DB03

 

เป็นงานเขียนที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต เพราะเดวิด โบวี่ คือศิลปินที่เรารักที่สุด ชื่นชม บูชา เคารพเสมือนญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่จำความได้ (ผ่านเสียงเพลงและภาพ) แล้วในขณะที่เรากำลังชื่นชมซิงเกิ้ลใหม่และอัลบั้มใหม่ของเขา ในขณะที่คำอวยพรวันเกิดครบรอบ 69 ปียังปลิวว่อนอยู่ในอินเตอร์เน็ท ถัดมาอีก 2 วัน เหมือนฟ้าผ่ากลางแดดจ้ากับข่าวการจากไปของ Ziggy Stardust พร้อมรายละเอียดว่าโบวี่ต่อสู้กับโรคมะเร็งมา 18 เดือน โดยไม่บอกให้สาธารณชนรับรู้

ระหว่างนั้นชายวัย 69 ที่ป่วยหนักลุกขึ้นมาทำสิ่งที่เขาทำมาทั้งชีวิต นั่นคืองานเพลงและงานเอ็มวี ที่ชวนให้เรานึกถึงช่วงรุ่งโรจน์และทำให้โลกรักเดวิด โบวี่ – ตอนที่ได้ยินและได้ดู คิดแบบนี้ จนถึงตอนนี้เพิ่งเข้าใจว่าเพราะอะไร เพราะมันคืออัลบั้มสุดท้ายที่เขาตั้งใจทำไว้ให้โลก เป็นผลงานก่อนจากกันตลอดกาล

ไม่แปลกใจเลยที่เอ็มวีสุดท้ายในชีวิตอย่าง Lazarus เพลงนี้ถึงออกมาแบบนี้ มันคือสาส์นอำลาจากเดวิด โบวี่ บอกกันตรงๆ แทบไม่ต้องตีความหมายถอดนัยยะใดๆ ตั้งแต่ภาพการนอนบนเตียงในวอร์ดผู้ป่วย การลอยขึ้นจากเตียงเพื่อเปลี่ยนรูปร่าง (หรือเพื่อหลุดพ้นจากความทรมาน) การเป็นอิสระในรูปของเดวิด โบวี่ที่เดินเหินได้ เต้นได้ จับปากกาสร้างผลงานได้ ไปจนถึงการถอยหลังกลับเข้าตู้แคบๆ… ปิดประตู ที่สื่อกลายๆ ถึงโลงศพ

อัลบั้ม Blackstar และเอ็มวี Lazarus คือการบอกลาครั้งสุดท้ายของเดวิด โบวี่ ผู้ชายที่เกิดมาเป็นศิลปิน ใช้ชีวิตอยู่แบบศิลปิน และจากไปอย่างศิลปิน

 “I don’t need hope to know that he has found his way to the place that equals his untouchable, chameleon-genius beauty. The black star in space, that only HE belongs.” – ขออนุญาตยกคำพูดของมาริลิน แมนสัน มาแบบไม่แปล

และขอโทษถ้างานชิ้นนี้จะเต็มไปด้วยอารมณ์… จนวันนี้ น้ำตาก็ยังไหลไม่หยุดจริงๆ

 

Story By: Srivigar S.