laidback-luke-avicii-silo-colors-2016-billboard-650-b

เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา อาวิชี่ กล่าวอำลาแฟนเพลงผ่านโซเชียลมีเดียว่าปีนี้จะเป็นทัวร์ครั้งสุดท้าย หนึ่งในดีเจที่ดังที่สุดของโลกคนนี้บอกกับสื่อว่า “ผมจำเป็นต้องทำเพื่อสุขภาพของผมเอง” เลดแบ็ค ลุค คนสนิทของอาวิชี่จึงขอแสดงความรู้สึกที่มีต่อเหตุการณ์นี้ผ่านตัวอักษร พร้อมตีแผ่เบื้องหลังอาชีพดีเจที่ต้องแลกด้วยการทัวร์ที่บ้าระห่ำ ไปจนถึงปัญหาสุขภาพที่เพื่อนรักของเขากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้

 

ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง…

มีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง เขารักการทำเพลงในห้องนอนเป็นชีวิตจิตใจ เขามีศิลปินที่ชื่นชอบหลายคน แต่น้อยคนนักที่ยินดีขัดเกลาและผลักดันเขาให้ก้าวไปข้างหน้า

ความขยันและคำติชมที่สั่งสมมานานทำให้พรสวรรค์ของเด็กคนนี้ค่อยๆ ฉายแววออกมา วันหนึ่ง เขาปล่อย 2-3 เพลงให้คนทั่วโลกได้ฟัง โดยหารู้ไม่ว่ามีหนึ่งเพลงในนั้นที่ติดประกายไฟ

พอเริ่มมีชื่อเสียง ผู้คนต่างเรียกร้องอยากให้เขาขึ้นแสดง เด็กคนนี้ ผู้ใช้ชีวิตในห้องนอน ต้องยอมตัดขาดจากพื้นที่อันแสนสบายและเปลี่ยน มาเรียกโรงแรมและเครื่องบินว่า “บ้าน” วันไหนที่เขากลับมายังห้องนอน แม้เป็นห้องเดิม แต่ความรู้สึกนั้นไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว

เล่าถึงตรงนี้คงดูออกกันแล้วสิว่าผมกำลังเล่าเรื่องของอาวิชี่ หรืออีกชื่อคือ ทิม เบิร์กลิ่ง ผมรู้จักทิมมานาน รู้จักกันครั้งแรกผ่านฟอรัมเว็บไซต์ของผม ที่ที่ผมคอยให้คำแนะนำเขาเรื่องการโปรดิวซ์เพลงอยู่เสมอ

เพลงดังเพลงแรกของอาวิชี่คือ Ryu ภายใต้มิกซ์แมช เรคคอร์ดส สังกัดของผมเอง และคอนเสิร์ตแรกของอาวิชี่ก็เป็นโชว์เปิดของปาร์ตี้ซูเปอร์ยูแอนด์มี งานที่ผมจัดช่วงเทศกาลไมอามี่มิวสิควีคเมื่อปี 2009

อาวิชี่ที่ผมรู้จักคือเด็กในห้องนอน ถ้าต้องนึกถึงดีเจเด็กที่ผ่านการลองผิดลองถูกและความลำบาก ผมจะนึกถึงเขาคนเดียว

ดีเจมือใหม่มักกดดันเมื่อรู้ว่าเดี๋ยวต้องขึ้นโชว์ เนื่องจากงานของพวกเขาคือเป็นโปรดิวเซอร์ด้วย ดังนั้นคนทั่วโลกจะได้ฟังเพลงก่อนที่พวกเขาจะทันคิดเรื่องโชว์เสียอีก ทุกสัปดาห์พวกเขาต้องพบผู้จัดการส่วนตัวที่คอยป้อนโอกาสให้ นั่นรวมถึงความจำเป็นที่ต้องออกเดินทาง การเดินสายต่อเนื่องมาพร้อมกับความเครียด ทำให้ขาดตอน พวกเขาแทบไม่มีเวลากลับมาตั้งใจโปรดิวซ์เพลงได้เลย

