kygo-bb6-2016-billboard-01-650

ดีเจไคโก ทำดนตรีเองโดยเริ่มจากศูนย์ ซาวนด์ทรอปิคอลเฮ้าส์ของเขาพิเศษกว่าใครจนได้ผู้ฟังผ่านสตรีมมิ่งถึงหนึ่งพันล้านคนในไม่ช้า หรือให้เป็นเฮดไลน์เทศกาลดนตรีทั้งที่แทบไม่มีใครรู้จักชื่อเขาก็ทำมาแล้ว จนวันนี้คนเริ่มพูดถึงชื่อของเขาบ่อยขึ้น แต่คำถามหนึ่งเดียวจากปากของดีเจอนาคตไกลคนนี้กลับเป็น…“นี่ผมจำเป็นต้องดังด้วยหรือ?”

คอนเสิร์ตที่บาร์คเล่ย์ เซ็นเตอร์ ในบรู๊คลิน เพิ่งจบไป บรรยากาศในห้องแบคสเตจจึงยังวุ่นวายพอตัว เราเห็นไคโกถือแก้วแชมเปญเดินไปเดินมา เขาดูไม่เหนื่อย สีหน้ายังสดใสพร้อมพบปะแฟนคลับที่รอขอถ่ายเซลฟี่ อีกมุมหนึ่งของห้องมีคนที่บ้านของไคโกยืนอยู่ด้วย มาพร้อมเพรียงกันขนาดนี้ก็เพราะเป็นคอนเสิร์ตระดับอารีน่าครั้งแรกของเขา แถมได้ดีกรีว่าเป็นคอนเสิร์ตที่คนดูเต็มทุกที่นั่งด้วย

คุณอาจจะไม่รู้จักไคโก คงยิ่งไม่คุ้นเลยถ้าบอกว่าชื่อเต็มของเขาคือ Kyrre Gørvell-Dahll (ถ้าอ่านภาษานอร์เวย์ไม่ออกต้องขออภัยที่ทำให้มึนหนักกว่าเดิม) และคุณอาจยังไม่เคยรู้ว่าดนตรีทรอปิคอลเฮ้าส์ที่เขาทำขึ้นมากับมือนั้นหน้าตาเป็นประมาณไหน ที่จริงคุณเคยได้ยินแล้วแต่อาจลืมสังเกต ทรอปิคอลเฮ้าส์เปรียบเหมือนเป็นสีสันใหม่ที่ช่วยให้เพลงของจัสติน บีเบอร์ กลมกล่อมยิ่งขึ้น มันเป็นเสียงที่แทรกอยู่ในเพลงที่ทุกคนร้องได้อย่าง What Do You Mean? หรือเพลง Cheerleader ของ OMI ที่รีมิกซ์โดย เฟลิกซ์ แยน หรือจะให้ใหม่กว่านั้น ลองฟังเพลง Work ของริแอนน่าดูก็ได้ ถ้าถึงตรงนี้แล้วคุณได้กลิ่นของทะเลแคริบเบียนเท่ากับว่ามาถูกทางแล้ว

ไคโกเซ็นสัญญากับค่าย Ultra Records ในปี 2014 ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเขาเพิ่งรีมิกซ์ได้ไม่กี่เพลง แถมยังไม่เคยแต่งเพลงเองด้วยซ้ำ แต่เหตุผลที่ค่ายรีบจองตัวไว้เป็นเพราะ I See Fire ของเอ็ด ชีแรน ที่ไคโกรีมิกซ์ปล่อยบน SoundCloud แล้วจู่ๆ คนก็แห่มาฟังกันเป็นล้านรอบ หลังจากวันนั้น ไคโกก็เริ่มตกเป็นเป้าของบรรดาค่ายเพลงหลายสังกัดพยายามล่าตัวเขากันให้วุ่น ตามกันแม้กระทั่งในผับเล็กๆ จนถึงเทศกาลดนตรี บินไปโตรอนโต นิวยอร์ก ลอนดอน ลอสแอนเจลิส ไมอามี่ ฯลฯ เอาเป็นว่าทุกที่ที่ได้เบาะแสว่าไคโกเดินทางไปที่นั่น “ตอนนั้นเหมือนเป็นสงครามเล็กๆ ระหว่างพวกค่ายเพลงเลยนะ” เจ้าตัวยังรู้สึกได้

