LeAnn-Rimes-new-press-photo-2016-billboard-1548

 

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ลีแอน ไรมส์ เปิดตัวสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 11 ใช้ชื่อว่า Remnants หรือที่หมายถึง “เศษ” ที่เธอตั้งใจใช้อธิบายสภาพจิตใจที่ต้องตกเป็นข่าวฉาวเชิงรักสามเส้าตั้งแต่แต่งงานกับนักแสดงชาย เอ็ดดี้ ซีเบรียน เมื่อปี 2011 ซึ่งหลายปีที่ผ่านมานี้ผู้คนมักมองว่าเธอกำลังย่ำแย่ กำลังแตกสลายไม่ต่างจากชื่ออัลบั้ม ซึ่งลีแอนกลับบอกเราว่า “ไม่เห็นมีใครพูดถึงความงดงามในความล้มเหลวนี้เลย”

 

ชีวิตนี้อะไรที่กลายเป็น “เศษ” ไปแล้ว? คุณปล่อยวางได้แล้ว?

อืม…อีโก้ไงล่ะ น่าดีใจที่ปล่อยวางได้สักที ลองมองย้อนกลับไปก็ไม่รู้นะว่าทำไมทุกวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ ที่รอดมาถึงวันนี้ได้น่าจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เกิดกับฉันแล้วล่ะ ฉันเข้าวงการตั้งแต่เด็กและขณะที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังคงได้ทำเพลง รู้สึกว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดยังไม่หมดไปนะ ฉันมีวันนี้ได้เพราะยอมอ่อนลง พูดถึงเรื่องนี้ทีไรเป็นต้องร้องไห้ทุกที (น้ำตาไหล) มันสะเทือนใจน่ะ พอได้สละอีโก้ทิ้งไปก็เหลือฉันที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง การมาจากจุดนั้นได้ถือเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ

ปกอัลบั้มเป็นรูปคุณยืนส่องกระจก ทำไมถึงใช้รูปนั้น?

เวลาส่องกระจกเราจะไม่อาจซ่อนเร้นอะไรได้ น่าสนใจดีนะ ฉันไม่ชอบยืนหน้ากระจกแต่งหน้าแต่งตัวก่อนขึ้นโชว์ ตอนเด็กๆ ฉันมีแม่คอยแต่งตัวให้ ดังนั้นพอต้องมายืนหน้ากระจกเองฉันก็ไม่ค่อยจะสบายใจนัก โดยเฉพาะที่ต้องมาส่องดูตัวเองตอนก่อนขึ้นเวที ฉันมักรู้สึกว่า “โอ๊ย ไม่เอาได้ไหม” แต่พอโตแล้วก็ดีขึ้น แบบว่าโอเค ฉันดูดีแล้วนะเมื่อมองในกระจก การที่ต้องถูกสาธารณชนหรือโซเชียลมีเดียจับตามองแบบนี้ ถ้าไม่สำรวจตัวเองบ้าง คุณดิ่งลงเหวแน่

remnants

 

อัลบั้ม Remnants มีเพลงหนึ่งชื่อว่า Mother นั่นหมายถึงคุณอยากมีลูก?

ฉันอยากมีลูกอยู่แล้ว แต่ก็ดูๆ ไปก่อน ฉันยังอายุไม่มากเกิน เพลงนี้เปรียบพ่อแม่เหมือนเป็นซูเปอร์ฮีโร่ แบบว่ามีสิ่งที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่ของพ่อแม่อีกทีรุ่นแล้วรุ่นเล่า สมัยแม่ของฉันอายุ 18 หนีออกมาแต่งงานกับพ่อ ยายเผาชุดของแม่ไหม้หมดเลย ที่ผ่านมาฉันก็ค่อนข้างกลัวการมีลูกนะเพราะไม่อยากนำความเจ็บปวดนั้นมาถึงรุ่นลูก ฉันอยากเยียวยาตัวเองให้ดีก่อนที่จะให้เขาเกิดมา ซึ่งทุกวันนี้ ให้พูดจริงๆ ฉันก็ยังทำไม่ได้เลย แต่ฉันว่าวิธีนี้แหละที่จะหยุดการส่งต่อความเจ็บปวดได้

ในเพลง Love Is Love Is Love คุณพูดถึงสิทธิ LGBTQ ประเด็นนี้สำคัญกับคุณยังไง?

ฉันมองความเสมอภาคเป็นใหญ่ ส่วนหนึ่งคงเพราะโดนคนตัดสินบ่อยมาทั้งชีวิตมั้งคะ ฉันค่อนข้างจริงจังกับเรื่องการตัดสินใครสักคน ฉันมีคุณลุงที่เป็นเกย์และท่านเสียชีวิตไปด้วยโรคเอดส์ตอนฉันอายุได้ 11 ปี ทั้งงานศพมีแค่พ่อของฉันคนเดียวที่ไปร่วมงาน เรื่องนี้มันค่อนข้างฝังใจ ฉันว่าใครที่กำหนดขอบเขตให้กับเรื่องความรักนี่เป็นอะไรที่บ้าสิ้นดี แล้วทำไมคนเราชอบยุ่งนักว่าคนอื่นทำอะไรอยู่บ้าง เรื่องนี้เกี่ยวกับสิทธิมนุษย์เลยนะ จนปี 2017 แล้วยังต้องมาคุยเรื่องนี้กันอยู่อีก ตลกจริง

 

Story by: Danielle Bacher
Photo by: Billboard
Translated by: Sutthimas R.