หลายๆคนเข้าใจว่าเป็นหน้าแจ็ค ไวท์ โดนต่อย

ขวา: ไอ้นี่แหละคนที่ไปต่อยเค้า!

3

 

นอกจากเรื่องฝีมือและเบ้าหน้าที่เกริ่นนำไป แจ็ค ไวท์ก็เป็นเจ้าของค่ายเพลง Third Man Records ค่ายเพลงที่เป็นเลิศด้านความคิดสร้างสรรค์ในการทำไวนิลอย่างยิ่งยวด – เช่น –

4

 

ครองตำแหน่งไวนิลที่บันทึกเสียงเสร็จเร็วที่สุดในโลกด้วยซิงเกิ้ล Lazaretto ที่ออกมาเมื่อปี 2014 โดยปกติศิลปินทำเพลงออกมาเป็นซิงเกิ้ลก็ต้องอัดทีละชิ้น ส่งมิกซ์ ส่งทำมาสเตอร์ ทำอาร์ตเวิร์ค ส่งโรงงาน กินเวลากันเป็นเดือน แต่ของแจ็ค ไวท์ นี่คือเร็วระดับที่ ตื่นเช้ามา อัดสดพร้อมกันทั้งวงลงแผ่นมาสเตอร์ ส่งไปปั้ม บ่ายออกวางขาย ตามคลิป

5

 

ไวนิลอัลบั้มเต็ม Lazaretto แบบ ULTRA Limited ที่มีกิมมิกเยอะแยะเต็มไปหมด เช่น มีเพลงซ่อนไว้ถ้าเอาเข็มไปจิ้มเล่นตรงฉลากชื่อเพลง เพลงแรกหน้าบีมีอินโทรสองแบบที่แยกร่องเสียงกันก่อนจะมีบรรจบเป็นตัว Y เมื่อเข้าเพลงหลัก และทีเด็ดที่สุด คือเวลาแผ่นหมุนจะมีรูปโฮโลแกรมหมุนตามไปด้วยล้ำๆไปเลย

7

 

เรียกได้ว่าแจ็ค ไวท์ และค่าย Third Man Records ได้ทำเกือบครบทุกฟังก์ชั่นที่ไวนิลจะทำได้แล้ว ดังนั้น ก้าวต่อไปของพวกเขาก็เป็นการผลิตไวนิลสุดพิเศษเพื่อเล่นที่ความสูง 28,000 เมตรจากผิวโลก เนื่องในโอกาสค่ายครบรอบ 7 ปีและเฉลิมฉลองค่ายปั๊มไวนิลครบ 3,000,000 แผ่น เมื่อเดือนกรกฎาคม 2016 ที่ผ่านมา (เป็นการตอบคำถามคนที่สงสัยว่ามันจะทำไวนิลแบบแปลกๆไปทำไม? ขายได้เหรอ?)

 

นอกเหนือจากการส่งไวนิลขึ้นไปกับบอลลูนซึ่งแกว่งไปแกว่งมา พวกเขาต้องคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมต่างๆ เช่น ที่ระดับความสูงนั้น บรรยากาศจะเบาบางมากจนไม่มีอากาศเป็นตัวช่วยถ่ายเทความร้อนที่เกินขึ้น ส่งผลให้ไวนิลด้านที่ปะทะแสงอาทิตย์จะร้อนมากส่วนด้านที่มีเงาบังจะเย็นมาก ความแตกต่างของอุณหภูมินี้จะทำให้แผ่นไม่สามารถถูกเล่นได้ตามปกติ และยิ่งรวมข้อเท็จจริงว่าแผ่นไวนิลทั่วๆไปจะหลอมละลายที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส พวกเขาจึงเลือกปั๊มแผ่นขึ้นมาจากทองคำเพื่อให้มีชีวิตรอดตลอดการเดินทางในชั้นบรรยากาศโลก

 

<< ก่อนจะอ่านต่อ คุณควรจะพักกดดูคลิปให้ชื่นใจกับผลลัพธ์ของไวนิลทองคำแผ่นนี้ก่อน >>

 

อันที่จริงแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ มันเป็นเรื่องที่เก่ามาก มนุษยชาติเคยปั๊มแผ่นเสียงทองคำแล้วส่งออกไปในอวกาศมาตั้งแต่ปี 1977 บนยานอวกาศวอยเอจเจอร์ 1 ด้วยความหวังว่าถ้ามีสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาบังเอิญนั่งรถเมล์ผ่านมาเจอจะได้เอากลับดาวไปกดเพลย์ให้เพื่อนฟังได้

 

<< คุณจะลองกดฟังก่อนตอนนี้เลยก็ได้ว่าพวกเราใส่อะไรเข้าไปบ้าง มีคำทักทายเป็นภาษาไทยด้วยที่ 24:36 >>

 

 

ถ้าเป็นเช่นนั้น สรุปว่าความแตกต่างที่ส่งไวนิลขึ้นไปครั้งนี้มันคืออะไร? ชัดเจนเลยว่าจุดขายงานนี้เป็นตัวเครื่องเล่นแผ่นเสียงชื่อ The ICARUS CRAFT ที่การันตีว่าสามารถเล่นแผ่นได้แม้ว่าที่สภาวะแวดล้อมสุดทารุณโหดร้ายดังกล่าว เครื่องเล่นนี้ถูกพัฒนาโดยทีมงานเพื่อนซี้กับค่ายเพลงนี้เอง ทิ้งท้ายไว้ด้าย สโลแกนสุดหรูหราของเครื่องนี้ The ICARUS CRAFT is a custombuilt spaceproofturntable.

8