เพลงแรกที่เป็นของไคโกจริงๆ คือ Firestone และ Stole The Show ที่กวาดยอดดาวน์โหลดไปได้ถล่มทลายหลายแสน  ทั้งสองเพลงนี้ติดท็อปเทนชาร์ตเพลงแดนซ์ของบิลบอร์ดด้วย แจ้งเกิดยังไม่ถึงปีเขาสร้างสถิติได้ทันที เมื่อกลายเป็นศิลปินที่ได้ผู้ฟังทางสปอติฟายถึงหลักล้านโดยใช้เวลาน้อยที่สุดในโลก และในเดือนธันวาคม 2015 ไคโก้ส่งท้ายปีเก่าด้วยการขึ้นเวทีซันเบิร์น เฟสติวัล ที่เมืองกัว ประเทศอินเดีย ที่ซึ่งมีสาวกอีดีเอ็มนับห้าหมื่นชีวิตรอต้อนรับเขาอยู่

kygo-bb6-2016-billboard-03-1000

แฟนคลับของไคโกนั้นไม่ธรรมดา เพราะขนาดดีเจรุ่นใหญ่อย่างดิปโพลเองก็ติดตามเขาอยู่เรื่อยๆ (เขาเคยชมว่าเพลงของไคโกคือการเรียนรู้ด้วยตัวเองล้วนๆ เป็น DIY สูตรต้นตำรับร้อยเปอร์เซ็นต์) แฟนคลับอีกคนหนึ่งคือจอห์น เลเจนด์ เขาเคยมาเป็นศิลปินรับเชิญในคอนเสิร์ตของไคโกที่ลอสแอนเจลิสครั้งหนึ่งในเพลง Sexual Healing แถมจอห์นยังไว้ใจให้ไคโกช่วยแต่งเพลงเพื่อมอบให้ลูกสาวคนแรก หรือ น้องลูน่า (ชื่อภาษาไทยคือน้องจันทร์เจ้า) ที่เพิ่งลืมตาดูโลกด้วย

จากชื่อของ ‘ทรอปิคอลเฮ้าส์’ ทำให้เดาไม่ยากว่าซาวนด์จะให้อารมณ์แบบไหน แน่นอนว่าต้องเป็นอิเล็กทรอนิกส์ที่เบาสบาย ฟังแล้วนึกถึงทะเล สายลม แสงแดด ไม่หนึกอึ้งในโสตประสาทแบบที่ดีเจทั่วไปนิยมกัน ดังนั้นคงห้ามไม่ได้ถ้าจะมีตัวจริงสาย อีดีเอ็มไม่ค่อยยินดีในงานของไคโกสักเท่าไหร่ ดีเจหญิงแบล็คมาดอนน่าเคยบอกกับสื่อนิวยอร์กไทมส์ว่า “เรียกว่าเฮ้าส์ไม่ได้หรอก นั่นมันเพลงประกอบเวลาเล่นโยคะชัดๆ”

แต่ไคโก้สนใจที่ไหน เขาไม่แคร์คำเสียดสีของใคร พอกันกับที่ไม่สนใจเรื่องชื่อเสียงเงินทอง

ดิลลัน ฟรานซิส ดีเจโปรดิวเซอร์คนสนิทบอกว่า “เพลงของไคโกมักจะสดใส ร่าเริง ตรงกับนิสัยของเขานั่นแหละ เขาเป็นคนอ่อนโยน ชอบอยู่บ้านแต่งเพลง เป็นคนมีความสุขง่ายๆ อะไรทำนองนี้อยู่แล้ว”

ไคโกกำลังเข้าสู่ฤดูงานชุก เดือนมกราคมที่ผ่านมาเพิ่งไปออกรายการ Ellen Degeneres Show เหมือนว่าในเวลาไม่กี่เดือนเขาทำอะไรมากมายเหลือเกิน ตอนนี้ก็เร่งมือเตรียมปล่อยอัลบั้ม Cloud Nine อยู่ด้วย อย่างเช่นเพลง Raging ที่ร่วมฟีทเจอริ่งกับ Kodaline ที่ตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลให้เราได้ฟังกันแล้ว ซึ่งก็ยังคงความเป็นไคโกไว้เต็มเปี่ยม