ช่วงขวบปีแรกของการทัวร์นั้นส่งผลต่อชีวิตของคนๆ หนึ่งมาก ผมหมายถึงทั้งร่างกายและจิตใจ เฉลี่ยแล้วดีเจมีเวลานอนแค่คืนละ 4 ชั่วโมง ทั้งยังต้องดื่มเหล้า อาฟเตอร์ปาร์ตี้ ทุกอย่างที่ทำให้เสียคนง่าย พวกเขาเจอคนมากหน้าหลายตา แถมยังได้ผูกมิตรกับแอลกอฮอล์ที่ช่วยให้ลืมความเศร้าจากชีวิตที่ไม่เป็นหลักแหล่ง ดีเจต้องวนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านี้ไม่รู้จักจบสิ้น ผิดกับศิลปินร็อค ป๊อป หรือแร็พ ที่มักจะทัวร์เป็นฤดูกาล ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นดีเจแล้ว การทัวร์เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ หรืออาจจะทุกวันด้วยซ้ำ

Avicii-press-bw-2016-billboard-650

 

สิงหาคม 2015 ทิมและทีมงานชวนผมไปปาร์ตี้ที่เกาะอีบีซา วันนั้นทิมดูไม่ดีเลย เขายิ้มจริงใจให้ผมเช่นเคย แต่มันเป็นยิ้มที่หมดแรง เมื่อเขาขึ้นเวที ผมเกิดลางสังหรณ์ว่าเด็กคนนี้คงฝืนทนได้อีกไม่นาน

ผมเห็นภาพทิม ในวัย 26 ปี กำลังจะเป็นสมาชิก 27 Club (คำที่ใช้เรียกศิลปินที่จากไปในวัย 27 ปี) ผมรู้สึกแย่มากและไม่อาจหยุดความคิดนั้นได้เลย มันเหมือนกับผมกำลังดูภาพยนตร์สารคดีชีวิตของเอมี่ ไวน์เฮ้าส์ เรายืนดู เห็นอยู่ชัดๆ ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเราเขาไม่ไหวแล้ว แต่เราก็ไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง

เมื่อหลายเดือนก่อน อาวิชี่โพสต์รูปที่จะใช้สำหรับสื่อมวลชน มีคอมเม้นต์แซวว่า “แค่ปีเดียวเหมือนนายแก่ขึ้น 15 ปีเลยนะ” บ้างก็ “ขอความช่วยเหลือด่วนเถอะ” คำวิจารณ์เหล่านั้นต้อนให้เขาจนมุม เขาจึงโพสต์รูปใหม่ที่ถูกโฟโต้ช็อปอย่างดีเพื่อให้คนเลิกด่า อาจดูเหมือนการกู้สถานการณ์ทั่วไป แต่ผมมองว่าเขาเพิ่งพ้นขีดอันตรายมากกว่า

ดังนั้น ผมโล่งใจเหลือเกินที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมาเขาประกาศหยุดทัวร์คอนเสิร์ต ไม่ใช่แค่ความกล้าตัดสินใจที่ทำให้ผมทึ่งในตัวเขา แต่การที่เขาเลือกหันหลังให้แสงสีนั้นแปลว่าเขาโตแล้ว ต่อไปนี้เขาคือโปรดิวเซอร์อย่างเดียว นั่นคือการกลับสู่จุดแรกที่เขาเดินมา จุดที่เขามีความสุข

ดีเจอีกหลายคนพลีชีพเพื่องานที่รักเหมือนที่อาวิชี่ทำ อย่าง Benga, Mat Zo, Deorro กับ Feed Me ก็เริ่มสัมผัสได้แล้วว่าการทัวร์คอนเสิร์ตนั้นกระทบจิตใจมากขนาดไหน แต่ทิมเป็นคนแรกที่กล้าหักดิบและไม่กลัวที่จะเปิดเผย

ผมได้แต่หวังว่าต่อไปนี้เราจะไม่นิ่งนอนใจ เราควรคาดหวังในตัวศิลปินแต่พอดีและต้องรู้สึกว่ามีส่วนรับผิดชอบ ยุคนี้มีศิลปินมากมายรอแจ้งเกิด เราต้องรู้จักใช้บทเรียนนี้ชี้ให้คนรุ่นใหม่เห็นข้อบกพร่อง เราต้องรับฟัง เป็นที่พักพิง หรืออาจจะตีสั่งสอนได้บ้าง แต่อย่ามองข้าม มีคำกล่าวว่าแสงสว่างยิ่งโชติช่วงมากเท่าไหร่ เงาก็ยิ่งมืดดำมากเท่านั้น

ดังนั้น จงรวบรวมความกล้า และอย่ากลัวที่จะเดินออกมาจากแสงนั้นเลย…

 

 

Story by: Laidback Luke
Photos by: Billboard
Translated by: Sutthimas R.