benchalatit

เบน ชลาทิศ ตันติวุฒิ มาชวนดูซีรี่ส์ใหม่ Melodies of Life ตอน Bad Friends The Series ทางช่อง GMM25 ที่เขารับบท ออตโต้ เกย์หมีผู้อบอุ่นแสนดีแต่มีความแอบร้ายเบาๆ เมื่อรวมแก๊งกับสองเพื่อนสาว พร้อมบอกเล่า 5 สิ่งสำคัญมากที่เขาเรียนรู้จากการทำงานในวงการ

 

รักในสิ่งที่ทำ

ทำในสิ่งที่รักเราจะมีความกระตือรือร้น มีแพสชั่น เจอปัญหาหรืออุปสรรคอะไรก็ไม่กลัว เราจะมองว่ามันเป็นแค่ปัญหาเล็กน้อย เราพร้อมจะสู้กับทุกสิ่งเพียงเพื่อให้ได้ทำในสิ่งนี้ต่อไป งานทุกอย่างมีปัญหาอยู่แล้วครับ เราจะผ่านอุปสรรคไปได้ส่วนหนึ่งก็ด้วยเหตุผลว่าเรารักจะทำงานนี้ ถ้าไม่รัก เจออะไรนิดหน่อยก็ไม่เอา ไม่สู้ ฉะนั้น พื้นฐานเลยคือต้องรักในสิ่งที่ทำ มันจะทำให้เราสู้ แล้วอีกอย่างคือจะทำให้งานออกมาดี เพราะเราทำด้วยแพสชั่น

รู้จักพัฒนาศักยภาพของตัวเอง

เป็นนักร้องก็เหมือนทำแบบฝึกหัด จะร้องเพลงได้ดีขึ้น เข้าใจความหมายเพลงได้ดีขึ้น ก็ต้องฝึกฝน ยิ่งในวงการนี้มีคลื่นลูกใหม่มาเรื่อยๆ วันนี้สปอตไลต์อาจส่องมาที่เรา เพราะเรามีศักยภาพที่สังคมยอมรับ วันหน้ามีคนใหม่ขึ้นมา ถ้าเขาทำได้ดีกว่าเรา หรือทำได้เท่าเราแต่หน้าตาดีกว่าเรา (หัวเราะ) สปอตไลต์ก็เปลี่ยน ที่จะทำให้เราอยู่ได้นานคือการพัฒนาตัวเอง แค่หยุดอยู่กับที่ผมก็ถือว่าถอยหลังแล้ว

การตรงต่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญ

ทั้งในฐานะนักร้องและนักแสดง นักแสดงทำงานกับคนเยอะ คิวงานต้องเป๊ะ จะให้เขาเสียงานเพราะรอเราคนเดียวไม่ได้ นักร้องก็เหมือนกัน การขึ้นเวที ออกรายการ หลายครั้งที่เวลาไม่สามารถยืดหยุ่นได้ ห้ามสาย ผมเคยไปร้องเพลงที่โคราช เผื่อเวลาเดินทางไว้ 5 ชั่วโมง คิดว่าเหลือๆ ถึงแน่นอน แต่ปรากฏว่าไม่ถึง แล้วมันเป็นงานของกลุ่มธนาคาร แต่ละธนาคารต้องจัดการแสดงมา มีเวลาที่แน่นอน ข้ามแล้วข้ามเลย ผมไปไม่ทัน ถึงจะไปขอคิวเขาเล่นทีหลังได้ แต่ก็รู้สึกผิดมาก เป็นความรับผิดชอบของเรา รับงานเขามาแล้วมีหน้าที่ต้องไปให้ทัน

เคารพและเห็นอกเห็นใจคนอื่น

วัฒนธรรมรุ่นพี่-รุ่นน้องมันตัดไปจากสังคมไทยไม่ได้ อย่างตัวผม บางทีปากบอกว่า “สบายๆ” แต่ในใจคิดไว้อยู่แล้วว่าเด็กควรทำตัวยังไง หรืออย่างตัวเรากลับบ้านไปแล้วนึกได้ว่าลืมไหว้ใคร โอ๊ย เรื่องใหญ่ ไม่สบายใจมาก ซึ่งเท่าที่สังเกต เด็กรุ่นนี้ไม่ค่อยมีสัมมาคารวะ ไม่ใช่ทุกคนนะ เด็กที่น่ารักก็มี แต่ที่เดินผ่านเฉยๆ หรือบางคน “หวัดดีค่ะพี่” แต่ฉิวไปแล้ว พี่รับไหว้ไม่ทันเลยค่ะ (หัวเราะ) ก็มี ไม่รู้ว่าเป็นที่สังคมหรือการเลี้ยงดูหรือเจนหรือเพราะอะไร แต่เด็กรุ่นนี้เป็นแบบนี้เยอะ เด็กฝึกงานยังเป็นเลย

ต้องตรวจทานงานตัวเองทั้งก่อนและหลัง

ชอบจับผิดตัวเอง ก่อนจะปล่อยอะไรคิดแล้วคิดอีก ปล่อยออกไปแล้ว อย่างละครก็นั่งดูหลายรอบ เพื่อดูว่าเราพลาดตรงไหน หรือจะทำยังไงให้ดีขึ้น สังคมโซเชียลยุคนี้น่ากลัว พลาดนิดเดียวโดนฟีดแบ็คถึงตาย ตอนเป็นกรรมการ Thailand’s Got Talent โดนหนักมาก เพราะเล่นกับอารมณ์คนดู เรากดให้ไม่ผ่าน ก็โดนละ แต่เราก็มีมาตรฐานของเรา คนดูอาจจะอิน เอาใจช่วย แต่ถ้าในแง่ของการแสดงมันอาจจะแค่กลางๆ เราก็ไม่ให้ผ่าน เพราะเท่ากับคุณจะเข้าไปกินที่คนที่เขาอาจแสดงได้ดีกว่า หรือเข้าไปก็ไปออกรอบหน้าอยู่ดี อะไรพวกนี้ทำให้เราต้องระวังตัว ขนาดผมเป็นคนสู้ปัญหา โดนด่าไม่ด่ากลับ แต่จะคิดในมุมเขาว่าเราเป็นอย่างที่เขาว่าไหม เรียกว่ามีภูมิในระดับหนึ่ง แต่ก็แค่ระดับหนึ่งนะครับ ถึงขั้นเดินมาชี้หน้าด่าก็ไม่ไหว! ไม่ทนนะคะ! (หัวเราะ)

 

 

Story by: Srivigar S.