“ไคโกไม่ใช่ศิลปินสายแด๊นซ์ จะเป็นโปรดิวเซอร์ก็ยังไม่ได้ และก็ไม่ใช่แค่ดีเจอย่างเดียว” อดัม แกรไนต์ ผู้บริหารใหญ่แห่งโซนี่มิวสิคกำลังคิดว่าควรจะนิยามไคโกว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสม “ผมว่าเขาเป็นศิลปินป๊อป ไม่รู้ว่าอีกหน่อยเขาจะหันมาเต้นในมิวสิควิดีโอมั้ย แต่ที่แน่ๆ คือเขาเป็นคนที่รูปลักษณ์หน้าตาดีคนนึงเลยล่ะ”

kygo-bb6-2016-billboard-02-1000

ปกติชีวิตของไคโกอยู่ที่เมืองแบร์เก็น ประเทศนอร์เวย์ พ่อของไคโกทำงานด้านขนส่งทางเรือ ทำให้เขาได้ลองสัมผัสวิถีชีวิตในหลายประเทศ จริงๆ แล้วเขาเกิดที่สิงคโปร์ แต่เคยไปใช้ชีวิตทั้งที่บราซิล ญี่ปุ่น เคนย่า อียิปต์ ฯลฯ ชีวิตชีพจรลงเท้าทำให้เขาได้โกอินเตอร์แต่เด็ก นั่นทำให้เขาคุ้นชินกับการทัวร์คอนเสิร์ตบ่อยอย่างในวันนี้

ไคโกในวัย 15 ปีเคยใฝ่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ตำแหน่งที่เล่นประจำคือกองกลางฝั่งขวา คลั่งไคล้เพลงของ Coldplay กับ Red Hot Chili Peppers จนวันหนึ่งได้ฟังเพลง Seek Bromance ของอวิชี่ ทำให้เขาหยุดเรียนเปียโน บอกลาความฝันที่อยากเป็นนักฟุตบอล และหันมาเรียนรู้เทคนิคอีดีเอ็มอย่างจริงจัง

หลังจบไฮสกูล ไคโกต้องรับใช้ชาติด้วยการเป็นพนักงานดับเพลิงให้หน่วยทหารเรือ พอมีเวลาว่างจากชั่วโมงฝึกก็จะอยู่กับเพื่อนอีกคนที่มีความรู้ด้านโปรดิวเซอร์ เพื่อนคนนี้ให้ไคโกลองเล่นอุปกรณ์อย่าง MIDI คีย์บอร์ดกับซอฟต์แวร์ชื่อว่า Logic ตั้งแต่นั้นมาไคโกก็โยนจอยเกมเตะบอลฟีฟ่าทิ้งไป หันมาขลุกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เริ่มจากเรียนผ่านคลิปบนยูทูป บางทีก็ดูเพลินไม่หลับไม่นอน ยิงยาวตั้งแต่สองทุ่มถึงแปดโมงเช้า ถึงขั้นลืมกินข้าวก็มี

จริงจังได้สักพักดันเกิดอาการเบื่อ “ผมเลยลองใช้เทคนิค BPM (Beats Per Minute) ปรับให้มันช้าลง…ช้าลง…ช้าลงเรื่อยๆ จนเจอเท็มโปที่ใช่” นั่นคือ 100 BPM ลองผิดลองถูกอยู่นาน ในที่สุดก็เจอเสียงซินธ์ชวนฝันที่ชอบและสมบูรณ์แบบที่สุด

พอได้ซาวนด์ที่ถูกใจ ก็จัดการรีมิกซ์เพลง Let Her Go ของ Passenger และ Stay ของรีแอนน่า เสร็จแล้วนำไปโพสต์ไว้บนเฟสบุ๊คเพจของตัวเอง ผ่านไปหนึ่งเดือนมีคนมากดไลค์เพจหนึ่งพันคน จนมีโปรโมเตอร์จากปารีสคนหนึ่งเรียกมาแสดง แต่ไคโกไม่ใช่คนใจร้อนจึงขอเวลาอีก 6 เดือน เพื่อฝึกทักษะการเป็นดีเจก่อน ซึ่งโปรโมเตอร์ท่านนี้ตอบตกลง จนวันงานมาถึงเขาได้เล่นสดต่อหน้าคนดูสองร้อยคน พร้อมกับยอดไลค์ในเพจที่เพิ่มมาอีกแปดหมื่นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง “ผมยังไม่เคยโพสต์รูปหน้าตัวเอง ตอนนั้นไม่มีใครเคยเห็นหน้าผมด้วยซ้ำ ผมก็งงว่ายอดไลค์นี่มันเป็นไปได้ยังไง” ค่ายโซนี่จีบไคโกมาอยู่ในสังกัด แต่ ณ ขณะนั้น เขารู้ตัวดีว่ายังไม่พร้อม “ตอนนั้นผมยังไม่อยากมีสังกัด เพราะยังไม่ได้ลองทำเพลงด้วยตัวเองสักครั้งเลย”

kygo-bb6-2016-billboard-04-1000

ด้วยความที่เริ่มมีชื่อเสียง ทำให้ไคโกไม่สามารถโฟกัสเรื่องการเรียนอย่างเดียวได้ เขาจึงตัดสินใจดร็อปเรียนบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสก็อตแลนด์ หลังจากนั้นไม่นาน ไมลิส เชียร์ หนุ่มอเมริกันอายุ 22 ปี ติดต่อไคโกผ่านเฟสบุ๊คและสไกป์ ได้ไปเจอและทำความรู้จักกันในงานปาร์ตี้คืนหลังคอนเสิร์ตที่ปารีส แล้วไมลิส เชียร์ คนนี้ก็กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวของไคโกทันที หลังจากวันนั้นไคโกตั้งใจจะเปิดเผยตัวตนเสียที “นาทีที่จะกดโพสท์รูปตัวเองบนเพจ ใจผมเต้นแรงมาก”

ทุกวันนี้ถ้าไม่ได้ออนทัวร์ ไคโกจะใช้เวลาที่บ้านบนเรือของพ่อ ตีกอล์ฟบ้าง เข้ายิมบ้าง บางครั้งถ้าแฟนสาวที่เขาคบมาหลายปีไม่ติดเรียนก็จะมาพักผ่อนกับไคโกที่นี่ ของขวัญชิ้นล่าสุดที่เขาเพิ่งซื้อให้ตัวเองคือรถออดี้มือสอง กับเปียโนยามาฮ่าหลังใหม่

คนมักคิดว่าดนตรีอีดีเอ็มต้องคู่กับเหล้าและยาเสพย์ติด แต่ไคโกไม่เห็นอย่างนั้น “เท่าที่เจอ คนรอบตัวผมก็ไม่ได้เล่นยากันมากขนาดนั้นนะ” เวลาไคโกเข้าสตูดิโอหรือทำเพลงสักเพลง ขอแค่ไวน์แดงสักแก้วก็พอ “ผมรู้สึกว่าไวน์แดงมันช่วยให้ชิลล์ดี” สมกับที่เพื่อนดีเจอีกคนของเขาอย่างโทมัส แจ็ค ที่เคยพูดถึงบุคลิกของไคโก้ว่า “นิ่ง สบายๆ นอร์วีเจียนตัวจริง”

กลับมาที่แบ็คสเตจที่บาร์คเล่ย์ ไคโกเล่าว่าโชว์เมื่อสักครู่นั้นเขาพยายามทำให้ดูเป็นดีเจเท่ๆ มั่นๆ เขาต้องเปิดตัวหลังม่านสีแดงถูกยกขึ้นไป อาบสปอตไลท์สีแดง น้ำเงิน ขาว สลับกันสูง 40 ฟุตกลางอากาศ โปรดักชั่นช่างอลังการ นี่คืองานใหญ่ที่สุดที่ไคโกเคยได้เป็นเฮดไลเนอร์มา “ก่อนหน้านี้เราวางแผนอย่างดีว่าอยากให้ผมเปิดตัวแบบยิ่งใหญ่ แต่ผมไม่ใช่คนที่จะ…” ไคโกลังเลที่จะพูดต่อ แต่เราก็ล่วงรู้จนได้ว่าไคโกต้องการจะบอกว่าเขาไม่อยากรู้สึกเหมือนเป็นแม่ทัพยืนเรียกเสียงโห่ร้องจากทาสที่อยู่ข้างล่าง เป็นการอุปมาที่ทำให้เราเห็นว่าเขาเป็นคนที่ถ่อมตนมากแค่ไหน

จะว่าไป ไคโกก็เหมือนหุ่นยนต์ เหมือนถูกเซ็ตไว้ให้เป็นคนเรียบร้อย สะอาด ไม่เรื่องมาก เป็นลักษณะนิสัยที่เอื้อต่อการทำเพลงแนวแบบที่เขาทำ บุคลิกยังคงที่เสมอ แม้วันนี้เขาจะกลายเป็นดีเจที่ได้บินไพรเวทเจ็ทเพื่อไปเล่น 2-3 คอนเสิร์ตในวันเดียว เหมือนอย่าง ดิปโพล หรือ สตีฟ อาโอกิ ก็ตาม

kygo-bb6-2016-billboard-05-1000

ไม่กี่สัปดาห์ก่อนงานที่บาร์คเล่ย์ ไคโกนั่งอยู่กับเราที่ร้านสเต็กแห่งหนึ่งย่านควีนส์ ที่นิวยอร์ก ไม่ใช่ดินเนอร์หรู แต่เขามานั่งกินข้าวและคอยเหลือบดูโทรทัศน์ที่กำลังฉายฟุตบอลไปด้วย “นี่ถ้าผมไม่ได้โพสต์รูปตัวเองในเพจวันนั้น ชีวิตคงง่ายกว่านี้เยอะ” แล้วเขาก็หันไปเฮลั่นเมื่อคาริม เบนเซม่า แห่งทีมเรอัล มาดริด ทำประตู จากนั้นค่อยหันมาเล่าต่อว่าเวลาอยู่ที่นอร์เวย์ ขนาดเดินไปซื้อของในร้านข้างทางก็ยังมีคนทัก “คงจะดีนะ ถ้าไปไหนมาไหนได้โดยที่ไม่มีใครคอยจ้องหรือรู้จักเรา” ไม่กี่นาทีถัดไปผู้จัดการส่วนตัวของเขาก็มาถึง พูดเร็วติดจรวดเหมือนเคย “ผมจะแนะนำกับทุกคนเลยว่า นี่ คนนี้ชื่อไคโกนะ ปีนี้เป็นปีของไคโก ลุยโลด!!” สองปีก่อนผู้จัดการคนนี้ไม่สันทัดเรื่องในวงการเท่าไหร่ สงสัยจะยังไม่หายตื่นเต้น ทั้งสองคนคาแร็คเตอร์ต่างกันลิบลับแต่ลงตัวอย่างบอกไม่ถูก คนหนึ่งดีใจจนเนื้อเต้นออกนอกหน้า อีกคนหนึ่งกลับยิ้มบางๆ เหมือนไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

“ผมเคยวาดฝันว่าอยากแต่งเพลงตลอดเวลา แต่ก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะมีคนตั้งมากมายที่กำลังทำเหมือนเรา แถมยังเก่งกว่าอีก แต่พอมาตอนนี้…นี่ผมได้ตั้งหลักล้านในสปอติฟายเลยเหรอ…บ้าไปแล้ว”

ทรอปิคอลเฮ้าส์ถือเป็นของใหม่สำหรับวงการเพลง ไคโกเองก็ยังพึงระวัง “ผมไม่รู้ว่าอีกสามปีข้างหน้าแนวเพลงของผมจะเลิกฮิตหรือยัง แต่ตราบใดที่มันยังอยู่ผมจะก็สนุกกับมัน”

ต่อให้ซาวนด์ของไคโกมาถึงทางตันสักวันหนึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายขนาดนั้น เพราะครั้งหนึ่งเราก็ได้เคยได้ยินแล้วว่าอีดีเอ็มเคยอบอุ่นได้ขนาดไหน เป็นเสียงที่เมื่อฟังแล้วอดคิดไม่ได้ว่า เปิดเพลงนี้ทิ้งไว้นานๆ อีกสักพักก็ดีเหมือนกันนะ…

Story by: Amos Barshad
Photos by: Ruven Afanador
Translated by: Sutthimas R.